ประโยชน์ของวิตามินบี1 - บี12

อาการของคนขาดวิตามินเป็นอย่างไร? รวมประโยชน์ของวิตามินบีแต่ละชนิด พร้อมแหล่งอาหารที่คุณสามารถหาได้ด้วยตัวเอง
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
ประโยชน์ของวิตามินบี1 - บี12

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • วิตามินบี เป็นวิตามินประเภทที่สามารถละลายในน้ำได้ ถือเป็นวิตามินที่สำคัญต่อระบบต่างๆ ของร่างกายหลายด้าน เราสามารถจำแนกวิตามินบีได้มากถึง 8 ชนิด
  • วิตามินบีแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณที่โดดเด่นแตกต่างกันไป เช่น วิตามินบี 1 เด่นด้านบำรุงระบบประสาท วิตามินบี 2 เด่นด้านบำรุงระบบการมองเห็น วิตามินบี 3 เด่นด้านควบคุมระดับไขมันในเลือด หรือวิตามินบี 5 เด่นด้านช่วยควบคุมอารมณ์ และความเครียด
  • วีตามินบี 6 เด่นด้านสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และพัฒนาการของทารก วิตามินบี 7 เด่นด้านบำรุงเส้นผม และเล็บ วิตามินบี 9 เด่นด้านสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเม็ดเลือดให้เพียงพอ วิตามินบี 12 เด่นด้านบำรุงระบบประสาทภายในร่างกาย
  • วิธีรับวิตามินบีให้ได้ครบถ้วนที่สุด คือ รับประทานอาหารให้หลากหลาย อย่าจำกัดแค่อาหารที่คุณชอบเท่านั้น
  • หากคุณต้องการรับวิตามินบีเสริมในรูปแบบยาเม็ดแคปซูล ยาน้ำ หรือยาฉีดทางเส้นเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อจะได้รับวิตามินเสริมที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณ (ดูแพ็กเกจตรวจระดับวิตามินในร่างกายได้ที่นี่)

วิตามินบีแต่ละชนิด จัดเป็นวิตามินที่มีสรรพคุณโดดเด่น ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทำงานที่เร่งรีบจนละเลยการกินอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ 

ทำความรู้จักวิตามินบี

วิตามินบี เป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญต่อระบบต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะต่อการพัฒนาเซลล์ต่างๆ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลายโรค เช่น โลหิตจาง กล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคทางจิตเวช

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

อีกทั้งในผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์วิตามินบีจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการเจริญเติบโตของทารก และต่อร่างกายของผู้สูงอายุ 

วิตามินบีจัดเป็นวิตามินประเภทที่ละลายในน้ำ เพราะฉะนั้นหลังจากกินเข้าไปแล้วจะสามารถถูกขับออกผ่านไตและปัสสาวะอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ร่างกายยังไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง จึงมีความจำเป็นต้องรับวิตามินบีอย่างสม่ำเสมอ

แต่วิตามินบีก็สามารถจำแนกได้หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีประโยชน์แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นการรับประทานวิตามินบีให้หลากหลายครบถ้วน จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วิตามินบี 1 (Thiamin) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 1 สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า ไธอามีน (Thiamin) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องของระบบประสาท รวมทั้งประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกาย ดังนี้ 

  • เปลี่ยนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นพลังงานต่อร่างกาย
  • บำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • เสริมสร้างการเจริญเติบโต
  • ลดความเครียด

หากขาดวิตามินบี 1 จะเป็นอย่างไร?

เนื่องจากวิตามินบี 1 เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและร่างกาย หากขาดวิตามินบี 1 อาจมีอาการดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23
  • เหน็บชาตามร่างกาย ในบางรายอาจนำไปสู่อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ระบบประสาทเกิดความผิดพลาด อาจหลงคิดว่ามีแมลงไต่ตอมตามตัว ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง
  • มีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ 

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 0.9 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 1 ได้จากรายการอาหาร ดังต่อไปนี้

วิตามินบี 2 (Riboflavin) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 2 เรียกอีกชื่อว่า ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องการมองเห็น รวมทั้งประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกาย ดังนี้

  • มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา
  • ป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย
  • ลดอาการปวดศีรษะจากการใช้สมองอย่างหนัก
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • บำรุงเล็บ 
  • บำรุงเส้นผม 
  • บำรุงผิวพรรณ

หากขาดวิตามินบี 2 จะเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันการขาดวิตามินบี 2 พบได้ไม่บ่อยนัก เพราะสามารถหาได้จากแหล่งอาหารที่หลากหลาย แต่หากในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ อาจมีผลให้ขาดวิตามินบี 2 ซึ่งผลต่อระบบประสาท มึนงง สับสน หรือเกิดรอยแผลบริเวณช่องปาก

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 2 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 0.9 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 2 ได้จากอาหารดังต่อไปนี้ 

  • ธัญพืช
  • นม
  • ไข่
  • ผักใบเขียวเข้ม
  • นม
  • โยเกิร์ต
  • ชีส
  • เนื้อปลา
  • ตับวัว
  • ปลาแซลมอน
  • งา
  • ถั่ว

วิตามินบี 3 (Niacin) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 3 เรียกได้อีกชื่อว่า ไนอาซิน (Niacin) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องการควบคุมระดับไขมันในเลือดให้เป็นปกติ รวมทั้งประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกาย ดังนี้

  • มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน
  • มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • ลดความดันโลหิต
  • ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
  • บรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน
  • บำรุงผิวพรรณให้สุขภาพดี

หากขาดวิตามินบี 3 จะเป็นอย่างไร?


ผู้ที่ขาดวิตามินบี 3 อาจมีอาการทางผิวหนัง ท้องเสียหรือท้องเดิน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม 

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 3 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 12 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 3 ได้จากอาหาร ดังนี้

  • เนื้อไก่
  • เนื้อปลา
  • ตับ
  • เนื้อแดง
  • ธัญพืช เช่น ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์
  • ถั่วลิสง
  • ลูกพรุน
  • ไข่
  • อินทผลัม

วิตามินบี 5 (Pantothenic) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 5 หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า แพนโทเทนิค (Pantothenic) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องการช่วยควบคุมอารมณ์ ความเครียด ความวิตกกังวล เพราะวิตามินบี 5 จะช่วยกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ผลิตฮอร์โมนลดความเครียดออกมา รวมทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกาย ดังนี้

  • สร้างความผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายลดความตึงเครียด
  • ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย 
  • ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ 
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย 
  • ช่วยในกระบวนการรักษาแผล 
  • รักษาอาการเหน็บชา 

หากขาดวิตามินบี 5 จะเป็นอย่างไร?

ผู้ที่ขาดวิตามินบี 5 อาจมีภาวะตึงเครียด หงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่คงที่ อาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลียร่วมด้วย 

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 5 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 4 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 5 ได้จากอาหารดังต่อไปนี้

  • ธัญพืชไม่ขัดสี 
  • รำข้าว 
  • จมูกข้าวสาลี 
  • ถั่ว 
  • ผักสีเขียว 
  • กากน้ำตาลไม่บริสุทธิ์ 
  • เนื้อสัตว์
  • ไก่
  • ตับ
  • ไต
  • หัวใจ

วิตามินบี 6 (Pyridoxine) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 6 มีอีกชื่อว่า ไพริด็อกซีน (Pyridoxine) มีประโยชน์เด่นชัดต่อร่างกายในเรื่องเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ รวมทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ 

  • ช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานในร่างกาย
  • มีส่วนช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคประสาท
  • ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคผิวหนัง
  • ลดความแปรปรวนของอารมณ์ในช่วงเป็นประจำเดือน

หากขาดวิตามินบี 6 จะเป็นอย่างไร?

หากรับวิตามินบี 6 ไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 1 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 6 ได้จากอาหารดังต่อไปนี้

วิตามินบี 7 (Biotin) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 7 เรียกอีกชื่อได้ว่า ไบโอติน (Biotin) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องการบำรุงผมและเล็บ รวมทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ 

  • ช่วยในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน 
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อย 
  • ทำให้ร่างกายดูสดใส 
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ 
  • ทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวล 
  • เล็บดูสุขภาพดี 
  • ป้องกันผมหงอก 
  • ป้องกันและบำรุงเล็บ

หากขาดวิตามินบี 7 จะเป็นอย่างไร?

สำหรับคนที่มีภาวะวิตามินบี 7 อาจมีอาการผมร่วง เล็บผิดปกติ ทำให้เสียความมั่นใจและสร้างความเป็นกังวลอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าวิตามินบี 7 มีส่วนลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 7 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 20 ไมโครกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 7 ได้จากอาหารดังต่อไปนี้

  • ถั่วลิสง 
  • บริเวอร์ยีสต์ 
  • ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี 
  • แป้งถั่วเหลือง 
  • นม 
  • เนย 
  • ตับ 
  • ไข่แดง 

วิตามินบี 9 (Folate) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 9 เรียกได้อีกชื่อว่า โฟเลต (Folate) หรือ กรดโฟลิค (Folic acid) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและบำรุงเม็ดเลือดให้เป็นปกติ รวมทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ 

  • มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
  • มีส่วนช่วยพัฒนาทารกในครรภ์
  • บำรุงผิวพรรณและสุขภาพ
  • ช่วยลดการเกิดผมหงอกก่อนวัยอันควร

หากขาดวิตามินบี 9 จะเป็นอย่างไร?

หากขาดวิตามินบี 9 จะมีผลต่อระบบร่างกาย ดังนี้

  • อาจเป็นโรคท้องร่วง
  • อาจนำไปสู่โรคโลหิตจาง
  • สตรีมีครรภ์อาจให้กำเนิดทารกที่ไม่สมบูรณ์
  • หากรับวิตามินบี 9 มากเกินไป อาจนำไปสู่ระบบประสาทบกพร่องในเด็ก

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 9 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 300 ไมโครกรัมต่อวัน โดยสามารถรับวิตามินบี 9 ได้จากอาหารดังต่อไปนี้

  • เนื้อสัตว์
  • ธัญพืช
  • หัวผักกาด
  • ผลไม้ประเภทมะนาว
  • เนื้อปลา
  • พืชตระกูลถั่ว
  • ผักใบเขียว
  • ตับและไต

วิตามินบี 12 (Cobalamin) มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินบี 12 เรียกอีกชื่อได้ว่า ไซยาโนโคบาลามีน (Cobalamin) มีประโยชน์เด่นชัดในเรื่องการบำรุงระบบประสาทภายในร่างกาย รวมทั้งยังมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายดังต่อไปนี้ 

  • มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาท
  • ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
  • บรรเทาอาการหงุดหงิด
  • ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น
  • ลดอาการอ่อนเพลีย
  • ช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น

หากขาดวิตามินบี 12 จะเป็นอย่างไร?

วิตามินบี 12 เป็นสารอาหารที่ได้จากเนื้อสัตว์ และมักไม่มีในอาหารจำพวกพืช ฉะนั้นกลุ่มคนที่กินอาหารมังสวิรัติ อาจหาอาหารเสริมวิตามินบี 12 เพื่อทดแทน เพราะหากขาดวิตามินบี 12 อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาจนำไปสู่โรคโลหิตจาง
  • อาจมีปัญหาด้านระบบประสาท
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า
  • ชาตามปลายมือปลายเท้า
  • รู้สึกอ่อนเพลีย
  • รู้สึกหงุดหงิด

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 12 

ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ 1.8 ไมโครกรัมต่อวัน แต่อาหารจากพืชไม่มีวิตามินบี 12 ฉะนั้นสามารถหาได้จากเนื้อสัตว์ ดังนี้ 

  • ไข่
  • ชีส
  • นม
  • หอยเชล
  • ตับและไต
  • เนื้อแดง
  • ปลาทูน่า
  • ปลาแซลมอน

ทำอย่างไรให้ได้รับวิตามินครบถ้วน?

วิตามินทุกชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายต่างกัน ฉะนั้นควรกินอาหารให้หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะอาหารที่ตัวเองชอบเพียงอย่างเดียว 

โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ที่นิยมกินอาหารจากร้านเดิม อาหารเมนูเดิม อาจมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินได้ หรือมีข้อจำกัดในการกินอาหารบางชนิดเนื่องจากโรคหรือยาที่กินอยู่ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อกินยาหรืออาหารเสริมวิตามินเพื่อทดแทนได้

นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีส่วนทำให้การดูดซึมของวิตามินบีลดลง ทำให้หลายคนขาดวิตามินบีได้

อย่างไรก็ตาม หากรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ก็สามารถรับวิตามินอย่างเพียงพอได้โดยไม่ต้องกินยา หรืออาหารเสริมแต่อย่างใด เพราะการรับวิตามินในปริมาณมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียหรือผลข้างเคียงต่อร่างกายได้เช่นกัน

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของยาเสริมวิตามินบีรวม

ในผู้ที่ขาดวิตามินบีหรือแพทย์วินิจฉัยให้กินยาเสริมวิตามินบีรวม (Vitamin b complex) ทั้งรูปแบบยาเม็ดแคปซูล ยาน้ำ และยาฉีดทางเส้นเลือดดำ อาจมีผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • อาจมีผื่นแพ้ขึ้นตามตัวจากการแพ้ส่วนประกอบของยาเสริมวิตามินบีรวม 
  • ผู้ที่กินยาโรคประจำตัวอยู่ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากผลของยาบางตัวอาจทำให้การดูดซึมวิตามินบีลดลง
  • ผู้ที่เป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งอัณฑะ ไม่ควรกินวิตามินบีรวมในปริมาณมากเกินไป 
  • อาจเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • ปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม 
  • อุจจาระเป็นสีคล้ำเข้ม

วิตามินบีสามารถพบได้ในแหล่งอาหารหลายชนิด การรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่จะช่วยให้คุณได้รับวิตามินบี รวมไปถึงวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ อย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการรับประทานวิตามินบีรวม ควรรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรหามารับประทานด้วยตนเอง และหากเกิดอาการผิดปกติ หรือผลข้างเคียงดังกล่าว ควรแจ้งแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป

ดูแพ็กเกจตรวจระดับวิตามินในร่างกาย เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ตอบปัญหาเรื่องยาโดยเภสัชกรหน่วยคลังข้อมูลยา, (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1087), 4 กุมภาพันธ์ 2551.
ภญ. สุพิชญา บุญมาลี, วิตามินบีรวม มีประโยชน์อย่างไร: Rama Square ช่วงราคา 101, (https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/ondemand/), 29 พฤศจิกายน 2561.
ภกญ. วิภารักษ์ บุญมาก, วิตามินบี 1 ร่างกายขาดอาจถึงตาย, (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/302/), 31 มกราคม 2559.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่ม