กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

Milnacipran (มิลนาซิแพรน)

เผยแพร่ครั้งแรก 8 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

สรรพคุณของยา Milnacipran

ยา Milnacipran เป็นยาสำหรับรักษาอาการปวดที่เกิดจากโรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) ซึ่งส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เอ็น (Tendons และ Ligaments) และเนื้อเยื่อค้ำจุนร่างกาย (Supporting tissues)

ยา Milnacipran เป็นยาในกลุ่ม Serotonin-norepinephrine reuptake inhibitor (SNRI) ออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของสารเคมีตามธรรมชาติในสมอง (สารสื่อประสาท)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

วิธีใช้ยา Milnacipran

อ่านคำแนะนำในการใช้ยาที่ได้รับจากเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ และในทุกครั้งที่มารับยาซ้ำ หากมีคำถามใดๆ ให้สอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยานี้ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ โดยทั่วไปจะรับประทานวันละ 2 ครั้ง หรือรับประทานตามที่แพทย์สั่ง ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาจเปลี่ยนมารับประทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารแทน

ขนาดยาที่คุณได้รับจะขึ้นกับสภาวะโรคและการตอบสนองต่อการรักษา

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงจากยา แพทย์อาจให้คุณเริ่มยาในขนาดต่ำ และค่อยๆ ปรับเพิ่มขนาดยาขึ้น ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามปรับเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยาบ่อยครั้งกว่าที่แพทย์สั่ง เพราะไม่ทำให้อาการหายเร็วขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสเกิดอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงด้วย

ถ้าคุณใช้ยานี้เป็นประจำติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หากหยุดยากะทันหันอาจทำให้เกิดอาการถอนยาขึ้นได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย การนอนหลับเปลี่ยนแปลงไป และมีความรู้สึกคล้ายถูกไฟช็อต ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการถอนยา แพทย์อาจให้คุณค่อยๆ ปรับลดขนาดยาลงก่อนหยุดยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และแจ้งให้พวกเขาทราบหากมีอาการถอนยาเกิดขึ้น

แจ้งแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

ผลข้างเคียงของยา Milnacipran

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยา Milnacipran ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง ท้องผูก เบื่ออาหาร เวียนศีรษะ เหงื่อออกมาก ปวดศีรษะ หรือมีอาการร้อนวูบวาบ ถ้าอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแย่ลง ให้แจ้งแพทย์ทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์สั่งยานี้ให้กับคุณ เพราะว่าแพทย์ได้ประเมินแล้วว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากยานี้มากกว่าความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียง ผู้ป่วยหลายรายที่ใช้ยานี้ไม่เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงจากยา

ยา Milnacipran อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ จึงต้องตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ และแจ้งให้แพทย์ทราบถ้าพบว่าความดันโลหิตสูง

ให้แจ้งแพทย์ทันที ถ้าคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรง ได้แก่

  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ความสามารถทางเพศเปลี่ยนแปลงไป
  • ความสนใจทางเพศลดลง
  • ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก
  • มีอาการชัก
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปัสสาวะมีสีเข้ม
  • ปวดท้องรุนแรง
  • อุจจาระมีสีดำ อุจจาระมีเลือดปน
  • อาเจียนคล้ายกากกาแฟ
  • เลือดออกง่าย มีรอยช้ำง่าย

ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ถ้าคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก ได้แก่

  • ปวดตา ตาบวม ตาแดง
  • ม่านตาขยาย
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นรุ้งรอบแสงไฟตอนกลางคืน ตาพร่ามัว

ยา Milnacipran อาจเพิ่มปริมาณสารสื่อประสาท Serotonin ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการที่ร้ายแรงได้ (พบได้น้อย) ซึ่งก็คือกลุ่มอาการซีโรโตนิน หรือ ซีโรโตนินเป็นพิษ (Serotonin syndrome/toxicity) โดยความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้จะเพิ่มขึ้นถ้าคุณใช้ยาอื่นที่เพิ่มปริมาณสาร Serotonin ในร่างกายร่วมด้วย ดังนั้นคุณต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับรายการยาทุกรายการที่กำลังใช้อยู่ และไปพบแพทย์ทันที ถ้ามีอาการใดๆ ดังนี้: หัวใจเต้นเร็ว ประสาทหลอน สูญเสียการประสานงานกันของร่างกาย เวียนศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้/อาเจียน/ท้องเสียอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อกระตุก มีไข้อย่างไม่ทราบสาเหตุ กระสับกระส่าย กระวนกระวายผิดปกติ

ปฏิกิริยาการแพ้ยานี้ เป็นเรื่องที่พบได้น้อย อย่างไรก็ตามถ้าเกิดอาการใดๆ ของการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ ผื่น คัน/บวม (โดยเฉพาะที่หน้า ลิ้น คอ) เวียนศีรษะรุนแรง หายใจลำบาก

อาการข้างเคียงที่กล่าวไว้ข้างต้นไม่ใช่อาการข้างเคียงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการผิดปกติใดๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

ข้อควรระวังในการใช้ยา Milnacipran

ถ้าคุณแพ้ยา Milnacipran หรือยา Levomilnacipran หรือแพ้สิ่งอื่นๆ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนได้รับยานี้ ผลิตภัณฑ์ยานี้อาจประกอบด้วยสารไม่ออกฤทธิ์อื่นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพ้หรือปัญหาอื่นได้ ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนการใช้ยา Milnacipran ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณ

  • เป็นโรคไต
  • เป็นโรคตับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • ตนเองหรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคต้อหินชนิดมุมปิด
  • ตนเองหรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคทางจิตเวช เช่น โรคไบโพลาร์ (โรคอารมณ์แปรปรวน 2 ขั้ว)
  • ตนเองหรือคนในครอบครัวมีประวัติพยายามฆ่าตัวตาย
  • มีความดันโลหิตสูง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เป็นโรคลมชัก
  • ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง (Dehydration)
  • เป็นแผลที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • เกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล (โซเดียมในเลือดต่ำ)
  • ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก เช่น เกิดจากต่อมลูกหมากโต

ยา Milnacipran อาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้คุณมีอาการเวียนศีรษะได้มากขึ้น ห้ามขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องอาศัยการตื่นตัว จนกว่าคุณจะทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้การดื่มแอลกอฮอล์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับอีกด้วย

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ให้แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับรายการยา อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่

ผู้สูงอายุที่ใช้ยานี้อาจมีความเสี่ยงต่อการมีเกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุลได้มากกว่าปกติ (โซเดียมในเลือดต่ำ) โดยเฉพาะถ้ากำลังใช้ยาขับปัสสาวะร่วมด้วย

ระหว่างการตั้งครรภ์ ยานี้ควรใช้เฉพาะในกรณีที่ประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นจริงๆ โดยให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ โดยพบว่าเด็กทารกที่คลอดจากมารดาที่ใช้ยานี้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์อาจมีอาการถอนยา เช่น หายใจลำบาก ดูดนมลำบาก มีอาการชัก กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หรือร้องไห้ไม่หยุด ถ้าคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในเด็กแรกเกิด ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที

ยา Milnacipran ผ่านไปยังน้ำนมได้ จึงให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการให้นมบุตร

คำเตือนในการใช้ยา Milnacipran

แม้ว่ายา Milnacipran จะไมได้ใช้สำหรับรักษาโรคซึมเศร้า แต่ก็เป็นยาในกลุ่มเดียวกับยาต้านเศร้า (Antidepressant) โดยยาต้านเศร้า (Antidepressant medications) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคได้หลายโรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า และโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางจิตใจ/ความผิดปกติทางอารมณ์ (Mental/Mood disorders) โดยยาเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้มีความคิดฆ่าตัวตาย/พยายามฆ่าตัวตาย และยังมีประโยชน์ที่สำคัญอื่นๆ กับตัวผู้ป่วยที่ใช้ยา อย่างไรก็ตามมีข้อมูลพบผู้ป่วยจำนวนน้อย (โดยเฉพาะผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี) ซึ่งใช้ยาต้านเศร้าสำหรับโรคใดๆ ก็ตาม อาจมีอาการซึมเศร้าแย่ลง มีอาการทางสภาวะจิตใจ/อารมณ์ หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย ดังนั้นสิ่งสำคัญมากๆ คือต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับจากยาต้านเศร้า (โดยเฉพาะในผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี) แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ยานี้สำหรับโรคทางจิตใจ หรืออารมณ์ก็ตาม

แจ้งแพทย์ทันที หากคุณมีอาการซึมเศร้าแย่ลง หรือมีอาการทางจิตที่แย่ลง มีพฤติกรรมผิดปกติไป (รวมถึงความคิดฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย) หรือมีความเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจ อารมณ์ (มีอาการวิตกกังวล หรือวิตกกังวลมากกว่าเดิม ตื่นตระหนก มีปัญหาในการนอนหลับ หงุดหงิด ฉุนเฉียว รู้สึกเกลียด รู้สึกโกรธ มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น กระวนกระวายใจอย่างรุนแรง พูดเร็วมาก โดยให้สังเกตอาการเหล่านี้เป็นพิเศษในช่วงเริ่มใช้ยาต้านเศร้า หรือเมื่อมีการปรับขนาดยา

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยา Milnacipran

สภาวะต่อไปนี้ถือเป็นข้อห้ามในการใช้ยา Milnacipran ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์ทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้

  • กลุ่มอาการของการหลั่งฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะไม่เหมาะสม (Syndrome of Inappropriate Antidiuretic Hormone Secretion)
  • โซเดียมในเลือดต่ำ
  • เป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกมากกว่าปกติ
  • มีพฤติกรรมร่าเริงและทำกิจกรรมต่างๆ มากเกินไป
  • มีอาการคลุ้มคลั่งที่ไม่รุนแรง (Mild Degree of Mania)
  • มีความคิดฆ่าตัวตาย
  • เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง (Alcoholism)
  • เป็นกลุ่มอาการซีโรโตนิน (Serotonin syndrome)-การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา
  • เป็นต้อหินมุมปิด หรือมีความเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินมุมปิด
  • มีความดันโลหิตสูง
  • หัวใจเต้นเร็วชนิด Sinus tachycardia
  • เป็นโรคตับ
  • ทางเดินปัสสาวะอุดตัน
  • มีอาการชัก
  • การทำงานของตับผิดปกติ
  • เป็นโรคไตเรื้อรังระดับรุนแรง (ระยะ 4) หรือไตวาย (ระยะ 5)
  • แพ้ยา Milnacipran หรือยาที่โครงสร้างคล้ายกัน

การใช้ยา Milnacipran ร่วมกับยาอื่น

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug interactions) อาจเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง ข้อมูลที่ระบุนี้ไม่ได้ครอบคลุมการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังรับประทานยา อาหารเสริม สมุนไพร ใดอยู่ในขณะนี้ อย่าเริ่มยา หยุดยา หรือเปลี่ยนแปลงขนาดยาต่างๆ เอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

รายการยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยา Milnacipran ได้แก่:

  • ยาในกลุ่ม MAOIs บางรายการ
  • Linezolid
  • Dapoxetine
  • Sibutramine
  • Meperidine
  • Metoclopramide
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางรายการ (Vitamin K antagonists)
  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS), Aspirin
  • ยาต้านเกล็ดเลือด, ยาสลายลิ่มเลือด
  • Clopidogrel
  • Fentanyl
  • Phentermine
  • Bupropion
  • Lithium
  • Tapentadol, Tramadol
  • 5-HT1D Agonists

การได้รับยา Milnacipran เกินขนาด

หากมีใครก็ตามที่ได้รับยา Milnacipran เกินขนาด จนทำให้เกิดอาการที่ร้ายแรง เช่น หมดสติ หรือหายใจลำบาก ให้รีบเรียกรถพยาบาลทันที โทร 1669 

อาการของการได้รับยาเกินขนาดอาจได้แก่ สับสน เวียนศีรษะอย่างรุนแรง ง่วงนอนอย่างรุนแรง

หมายเหตุ

ห้ามแบ่งยานี้ให้ผู้อื่นใช้

ควรมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ/หรือ การตรวจทางการแพทย์เป็นระยะเพื่อติดตามอาการและผลข้างเคียงจากยา เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ การทำงานของตับ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากลืมรับประทานยา Milnacipran

ถ้าคุณลืมรับประทานยานี้ ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ หากนึกได้เมื่อใกล้กับเวลาของมื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป และรับประทานมื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

การเก็บรักษายา Milnacipran

เก็บรักษายาที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากแสงแดดและความชื้น ไม่เก็บยาในห้องน้ำ เก็บยาทุกชนิดให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่เทยานี้ทิ้งในห้องน้ำหรือในท่อระบายน้ำ ให้ทิ้งผลิตภัณฑ์ยานี้อย่างเหมาะสมเมื่อยาหมดอายุหรือเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้อีก


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Carol Eustice, Savella (milnacipran HC) - What You Need to Know (https://www.verywellhealth.com/savella-what-you-need-to-know-190063), 24 June 2019.
Kevin C. Fleming, M.D., Savella for fibromyalgia: Helpful for fatigue? (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/fibromyalgia/expert-answers/milnacipran/faq-20058213), 17 August 2017.
Spencer Dorn, MD, MPH, University of North Carolina, Chapel Hill, Milnacipran (Savella) in Irritable Bowel Syndrome (IBS) (https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT01471379), 13 April 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม