กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี

ใช้ชีวิตอย่างไรให้หัวใจแข็งแรง

รวมเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากโรคหัวใจ
เผยแพร่ครั้งแรก 21 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 14 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 18 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
ใช้ชีวิตอย่างไรให้หัวใจแข็งแรง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคหัวใจแม้จะเป็นภัยเงียบคร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และก่อให้เกิดโรค ภาวะแทรกซ้อนมากมาย แต่โรคหัวใจก็สามารถป้องกันได้
  • ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนปัจจุบัน เช่น ความเร่งรีบ ความเครียด  พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคร้ายแรงต่างๆ
  • การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ การผ่อนคลายความเครียด งดสูบบุหรี่ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ 
  • ลดการรับประทานอาหารของมัน ของทอด ไขมันสูง ไขมันอิ่มตัว น้ำตาลสูง โซเดียมสูง และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานให้ครบทุกมื้อ
  • ดูแลหัวใจของคุณและคนที่รักตั้งแต่วันนี้ ถ้าไม่อยากให้โรคหัวใจมาเยือน (ดูแพ็กเกจตรวจหัวใจได้ที่นี่

โรคหัวใจถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยังเป็นบ่อเกิดของโรคและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย 

ปัจจุบันแม้เทคโนโลยีและวิทยาการทางการแพทย์จะพัฒนาเพื่อรักษาโรคทางหัวใจต่างๆ ได้ครอบคลุมมากขึ้น แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่อยู่กับความเร่งรีบ ความเครียด ติดหวาน ไม่ออกกำลังกาย นอนดึกฯลฯ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหัวใจวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4995 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 18

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นบ่อเกิดทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง รวมถึงโรคหัวใจด้วย

ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจให้น้อยลงจึงควรรู้จักการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม 

ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานของหัวใจ อีกทั้งยังช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลที่สะสมในหลอดเลือดด้วย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหักโหม หรือเข้าฟิตเนส เล่นโยคะร้อนให้เสียเงินและเหนื่อยเกินเหตุ 

แต่สามารถออกกำลังกายในรูปแบบของการวิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค กระโดดเชือกในระดับปานกลาง หรือราววันละ 30 นาที เพียงเท่านี้ก็ถือว่า เป็นการช่วยเผาผลาญพลังงาน และทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้แล้ว

2. ไม่เครียดจนเกินไป

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหัวใจวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4995 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 18

คุณอาจไม่ทราบว่า ความเครียดที่สะสมอยู่มีส่วนในการเพิ่มระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด จนส่งผลให้หลอดเลือดมีการอุดตันและทำให้เป็นโรคหัวใจได้

อีกทั้งภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นยังอาจนำไปสู่พฤติกรรมอื่นๆ ที่จะนำความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจมาสู่คุณ เช่น การดื่มสุรา การเสพยาเสพติด สูบบุหรี่ การรับประทานของหวานมากเกินไป 

ไม่เพียงเท่านั้น ภาวะทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะเก็บกดด้านอารมณ์ ยังเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย

การพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่นำไปสู่โรคหัวใจและความดันโลหิตสูงได้ เพราะผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอจะมีแคลเซียมเกาะอยู่ในหลอดเลือดหัวใจมากขึ้นและทำให้ระบบร่างกายรวนได้ 

ดังนั้นคุณจึงควรแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หาวิธีคลายเครียดและหลีกเลี่ยงภาวะซึมเศร้า เช่น ไปเจอเพื่อนฝูง ฟังเพลงที่ชอบ ดูหนัง หรือช้อปปิ้ง ไปเที่ยว 

3. งดสูบบุหรี่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหัวใจวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4995 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 18

แม้บุหรี่จะเป็นทางออกในการระบายความเครียดได้ดีสำหรับใครหลายคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ในบุหรี่ 1 มวนนั้นมีสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคร้ายมากมายกว่า 4,000 ชนิด 

โรคร้ายที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ เช่น โรคมะเร็งปอด โรคหลอดลมอักเสบ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง 

อีกทั้งผู้ติดบุหรี่ยังมีโอกาสที่หลอดเลือดจะเสื่อมและตีบตันได้มากกว่าผู้สูบบุหรี่ (แต่ไม่ติด) 10-15 เท่า และมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2.4 เท่า

ดังนั้นการเลิกสูบบุหรี่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และลดโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจลุกลามนำไปสู่โรคร้ายแรงในอนาคต

4. หมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นอีกสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม จะไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อตนเองมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นเท่านั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว การตรวจสุขภาพมีประโยชน์มากมาย

การตรวจสุขภาพช่วยให้คุณสามารถรับรู้ถึงภาวะความผิดปกติภายในของร่างกายที่อาจยังไม่แสดงออกมาได้ ความเสี่ยงในการเกิดโรค และทำให้สามารถหารักษา ควบคุมโรค หรือป้องกันได้ทันเวลา

อาการของโรคทางหัวใจหลายๆ โรคมักจะยังไม่แสดงออกจนกระทั่งโรคได้ลุกลามไปถึงระดับร้ายแรงแล้ว หรือบางครั้งอาจเป็นการแสดงออกในรูปแบบของอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยที่อาจมองข้ามไป

ดังนั้นการตรวจสุขภาพเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงหัวใจและอวัยวะส่วนอื่นๆ จะช่วยให้สามารถป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ 

อ่านเพิ่มเติม: ใช้ชีวิตประจำวันแบบไหนจึงจะห่างไกลโรคหัวใจ

ปรับด้านการรับประทานอาหาร

1. ลดการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง

หากคุณรับประทานอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และคอเลสเตอรอลมากเกินไป ไขมันจะไปเกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือดส่งผลให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน นำไปสู่ภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ 

ประเภทของอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงแจกแจงได้ดังต่อไปนี้

  • อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง นมสดรสหวาน ไอศกรีม ชีส เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทะเล (ยกเว้นเนื้อปลา)
  • อาหารที่มีไขมันชนิดอิ่มตัว เช่น ไส้กรอก กุนเชียง เส้นก๋วยเตี๋ยว มันฝรั่งทอดกรอบ เนื้อสัตว์ส่วนที่มีไขมัน หรือหนัง น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว
  • อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง ไขมันชนิดนี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อให้อาหารมีรสอร่อยมากขึ้น ลดกลิ่นเหม็นหืน และมีอายุอยู่ได้นานขึ้น มักพบในพาย โดนัททอด คุกกี้ นักเก็ต แฮมเบอร์เกอร์ ป๊อบคอร์น

2. ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีน้ำตาลสูง

การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของหัวใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือสมอง ด้วย 

อีกทั้งผู้ที่ดื่มสุราส่วนมากมักจะมีระดับความดันโลหิตสูงกว่าผู้ไม่ดื่มอยู่หลายเท่า 

การบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง เพราะเมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป หัวใจจะสูบฉีดเลือดที่แรงขึ้นกว่าปกติ 

เมื่อดื่มอยู่เรื่อยๆ ระยะเวลาผ่านไปไม่นาน กล้ามเนื้อหัวใจก็จะเสื่อมสภาพลง 

หากใครที่ต้องการรักษาหัวใจให้แข็งแรง ควรเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน หรือเลิกดื่ม 

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้แปรรูป การไม่เติมน้ำตาลในเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ชา กาแฟ น้ำเต้าหู้  ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย เพื่อลดการเกิดไขมันสะสมและการอุดตันในหลอดเลือด

3. รับประทานอาหารที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ย่อมมีส่วนช่วยให้อวัยวะภายในร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทผักและผลไม้ ซึ่งมีวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นในการป้องกันและดูแลร่างกายให้ห่างไกลจากโรคหัวใจได้ 

วิตามินและสารอาหารสำคัญ ได้แก่ 

  • วิตามินเอ โดดเด่นในเรื่องช่วยการมองเห็นและทำให้ผิวกระจ่างใสดูดียิ่งขึ้น นอกจากนี้วิตามินเอยังมี “สารไลโคปีน (Lycopene)” และสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยรักษาความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และป้องกันการเกิดโรคร้ายรวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ วิตามินเอพบได้ในผักผลไม้ที่มีสีส้ม หรือสีเหลือง เช่น มะเขือเทศ แครอท มะละกอ มะม่วง ผักบุ้ง บล๊อกโคลี่ ผักโขม ส้ม แคนตาลูป เสาวรส
  • วิตามินบี 3 หรือ “ไนอะซิน (Niacin)” มีคุณสมบัติช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ถือเป็นวิตามินอีกชนิดที่นิยมรับประทานเพื่อป้องกันโรคหัวใจ วิตามินบี 3 พบได้ใน ไข่ ปลา เนื้อไก่ ปลาทูน่า เนื้อหมู ลูกพรุน อะโวคาโด มันฝรั่ง ถั่วลิสง
  • วิตามินบี 9 หรือ "โฟเลต (Folate)" หรือ "กรดโฟลิก" มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด รวมถึงช่วยลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ วิตามินบี 9 พบได้ในพืชผักใบเขียวเกือบทุกชนิด 
  • วิตามินอี เป็นอีกวิตามินที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยต่อต้านการเกิดโรคหัวใจได้ ทั้งยังช่วยป้องกันการอุดตันของเม็ดเลือด และยังช่วยกำจัดไขมันไม่ดี (LDL) ออกไป วิตามินอีพบได้ในอัลมอนด์ กีวี ราสเบอร์รี่ มะม่วง 
  • ชาเขียว มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงอยู่ชนิดหนึ่งเรียกว่า "คาเทชิน (Catechin)" ซึ่งมีส่วนช่วยลดไขมันไม่ดีในหลอดเลือด ลดการแข็งตัวอย่างผิดปกติของลิ่มเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคโรคหัวใจและสมองลงได้
  • โอเมก้า-3 (Omega-3) เป็นสารอาหารประเภทไขมันดี (HDL) ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ เนื่องจากเป็นการลดระดับไขมันที่เกาะตามผนังของหลอดเลือดซึ่งช่วยให้หัวใจไม่ทำงานหนักจนเกินไป โอเมก้า-3 พบได้ในไขมันจากปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู สาหร่ายทะเล เมล็ดลินิน
  • สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) เป็นสารที่พบได้ในผักผลไม้และเมล็ดธัญพืช เช่น ใบชา หัวหอม แอปเปิล องุ่น เมล็ดถั่วเหลือง ถั่วฝักยาว  สารฟลาโวนอยด์มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพกว่าวิตามินอี หรือวิตามินซีถึง 50 เท่า จึงช่วยในการป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด และลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • อาหารที่มีใยอาหาร (Dietary Fiber) เพราะจะช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด รวมถึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น อาหารที่ใยอาหารสูง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช แป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์

4. จำกัดการรับประทานโซเดียม

การรับประทานเกลือ หรืออาหารรสเค็มจัดบ่อยๆ จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ 

ดังนั้นจึงควรจำกัดการรับประทานโซเดียมไม่ให้เกิน 6 กรัมต่อวัน และอย่ารับประทานอาหารรสจัด หรือเค็มจัดบ่อยๆ รวมถึงอย่าปรุงเติมรสชาติอาหารมากเกินไป

5. รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ

การอดอาหาร หรือรับประทานอาหารมากเกินไปเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่โรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ คุณจึงควรรับประทานอาหารให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะมื้อเช้าที่หลายๆ คนมักมองข้าม 

การรับประทานอาหารครบทุกมื้อจะช่วยรักษาระดับอินซูลินและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่สมดุล และเป็นการลดโอกาสในการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด

6. ปรุงอาหารโดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันที่เป็นไขมันไม่ดี

การเลือกวัตถุดิบในการใช้ปรุงอาหารมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจได้เช่นกัน คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันที่เป็นไขมันไม่ดี ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมู น้ำมันถั่วเหลือง เนย มันหมู 

ส่วนน้ำมันสำหรับปรุงอาหารที่เป็นไขมันดี หรือมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เหมาะสำหรับการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ 

หรืออาจเปลี่ยนวิธีปรุงอาหารเป็นแบบนึ่ง ต้ม ย่าง ผัด หรืออบแทนการทอด

อ่านเพิ่มเติม: รวมวิธีการรับประทานอาหารให้ห่างไกลโรคหัวใจ

วิธีดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหัวใจไม่ได้แตกต่างไปจากการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคอย่างอื่นมากนัก นั่นก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ 

เพราะหลักสำคัญของการป้องกันโรคหัวใจคือ การทำให้หัวใจแข็งแรง ทำงานได้ดี หรือทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตไหลลื่นไม่ติดขัด 

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารกับโรคหัวใจและวิธีดูแลหัวใจ

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจและสมรรถภาพหัวใจ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Heart foundation, Keep your heart healthy (https://www.heartfoundation.org.au/your-heart/keep-your-heart-healthy), 17 December 2562.
Farrokh Sohrabi, MD, 8 Lifestyle Changes to Protect Your Heart (https://www.everydayhealth.com/hs/heart-disease-risk/lifestyle-changes-protect-heart/), 17 December 2562.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ไขมันอิ่มตัวคืออะไร?
ไขมันอิ่มตัวคืออะไร?

ไขมันจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่การรับประทานไขมันอิ่มตัวมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

อ่านเพิ่ม