มะเร็ง คืออะไร ?

รู้จักโรคมะเร็ง ทั้งปัจจัยที่ทำให้เกิด วิธีรักษา ข้อควรปฏิบัติเมื่อรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง
เผยแพร่ครั้งแรก 17 ต.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 10 นาที
มะเร็ง คืออะไร ?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคมะเร็ง คือโรคที่เกิดจากร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโต หรือการตายตามธรรมชาติของเซลล์ปกติได้
  • ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่น่าจะมาจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน เช่น อายุ ความผิดปกติทางพันธุกรรม เชื้อชาติ การได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่อง อาหาร หรือโรคอ้วน
  • โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย แบ่งเป็น 4 ระยะหลักๆ โดยระยะท้ายๆ จะมีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง 
  • อาการจากโรคมะเร็งที่พบบ่อย เช่น มีก้อนเนื้อโตผิดปกติ โตเร็ว มีแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ไอเป็นเลือด มีไข้เป็นๆ หายๆ หาสาเหตุไม่ได้ หรือกลืนลำบาก
  • โรคมะเร็ง หากพบตั้งแต่ระยะแรกๆ จะมีโอกาสในการรักษาหายสูง คุณจึงควรตรวจสุขภาพ หรือตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเป็นประจำทุกปี (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

โรคมะเร็งเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย และมีรายละเอียดของโรคแตกต่างกันบ้างในบางอวัยวะ วิธีการรักษาอาจใช้เพียงวิธีการเดียวหรือหลายวิธีการร่วมกัน ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นโรค ระยะโรค และสุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วย

โรคมะเร็งคืออะไร?

โรคมะเร็ง คือโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโต หรือการตายตามธรรมชาติของเซลล์ปกติได้ (มีความผิดปกติของพันธุกรรม ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งตัวหรือการตายของเซลล์ปกติ) 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

ทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ เจริญเติบโตอย่างผิดปกติจนเกิดเป็นก้อนเนื้อ ลุกลาม แพร่กระจายไปทั่วร่างกายเข้าทำลายอวัยวะต่างๆ และต่อมน้ำเหลือง

ก้อนหรือแผลมะเร็งเหล่านี้ ไม่สามารถหายได้ด้วยการรักษาตามปกติ และจะโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง ในที่สุดก็จะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด กระแสน้ำเหลือง แพร่กระจายไปทำลายอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ทำให้เกิดการล้มเหลวของอวัยวะนั้นๆ 

อวัยวะที่มักเกิดอาการและตรวจพบได้บ่อย คือ ปอด ตับ กระดูก ไขกระดูก สมอง และต่อมน้ำเหลือง ด้วยเหตุนี้โรคมะเร็งจึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต จากการล้มเหลวในการทำงานของอวัยวะสำคัญต่างๆ 

ส่วนเนื้องอก หรือแผลธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง เป็นเนื้องอกที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ แต่ร่างกายยังควบคุมการเจริญเติบโตได้ ก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งจะโตช้า 

แต่เมื่อนานไปแล้วมีขนาดก้อนเนื้อโตมากขึ้น อาจกดเบียดทับเนื้อเยื่อ อวัยวะข้างเคียงได้ แต่ไม่ลุกลามเข้าทำลาย ไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง ไม่แพร่กระจายเข้ากระแสเลือดและหรือกระแสน้ำเหลือง จึงไม่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสัยชีวิต

โรคมะเร็งเกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็ง แต่จากการศึกษาเชื่อว่า น่าจะมาจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 2271 บาท ลดสูงสุด 6450 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4
  • อายุ พบว่ายิ่งมีอายุมากขึ้น ยิ่งมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้น เพราะมีโอกาสเกิดความผิดปกติจากการกลายพันธุ์ของเซลล์สูงขึ้น เนื่องจากการต้องซ่อมและสร้างหลายๆ ครั้งของเซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บเสียหาย จากสาเหตุต่างๆ ตามอายุขัยของแต่ละคน

  • ความผิดปกติจากพันธุกรรม ซึ่งโรคมะเร็งบางชนิดอาจมีปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรมชนิดถ่ายทอดได้จากครอบครัว บางชนิดมีปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด โดยเกิดความผิดปกติขึ้นเองตามธรรมชาติของคนคนนั้น และมักเป็นพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแบ่งตัว หรือการตายของเซลล์ปกติ

  • เชื้อชาติ พบว่าบางเชื้อชาติมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งบางชนิดสูงกว่าเชื้อชาติอื่นๆ เช่น คนจีนตอนใต้ เป็นโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมากกว่าคนเชื้อชาติอื่น หรือคนผิวขาวเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิด เมลาโนมาสูงกว่าคนชาติอื่น เป็นต้น

  • การได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่อง เช่น  สารที่ใช้ในการถนอมอาหารที่ชื่อว่า ไนโตรซามีน (Nitosamine) หรือสารพิษที่เกิดจากการปิ้ง ย่าง ที่ชื่อว่าสารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) 

  • อาหาร เพราะพบว่าคนที่บริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารหมักดอง เค็มจัด หวานจัด หรือบริโภคเนื้อแดงสูง มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งบางชนิดสูงกว่าคนบริโภคอาหารมีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณเหมาะสม เช่น โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • โรคอ้วน พบว่าคนที่เป็นโรคอ้วนมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งบางชนิดสูงกว่าคนปกติ เช่นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

  • มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน พบว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีภาวะทุพโภชนาการขาดวิตามินเอ ซี คนที่มีเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) หรือในคนปลูกถ่ายอวัยวะที่ได้รับบยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค เช่นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มักมีแนวโน้มจะเป็นมากกว่าคนปกติ

  • การติดเชื้อโรคบางชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา เช่น ในโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งตับ และโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

  • ได้รับสารเคมีบางชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง จากการประกอบอาชีพ เช่น โรคมะเร็งบางชนิดพบบ่อยในช่างไม้ และบางชนิดพบบ่อยในคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมหรืออุตสาหกรรมทำสีชนิดต่างๆ เช่นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

  • การได้รับยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด หรือยาเคมีบำบัด

  • การได้รับรังสีบางชนิดในปริมาณสูงหรืออย่างต่อเนื่อง เช่น รังสียูวีในแสงแดดหรือรังสีจากการตรวจรักษาโรค เช่น โรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

โรคมะเร็งพบได้บ่อยหรือไม่?

โรคมะเร็งบางชนิดพบได้บ่อย มีดังนี้

โรคมะเร็งมีอาการอย่างไร?

โรคมะเร็งไม่มีอาการเฉพาะ แต่จะมีอาการคล้ายคลึงกับการอักเสบทั่วไป แตกต่างกันตรงที่มักเป็นอาการเรื้อรัง ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และอาการต่างๆ ไม่สามารถรักษาให้หายด้วยวิธีธรรมดาทั่วไป 

อาการจากโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • มีก้อนเนื้อโตผิดปกติ โตเร็ว

  • มีแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หายด้วยการรักษาปกติทั่วไป

  • มีไข้เป็นๆ หายๆ หาสาเหตุไม่ได้ เป็นได้ทั้งไข้สูงและไข้ต่ำๆ

  • ไอเป็นเลือด

  • เสียงแหบโดยหาสาเหตุไม่ได้

  • กลืนติดเจ็บ กลืนลำบาก

  • เสมหะหรือน้ำลายมีเลือดปน

  • เลือดกำเดาไหลบ่อยโดยหาสาเหตุไม่ได้

  • ท้องผูกสลับกับท้องเสียโดยหาสาเหตุไม่ได้

  • ตกขาว โดยมักมีกลิ่นด้วย

  • ประจำเดือนผิดปกติ 

  • มีเลือดออกผิดปรกติ หลังมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่เคยเป็นมาก่อน

  • มีเลือดออกทางช่องคลอดภายหลังหมดประจำเดือนแล้ว

  • ซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้

  • ห้อเลือดง่าย มีจุดแดงจากการมีเลือดออกที่ผิวหนัง คล้ายอาการของไข้เลือดออก เป็นๆ หายๆ 

  • มีอาการปวด ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือร่วมกับอาการอื่น เช่น แขน ขาอ่อนแรงและมีอาการชา

  • มีอาการชักโดยไม่เคยเป็นมาก่อน

  • ปวดศีรษะรุนแรง ร่วมกับอาเจียนและ หรือแขน ขาอ่อนแรง

  • ผอมลง น้ำหนักลด โดยหาสาเหตุไม่ได้

  • มีอาการผิดปรกติอื่นๆ โดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นอาการเรื้อรัง มีอาการมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาด้วยวิธีการรักษาปรกติทั่วไป

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคมะเร็ง?

แพทย์วินัจฉัยโรคมะเร็งได้จากการสอบถามประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ตามอาการของผู้ป่วย หรือตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น การส่องกล้อง เมื่อมีอุจจาระเป็นมูกเลือด 

แต่ที่ได้ผลแน่นอนคือ การเจาะ ดูด และการตัดชิ้นเนื้อ จากก้อนเนื้อ หรือแผลที่ผิดปกติ ไปตรวจทางเซลล์วิทยาหรือพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งมีกี่ระยะ?

การจัดระยะโรคมะเร็งมีหลายระบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความนิยมของแพทย์ว่าจะเลือกใช้ระบบใด แต่โดยทั่วไปนิยมใช้ระบบที่จัดทำโดยคณะกรรมการโรคมะเร็งแห้งประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกว่า จัดระยะโรคมะเร็งในระบบเอเจซีซี (American Joint Committee on Cancer: AJCC) 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 2271 บาท ลดสูงสุด 6450 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

โดยทั่วไป โรคมะเร็งมี 4 ระยะหลักๆ แต่บางระยะสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก โดยแพทย์โรคมะเร็งใช้เป็นข้อบ่งชี้ทางการรักษา ซึ่งจะยุ่งยากซับซ้อนสำหรับคนทั่วไป จึงไม่กล่าวถึงในที่นี้

ซึ่งทั้ง 4 ระยะจะคล้ายคลึงกันในโรคมะเร็งเกือบทุกชนิด ได้แก่

  • ระยะที่ 1 โรค ก้อนเนื้อ แผลมะเร็งมีขนาดเล็ก ลุกลามอยู่เฉพาะในเนื้อเยื่อ อวัยวะต้นกำเนิดของมะเร็ง

  • ระยะที่ 2 โรค ก้อนเนื้อ แผลมะเร็งมีขนาดปานกลาง ลุกลามไม่มากและอาจมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองใกล้เนื้อเยื่อ อวัยวะที่เป็นมะเร็ง (แต่เป็นการลุกบามเพียงเล็กน้อย เช่น ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเพียง 1-2 ต่อม หรือต่อมน้ำเหลืองยังมีขนาดโตไม่เกิน 3 เซนติเมตร)

  • ระยะที่ 3 โรค ก้อนเนื้อ แผลมะเร็งมีขนาดโตมาก และหรือลุกลามลึกเข้าไปยังเนื้อเยื่ออวัยวะข้างเคียง หรือลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ อวัยวะต้นกำเนิดมะเร็ง โดยลุกลามอย่างมาก มากกว่า 1-2 ต่อม

  • ระยะที่ 4 โรคมะเร็งระยะที่ 4 เป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงของโรคสูงสุด โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีโรคลุกลามรุนแรง แต่ยังไม่มีการแพร่กระจาย และกลุ่มที่มีการแพร่กระจายของโรคแล้ว

    โดยโรคระยะที่ 4 ชนิดที่มีการแพร่กระจาย เป็นระยะที่โรคมะเร็งไม่มีโอกาสรักษาหายได้เป็นระยะโรคที่รุนแรงที่สุด แต่ถ้าเป็นโรคระยะที่ 4 ชนิดลุกลามรุนแรง แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายจะมีโอกาสรักษาได้หาย ถึงแม้โอกาสรักษาหายจะน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับในโรคมะเร็งระยะอื่นๆก็ตาม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งระยะที่ 4

โรคมะเร็งระยะที่ 4 ชนิดที่มีโรคลุกลามรุนแรง แต่ยังไม่มีการแพร่กระจาย ได้แก่ โรคมะเร็งในระยะที่มีการลุกลามโดยตรงอย่างรุนแรงจากก้อนแผลมะเร็งเข้าเนื้อเยื่อ อวัยวะที่อยู่รอบๆ ข้างเคียง เช่น ทำให้เกิดการทะลุของเนื้อเยื่ออวัยวะนั้น ลุกลามรุนแรงเข้าเนื้อเยื่ออวัยวะข้างเคียงพร้อมๆ กันหลายเนื้อเยื่อ 

รวมถึงต่อมน้ำเหลืองใกล้อวัยวะต้นกำเนิดมะเร็ง โดยต่อมน้ำเหลืองมีขนาดโตมาก (เกิน 6 เซนติเมตร) หรือลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงหลายต่อม แต่อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีการแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด

โรคมะเร็งระยะที่ 4 ชนิดที่มีการแพร่กระจาย ได้แก่

  • ระยะที่มีการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง ไปยังอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไปจากเนื้อเยื่อ อวัยวะต้นกำเนิดโรคมะเร็ง เป็นการแพร่กระจายเข้าทางกระแสเลือด มักแพร่กระจายเข้าสู่ปอด ตับ กระดูก ไขกระดูก และสมอง

  • ระยะที่โรคมะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่กระแสน้ำเหลือง ไปสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลออกไปจากเนื้อเยื่อ อวัยวะต้นกำเนิดมะเร็ง ตัวอย่างเช่น ในโรคมะเร็งปากมดลูก เมื่อมีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ปากมดลูกคือ ต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานช่องท้องน้อย จัดเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 3

    แต่เมื่อแพร่กระจายตามกระแสน้ำเหลืองไปสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลจากปากมดลูก คือต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องและหรือต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้า จะจัดเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 ชนิดแพร่กระจาย

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่เท่าไหร่?

แพทย์โรคมะเร็งจะให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่เท่าใด ไปพร้อมๆกับการตรวจร่างกายเพื่อประเมินสุขภาพของผู้ป่วย วิธีการตรวจที่สำคัญในการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่เท่าไร คือ การสอบถามประวัติอาการต่างๆ การตรวจไตและสมดุลของเกลือแร่

  • เอกซเรย์ปอด ดูการทำงานของปอด หัวใจ และการแพร่กระจายของมะเร็งเข้าสู่ปอด

  • ตรวจภาพอวัยวะต้นกำเนิดมะเร็งด้วยการเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และเอ็มอาร์ไอ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เพื่อดูการลุกลามของก้อนแผลมะเร็ง

  • ตรวจอัลตราซาวนด์ (sonogram) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตับ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และหรืออาการของผู้ป่วย เพื่อดูการแพร่กระจายของโรคมะเร็งเข้าสู่ตับ

  • ตรวจกระดูก อาจโดยการสแกนกระดูกทั้งตัว ตามอาการของผู้ป่วยหรือข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เพื่อดูการแพร่กระจายของโรคมะเร็งเข้าสู่กระดูก

  • การตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม ตามอาการของผู้ป่วยและหรือข่อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น การส่องกล้อง การตรวจน้ำไขสันหลัง การตรวจไขกระดูก และการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เช่น การสแกนกระดูกหรือเพ็กสแกน

โรคมะเร็งมีวิธีรักษาอย่างไร?

วิธีหลักในการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน คือ การผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด ฮอร์โมน (ใช้รักษาเฉพาะโรคมะเร็งชนิดที่มีธรรมชาติของโรคตอบสนองต่อฮอร์โมน) 

และการปลูกถ่ายไขกระดูก สเต็มเซลล์ (ใช้รักษาในบางระยะของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่การรักษายังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึง)

ส่วนการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ ก็เช่น ยารักษามุ่งเป้า ชีวสารรักษา การปลูกถ่ายอวัยวะต่างๆ และการปลูกถ่ายไขกระดูก สเต็มเซลล์ในโรคมะเร็งชนิดอื่น (นอกเหนือจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง) ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา และวิธีการเหล่านี้ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึง

นอกจากนี้ วิธีการรักษาที่สำคัญอีกวิธีหนึ่ง คือ การรักษาประคับประคอง พยุงอาการ การรักษาทางอายุรกรรมทั่วไป ซึ่งใช้รักษาโรคมะเร็งในผู้ป่วยทุกคนและในโรคมะเร็งทุกระยะ และใช้ร่วมกับวิธีการต่างๆ ในการรักษาตัวโรคมะเร็ง (ผ่าตัด รังสีรักษา หรือเคมีบำบัด)

ส่วนการรักษาด้วยการแพทย์สนับสนุนและการแพทย์ทางเลือก มีบางวิธีการที่แพทย์นำมาใช้ร่วมกับวิธีการรักษาหลัก แต่หลายวิธียังไม่มีการศึกษาที่แน่ชัดว่าได้ประโยชน์

วิธีการรักษาโรคมะเร็งตามระยะโรคเป็นอย่างไร?

วิธีการรักษาโรคมะเร็งตามระยะของโรค ในที่นี้จะกล่าวโดยรวม ซึ่งในโรคมะเร็งบางชนิดหรือในผู้ป่วยบางคน อาจได้รับการรักษาแตกต่างออกไป โดยขึ้นกับอายุและสุขภาพของผู้ป่วย และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละคน

ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีการรักษาตามระยะของโรคมะเร็ง จะได้จากการศึกษาทางการแพทย์ของโรคมะเร็งแต่ละชนิด

  • การรักษาโรคมะเร็งระยะที่ 1 เป็นการรักษาเพื่อหวังผลหายขาด อาจใช้วิธีการรักษาหลักเพียงวิธีการเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งหรืออวัยวะที่เป็น เช่น ผ่าตัดเพียงวิธีการเดียวหรือรังสีรักษาเพียงวิธีการเดียว

    ยกเว้น เมื่อเป็นโรคระยะที่ 1 แต่เป็นชนิดที่มีความรุนแรงโรคสูง (แพทย์ทราบได้จากลักษณะทางพยาธิวิทยาของโรคมะเร็งชนิดนั้นๆ เช่นมีการลุกลามของเซลล์มะเร็งเข้ากระแสเลือดหรือกระแสน้ำเหลือง) ก็อาจมีการรักษาร่วมกันหลายวิธีการ เช่นการผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด

  • การรักษาโรคมะเร็งระยะที่ 2 เป็นการรักษาเพื่อหวังผลหายขาด ในโรคมะเร็งบางชนิดที่มีความรุนแรงของโรคต่ำ อาจยังคงใช้วิธีการรักษาเพียงวิธีการเดียว แต่ส่วนใหญ่มักใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น การผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด

  • การรักษาโรคมะเร็งระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ชนิดที่มีการลุกลามรุนแรงแต่ยังไม่แพร่กระจาย ในผู้ป่วยที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถึงแม้โอกาสรักษาหายจะต่ำกว่าในโรคมะเร็งระยะที่ 1 และ 2 แต่แพทย์ก็ยังคงให้การรักษาโดยหวังผลหายขาด และมักใช้การรักษาหลายวิธีการร่วมกัน

แต่ในผู้ป่วยที่มีสุขภาพไม่ดีและผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งมักทนผลข้างเคียง แทรกซ้อนจากการรักษาเพื่อการหายขาดไม่ได้ แพทย์จะให้การรักษาด้วยการบรรเทา ประทังอาการ และการรักษาเพื่อประคับประคอง พยุงอาการ การรักษาทางอายุรกรรมทั่วไป

โรคมะเร็งระยะที่ 4 ชนิดที่มีการแพร่กระจาย ซึ่งเป็นโรคในระยะที่รักษาไม่หาย หากผู้ป่วยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง แพทย์จะให้การรักษาโดยการบรรเทา ประทังอาการ แต่ถ้าผู้ป่วยสุขภาพไม่ดีหรือเป็นผู้ป่วยสูงอายุ แพทย์จะให้การรักษาโดยการประคับประคอง พยุงตามอาการ การรักษาทางอายุรกรรมทั่วไป

โรคมะเร็งมีโอกาสรักษาหายหรือไม่?

โรคมะเร็งมีโอกาสรักษาหายได้ (อัตราอยู่รอดที่ 5 ปี) แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ ระยะโรคและชนิดของเซลล์มะเร็ง ธรรมชาติของโรคมะเร็งแต่ละชนิด อายุและสุขภาพของผู้ป่วยโดยทั่วไป

  • โรคระยะที่ 1 มีอัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ประมาณร้อยละ 70-90

  • โรคระยะที่ 2 มีอัตราแยู่รอดที่ 5 ปี ประมาณร้อยละ 50-80

  • โรคระยะที่ 3 มีอัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ประมาณร้อยละ 20-50

  • โรคระยะที่ 4 หากเป็นโรคระยะที่ 4 ชนิดลุกลามรุนแรง แต่ยังไม่มีโรคแพร่กระจาย มีอัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ประมาณร้อยละ 5-30 แต่ในกลุ่มที่มีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือดหรอต่อมน้ำเหลืองระยะไกล มักไม่มีโอกาสอยู่รอดที่ 5 ปี ส่วนใหญ่มักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่พบบ่อย HD รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว

1. อัตราอยู่รอดที่ 5 ปี หมายความว่าอย่างไร?

คำตอบ โรคมะเร็งเกือบทุกชนิดหลังครบการรักษาแล้ว ก็จะมีการติดตามอาการต่อไปอีก 5 ปี หากไม่พบโรคมะเร็งเป็นซ้ำหรือแพร่กระจาย ทางการแพทย์จะถือว่าผู้ป่วยหายขาดจากโรคมะเร็งแล้ว 

เพราะโรคมะเร็งส่วนใหญ่ภายหลังรับรักษาครบแล้ว ถ้าจะมีการย้อนกลับเป็นซ้ำหรือการแพร่กระจาย มักเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากครบการรักษา (ประมาณร้อยละ 80-90 เกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีหลังครบการรักษา) หรือหากมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง ก็อาจมีโอกาสกลับมาเป็นได้เช่นกัน

2. โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำหมายความว่าอย่างไร?

คำตอบ โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ หมายถึง ภายหลังการรักษาครบแล้ว แพทย์ตรวจซ้ำไม่พบโรคมะเร็ง แต่เมื่อติดตามโรคระยะหนึ่ง มักนานเกิน 6 เดือนขึ้นไป กลับตรวจพบว่ามีโรคมะเร็งชนิดเดิมเกิดขึ้นในเนื้อเยื่ออวัยวะเดิม (รอยโรค) และหรือในต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงกับเนื้อเยื่ออวัยวะเดิม

3. โรคมะเร็งชนิดที่ 2 หมายความว่าอย่างไร?

คำตอบ โรคมะเร็งชนิดที่ 2 หมายความว่าเมื่อเป็นโรคมะเร็งชนิดที่หนึ่งแล้ว ยังตรวจพบโรคมะเร็งชนิดใหม่อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคมะเร็งคนละชนิดกับโรคมะเร็งเดิม และมักเกิดในเนื้อเยื่ออวัยวะใหม่ ไม่ใช่เนื้อเยื่ออวัยวะเดิม 

4. มีวิธีตรวจคัดกรองให้พบโรคมะเร็งตั้งแต่เริ่มเป็นหรือไม่?

คำตอบ มีเพียงโรคมะเร็งบางชนิด (ส่วนน้อย) เท่านั้น ที่มีวิธีตรวจคัดกรองอย่างมีประสิทธิภาพ ให้พบโรคมะเร็งตั้งแต่เริ่มเป็น โรคมะเร็งโดยส่วนใหญ่ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ 

ซึ่งปัจจุบันโรคมะเร็งที่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ โรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่

5. มีวิธีป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหรือไม่?

คำตอบ ปัจจุบันมีเพียงโรคมะเร็งปากมดลูกเท่านั้นที่มีวิธีการป้องกันการเกิดที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ที่สำคัญคือ บุหรี่ เหล้า อาหารไม่มีประโยชน์ โรคอ้วน การสำส่อนทางเพศ และสารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งแวดล้อม 

โรคมะเร็งเป็นโรคที่ยิ่งพบได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสในการรักษาหายขาดก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น คุณจึงควรตรวจสุขภาพ หรือตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำทุกปี

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android 


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ระยะของโรคมะเร็ง (Stage of Cancer), (https://www.chulacancer.net/faq-list-page.php?id=328).
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ปัจจัยเสี่ยงก่อมะเร็ง, (https://www.thaihealth.or.th/Content/38105-ปัจจัยเสี่ยงก่อมะเร็ง.html), 9 สิงหาคม 2560.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคมะเร็ง, (http://www.nci.go.th/th/Knowledge/index_general.html).

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป