7 สาเหตุของอาการตาบวม

รวมสาเหตุที่ทำให้ตาบวม แบบไหนอันตราย แบบไหนรักษาเองได้ หาคำตอบได้ที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรก 22 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
7 สาเหตุของอาการตาบวม

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ตาบวม เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิแพ้ ตาแดง ตากุ้งยิง ซีสต์ ร้องไห้มากเกินไป
  • ตาบวมที่เกิดจากภูมิแพ้หรือร้องไห้ อาจบรรเทาอาการได้ด้วยตัวเองหากอาการไม่รุนแรง
  • หากเกิดอาการตาบวมในระยะเริ่มต้น ควรล้างด้วยน้ำเกลือ (Saline solution) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก และประคบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ตาบวม เพื่อบรรเทาอาการ
  • หากตาบวมเกิดร่วมกับการมีไข้ เวียนหัว กลอกตาลำบาก หรือบวมมากจนรู้สึกเจ็บ ให้รีบพบจักษุแพทย์ทันที
  • อย่างไรก็ตาม ตาเป็นอวัยวะสำคัญที่หากเกิดอันตรายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก ฉะนั้นจึงควรตรวจตากับจักษุแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ (ดูแพ็กเกจ ตรวจตา ได้ที่นี่)

ตา เป็นอวัยวะสำคัญของทุกคน เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตา เช่น ตาบวม เราจึงมักตื่นกลัวอยู่เสมอ เพราะไม่รู้ว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจกับสาเหตุของอาการตาบวมที่พบได้บ่อย เพื่อจะได้ป้องกันและรักษาเบื้องต้นได้ถูกวิธี

7 สาเหตุของอาการตาบวม

อาการตาบวมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นคุณควรสังเกตลักษณะและอาการของตนเองดูว่าเกิดจากอะไร เพื่อจะได้หาวิธีรักษาอย่างถูกต้อง โดยสาเหตุที่พบบ่อยของอาการตาบวม มีดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 17

1. โรคภูมิแพ้ (Allergies)

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่าง จนเกิดเป็นอาการแพ้แสดงออกมา แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงก็ตาม เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่นเล็กน้อย เชื้อรา อาหารทะเล 

อาการของโรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนของร่างกาย เช่น ผื่นคัน ปากบวม คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่สะดวก และหนึ่งในนั้นก็คือ อาการตาบวม น้ำตาไหล ซึ่งผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักจะเผลอเอามือไปขยี้ตาข้างที่บวม จนอาจเกิดอาการแทรกซ้อนตามมา เช่น เป็นตาแดง ตากุ้งยิง

2. ตาแดง (Pink eye)

ตาแดง คือ อาการที่เยื่อบุตามีสีแดง หรือชมพูเข้ม อีกทั้งน้ำตาไหลเยอะ มีหนองเหนียวเคลือบดวงตา อาจติดที่ขอบตา หรือขนตาด้วย เปลือกตาบวม ทำให้เกิดความระคายเคือง และอาการสามารถลุกลามไปยังตาอีกข้างหนึ่งได้ภายใน 2-3 วัน 

ตาแดงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) ที่สามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัสน้ำตา และทางอากาศ หากติดเชื้อแล้วจะใช้เวลา 1-2 วันก่อนจะเริ่มแสดงอาการ  หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจทำให้กระจกตาอักเสบจนมีอาการปวดตตา และสายตามัวได้ 

3. ตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อ (Hordeolum)

ตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อ จะมีลักษณะเป็นก้อนกลมบวมแดงบริเวณเปลือกตาใกล้กับขนตา เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ บางคนปวดตลอดเวลา อาจมีหนองไหลออกจากดวงตาร่วมด้วย

ตากุ้งยิงชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สแตฟฟิลโลคอคคัส (Staphylococcus) เข้าไปทำให้ต่อมไขมันไมโบเนียน (Meibomian gland) ซึ่งทำหน้าที่ปล่อยไขมันควบคุมความสมดุลของน้ำตาจนเกิดการอักเสบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 17

ลักษณะของตากุ้งยิงที่ติดเชื้อ สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

  • ตากุ้งยิงชนิดหัวออก (External hordeolum) จะสามารถสังเกตหัวของตากุ้งยิงได้จากภายนอก มักเกิดบริเวณโคนตา
  • ตากุ้งยิงชนิดหัวเข้า (Internal hoedeolum) จะเกิดการบวมขึ้นจากภายใน และต้องปลิ้นเปลือกตาออกถึงจะมองเห็นหัวตากุ้งยิงภายใน

อย่างไรก็ตาม ตากุ้งยิงอาจเกิดได้ทั้งชนิดเดียวหรือเกิด 2 ชนิดพร้อมกันก็ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

4. ตากุ้งยิงชนิดไม่ติดเชื้อ (Chalazion)

ตากุ้งยิงชนิดนี้เรียกอีกอย่างได้ว่า "ซีสต์ (Cyst)" ที่ตา ลักษณะเป็นก้อนกลมแข็งๆ ขนาดใกล้เคียงกับถั่วเขียวบริเวณเปลือกตา เมื่อนำมือสัมผัสจะไม่มีอาการเจ็บ แต่จะสังเกตเห็นได้ชัด 

ตากุ้งยิงชนิดนี้เกิดจากต่อม ไมโบเมียน (Meibomian gland) อุดตัน ทำให้ไขมันที่ช่วยควบคุมสมดุลดวงตาสะสมภายในผนังต่อมจนบวมขึ้นมา โดยปกติ สามารถรักษาหายได้ด้วยตัวเองในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากรักษาความสะอาดไม่ดี ก็มีโอกาสจะกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อได้

5. เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบ (Orbital cellulitis)

คนที่เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบมีจะอกาารรอบดวงตาบวมมาก รู้สึกปวดตา ระคายเคืองตา เยื่อบุตาเป็นสีแดงคล้ายกับโรคตาแดง แต่กลอกตาไปมาลำบาก หรืออาจกลอกตาไม่ได้เลย การมองเห็นแย่ลง หากมีไข้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์

เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบเกิดได้จากการติดเชื้อหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือ แบคทีเรีย สแตฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เข้าไปทำให้เยื้อกั้นหลังเบ้าตา (Orbital septum) ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ จนเกิดการอักเสบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 17

6. โรคเกรฟส์ (Graves’ disease)

โรคนี้อาจไม่ใช่โรคที่เกี่ยวกับดวงตาโดยตรง แต่ส่งผลทำให้ตาบวมได้ โดยโรคเกรฟส์ คือ โรคต่อมไร้ท่อผิดปกติ ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ (Thyriod) ทำงานมากเกินไป 

ซึ่งต่อมไทรอยด์นั้น จะทำหน้าที่ส่งเซลล์ขึ้นไปเพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อยู่บริเวณดวงตา ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิดการติดเชื้อ และการเพิ่มจำนวนของเซลล์เหล่านั้น จึงทำให้เกิดการสะสม และบวมขึ้นในที่สุด

หากปล่อยไว้อาจเกิดการอีกเสบในตาได้ ซึ่งการรักษาต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายประเภท

7. ร้องไห้มากเกินไป (Crying)

การร้องไห้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้เปลือกตาบวมได้เช่นกัน เนื่องจากเวลาเราร้องไห้ จะมีเลือด และของเหลวมาเลี้ยงบริเวณดวงตาเยอะ หากร้องไห้เป็นเวลานาน จะทำให้เส้นเลือดฝอยในตา และเปลือกตาแตก ทำให้เกิดการสะสมของเหลวบริเวณรอบดวงตาจนตาบวมได้ 

อาการตาบวมที่เกิดจากการร้องไห้มากเกินไปมักไม่มีอันตรายร้ายแรง อาจใช้การประคบเย็นหรือดื่มน้ำทดแทน ก็สามารถบรรเทาอาการได้

วิธีรักษาอาการตาบวมเบื้องต้น

หากเกิดอาการตาบวมในระยะเริ่มต้น และอาการยังไม่รุนแรง สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีเพื่อบรรเทาอาการ มีดังต่อไปนี้

  • ล้างตาด้วยน้ำเกลือสะอาด (Saline solution) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ทำให้ระคายเคืองตา
  • ประคบตาด้วยผ้าชุบน้ำเย็น แต่หากทราบว่าเป็นซีสต์หรือตากุ้งยิง ให้ประคบด้วยผ้าอุ่นๆ แทน 
  • ประคบตาด้วยถุงชาดำแช่เย็น เนื่องจากคาเฟอีนในชาช่วยลดอาการบวมได้ 
  • หากเป็นตาแดง ให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบดวงตา
  • ทำความสะอาดหมอนให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเกิดภูมิแพ้จากไรฝุ่น
  • หนุนหมอนสูงขึ้นเล็กน้อยขณะนอนหลับ เพื่อช่วยการไหลเวียนของเหลวที่อยู่ในร่างกาย

กรณีฉุกเฉินที่ควรไปพบจักษุแพทย์เมื่อเกิดอาการตาบวม

ในกรณีที่ตาบวมจากสาเหตุอันตราย อาจส่งผลกระทบร้ายแรงแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงควรสังเกตว่า มีอาการตาบวมร่วมกับอาการเหล่านี้หรือไม่ หากมี ควรไปพบจักษุแพทย์ทันที

  • มีไข้ขึ้นสูง
  • เวียนหัว สับสน
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • กลอกตาลำบาก
  • เจ็บภายในดวงตา หรือรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในดวงตา

ข้อควรระวังเมื่อเกิดอาการตาบวม

  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางระหว่างที่เกิดอาการตาบวม 
  • ไม่ควรใส่คนแทคเลนส์ระหว่างที่เกิดอาการตาบวม 
  • ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสบริเวณรอบดวงตา เพราะอาจติดเชื้อได้

คุณสามารถป้องกันอาการป้องกันอาการตาบวมเบื้องต้นได้โดยรักษาความสะอาดของดวงตาเป็นประจำ หากเป็นโรคเกี่ยวกับตา ก็ให้หมั่นดูแลตนเอง รับประทาน หรือหยอดตาตามแพทย์สั่งให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจทำให้ตาบวมกว่าเดิมได้

ดูแพ็กเกจตรวจตา เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รศ. พญ. เกวลิน เลขานนท์, “โรคภูมิแพ้ตา“ อาการเรื้อรังที่ไม่ควรละเลย, (https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/โรคภูมิแพ้ตา-อาการเรื/), 17 กุมภาพันธ์ 2560.
รศ. พญ. ไธวดี ดุลยจินดา, โรคตาแดง, (https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=54), 5 ตุลาคม 2553.
นพ. สุรพงษ์ ดวงรัตน์, ตากุ้งยิง, (https://www.doctor.or.th/article/detail/4407), 1 กรกฏาคม 2532.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคม่านตาอักเสบ
ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคม่านตาอักเสบ

ม่านตาอักเสบเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไรและมีวิธีรักษาอะไรบ้าง

อ่านเพิ่ม
เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)
เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)

อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดง

อ่านเพิ่ม