กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD

Tryptanol / Polytanol (ตัวยา Amitriptyline)

เผยแพร่ครั้งแรก 6 ส.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 7 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 11 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ยา Amitriptyline เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม Tricyclic antidepressants (TCAs) ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Epinephrine และ Serotonin ทำให้ผู้ป่วยอารมณ์ดีขึ้น วิตกกังวลน้อยลง และนอนหลับได้ดีขึ้น
  • ยา Amitriptyline อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุไม่เกิน 24 ปี) ที่ใช้ยามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ผู้ใกล้ชิดจึงควรสังเกตภาวะอารมณ์ หรืออาการอื่นๆ ของผู้ป่วย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
  • การใช้ยา Amitriptyline ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกร ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง รวมถึงหยุดยา หรือเพิ่มขนาดยาด้วยตัวเอง
  • อาการข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม ฝันร้าย ปวดศีรษะ เหงื่อออกมากผิดปกติ อ่อนเพลีย ปากแห้ง ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก มองเห็นไม่ชัด หรือสับสน
  • อาการข้างเคียงรุนแรงที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เช่น หมดสติ พูดช้าลง ใบหน้าและลิ้นบวม ตัวเหลือง ตาเหลือง กล้ามเนื้อขากรรไกร คอ และแผ่นหลังเกิดอาการเกร็งตัว เลือดออก ชัก หรือประสาทหลอน
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยา Amitriptyline ควรติดตามอาการกับแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยาส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายอย่าง และอาจทำให้เกิดอาการติดยาได้ (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

Amitriptyline เป็นยาใช้รักษาอาการโรคซึมเศร้า จัดอยู่ในกลุ่ม Tricyclic antidepressants (TCAs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมกลับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า เอพิเนฟรีน (Epinephrine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้มีปริมาณสารทั้งสองชนิดนี้ในสมองเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ดีขึ้น วิตกกังวลน้อยลง และนอนหลับได้ดีขึ้น 

นอกจากใช้รักษาโรคซึมเศร้าแล้ว Amitriptyline ยังมีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคอื่นๆ ได้แก่ อาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด โรคสมาธิสั้น โรคการกินผิดปกติบางประเภท และอาจนำมาใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนได้เช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

อย่างไรก็ตาม ยากลุ่ม TCAs มีโอกาสทำให้เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงได้มากกว่ายารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างยาตัวอื่นๆ ในกลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) เช่น Fluoxetine  

แพทย์จึงไม่นิยมให้ผู้ป่วยใช้ยากลุ่ม TCAs เป็นตัวแรกในการรักษาโรคซึมเศร้า

คำเตือนในการใช้ยา Amitriptyline

องค์การอาหารและยาได้ให้ Amitriptyline เป็นยาที่ต้องระบุคำเตือนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุด (Black box warning) สำหรับยาต้านโรคซึมเศร้า 

เนื่องจากการใช้ยา Amitriptyline อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุไม่เกิน 24 ปี) ที่ใช้ยานี้ เกิดความคิดเรื่องการฆ่าตัวตาย หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ 

ครอบครัว หรือผู้ดูแลจึงควรเฝ้าสังเกตสภาวะอารมณ์ หรืออาการอื่นๆ ของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติการคำเตือนการใช้ยาต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด คำเตือนนี้ยังรวมถึงยาในกลุ่ม SSRIs เช่น Fluoxetine, Paroxetine ด้วยเช่นกัน

  • ผู้ที่ดูแลผู้ป่วย หรือตัวผู้ป่วยเอง ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ หากพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ในระหว่างที่ใช้ยา Amitriptyline โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษา หรือหลังจากเริ่มปรับปริมาณการใช้ยา
    • มีความคิดทำร้ายตนเองหรือพยายามทำร้ายตนเอง
    • มีอารมณ์ซึมเศร้าลง
    • รู้สึกเป็นกังวลอย่างมากหรือวิตกกังวลเรื่องอื่นๆ เพิ่มขึ้น
    • กระสับกระส่าย อยู่ไม่นิ่ง
    • มีอาการของโรคตื่นตระหนก (Panic) กำเริบ
    • เริ่มนอนหลับยากหรือนอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน
    • มีพฤติกรรมก้าวร้าว
    • หงุดหงิด กระวนกระวายผิดปกติ
    • อารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
    • ตื่นเต้นผิดปกติหรือกระตือรือร้นมากกว่าปกติ
    • หวาดระแวง รู้สึกไม่เป็นมิตร หรือก้าวร้าว
    • มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นผิดปกติ
  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรใช้ยานี้ แต่อาจอนุโลมให้นำมาใช้ในผู้ป่วยบางรายที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าจะเกิดประโยชน์ต่อการรักษามากกว่าความเสี่ยง 
  • ก่อนการผ่าตัดใดๆ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบว่าคุณอยู่ในช่วงรับประทานยา Amitriptyline เพราะคุณอาจจำเป็นต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา เพื่อค่อยๆ ปรับลดขนาดยา และหยุดยา Amitriptyline ไปก่อนชั่วคราว
  • ไม่ควรหยุดรับประทานยา Amitriptyline ทันทีโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยากะทันหันอาจก่อให้เกิดอาการถอนยาได้ 
  • ในการใช้ยานี้ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลการรักษาเต็มที่จากยา Amitriptyline คุณควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในการรักษาโรคซึมเศร้า หากรับประทาน Amitriptyline นานกว่า 4 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยา Amitriptyline หากคุณมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะต่อไปนี้
  • Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม คุณไม่ควรขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้สมาธิ จนกว่าจะทราบว่ายามีผลข้างเคียงต่อคุณอย่างไรบ้าง
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยา เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลยับยั้งฤทธิ์ลดอาการซึมเศร้าของยา Amitriptyline และจะทำให้เกิดอาการง่วงซึมมากขึ้น 

การใช้ยา Amitriptyline ในหญิงตั้งครรภ์

Amitriptyline อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ยานี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ และไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างที่ใช้ยานี้ เนื่องจากตัวยาสามารถซึมผ่านทางน้ำนมและก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกที่ดื่มนมจากมารดาได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

การใช้ยา Amitriptyline ในทางที่ผิด

มีรายงานว่าการรับประทานยา Amitriptyline ในปริมาณค่อนข้างมาก ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มเป็นสุข หรือเกิดอาการประสาทหลอนในบางราย ซึ่งการใช้ยา Amitriptyline หรือยาอื่นๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุขนั้นถือเป็นอันตรายอย่างมาก และอาจนำไปสู่อาการข้างเคียงที่รุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดได้

ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เภสัชกร และควรเก็บรักษายาทุกชนิดให้พ้นจากมือเด็ก วัยรุ่น และบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้  เนื่องจากอาจนำยาไปใช้ในทางที่ผิดและทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงดังที่กล่าวมา

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจาก Amitriptyline

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยา Amitriptyline คือทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและกิจวัตรประจำวันเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงนี้

การใช้ Amitriptyline เพื่อการนอนหลับ

ผู้ป่วยบางราย มักนำมาใช้เป็นยารักษาอาการนอนไม่หลับ ซึ่งนอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม แพทย์บางท่านจะเลือกใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่นที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากกว่า จึงไม่นิยมสั่งใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ

การใช้ยา Amitriptyline ในสุนัขและแมว

Amitriptyline มักถูกนำมาใช้รักษาพฤติกรรมที่ผิดปกติบางอย่างในสุนัขและแมว เช่น อาการแยกตัว กลัวเสียงดัง หรืออาการอื่นๆ ที่เกิดจากความกลัวหรือกระวนกระวาย การสั่งใช้ยา Amitriptyline สำหรับสัตว์เลี้ยงควรอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น

อาการข้างเคียงจากการใช้ยา Amitriptyline

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยา Amitriptyline มีดังนี้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53
  • คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • ง่วงซึมหรือเหนื่อยง่าย
  • ฝันร้าย
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ท้องผูก
  • ถ่ายปัสสาวะลำบาก
  • มองเห็นไม่ชัดเจน
  • รู้สึกปวด แสบร้อน หรือเสียวซ่าบริเวณมือหรือเท้า
  • มีความต้องการทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศลดลง
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • รู้สึกสับสน 
  • โคลงเคลง 

คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการข้างเคียงเหล่านี้อย่างรุนแรงหรือมีอาการข้างเคียงเรื้อรังต่อเนื่อง

อาการข้างเคียงที่รุนแรงจากยา Amitriptyline

หากคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน

  • พูดช้าลงหรือพูดลำบากขึ้น
  • วิงเวียนศีรษะหรือเป็นลมหมดสติ
  • กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการชาไร้ความรู้สึก
  • เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนถูกทุบหรือกดทับ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ
  • เกิดผื่นผิวหนังชนิดรุนแรงหรือผื่นลมพิษ
  • ใบหน้าและลิ้นบวม
  • ตัวเหลือง หรือตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • กล้ามเนื้อขากรรไกร คอ และแผ่นหลังเกิดอาการเกร็งตัว
  • บางส่วนของร่างกายมีอาการสั่นแบบควบคุมไม่ได้
  • เลือดออกหรือเกิดจ้ำเลือดผิดปกติ
  • ชัก
  • ประสาทหลอน

ปฏิกิริยาของยา Amitriptyline เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น

ยา Amitriptyline อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นได้ ก่อนใช้ยานี้ คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยา อาหารเสริม วิตามิน และสมุนไพรใดชนิดใดก็ตามที่กำลังใช้อยู่ โดยเฉพาะยาเหล่านี้

  • ยาในกลุ่ม Monoamine oxidase inhibitor (MAOI) หรือเพิ่งหยุดใช้ยากลุ่ม MAOI ไปไม่เกิน 14 วัน ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Isocarboxazid, Phenelzine, Selegiline, Emsam, Tranylcypromine 
  • ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamines
  • Cimetidine
  • ยาลดน้ำหนัก
  • Disulfiram
  • Guanethidine
  • Ipratropium
  • ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ Flecainide, Propafenone 
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรควิตกกังวล โรคหอบหืด โรคหวัด โรคลําไส้แปรปรวน ความผิดปกติทางอารมณ์ อาการคลื่นไส้ โรคพาร์กินสัน อาการชัก โรคแผลทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
  • ยารักษาโรคซึมเศร้าตัวอื่นๆ
  • Phenobarbital
  • ยาระงับประสาท ยานอนหลับ ยารักษาอาการหวัด หรือยาอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน
  • ยากลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitor (SSRIs) เช่น Citalopram, Fluoxetine, Fluvoxamine, Paroxetine, Sertraline
  • ยารักษาโรคไทรอยด์
  • ยาคลายเครียด (ยากล่อมประสาท)

หากคุณเพิ่งหยุดรับประทานยา Fluoxetine มาไม่เกิน 5 สัปดาห์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนปริมาณยาหรือติดตามอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ปริมาณการใช้ยา Amitriptyline 

Amitriptyline เป็นในรูปแบบยาเม็ด โดยปริมาณยาที่แนะนำในการรักษา คือ ผู้ใหญ่โดยทั่วไป รับประทาน 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้สูงอายุ รับประทานเพียง 25 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานปริมาณยาเริ่มต้นที่ 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน อาจรับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

การใช้ยา Amitriptyline เกินขนาด

หากคุณสงสัยว่าตนเองกำลังใช้ยาเกินขนาด ให้รีบติดต่อศูนย์พิษวิทยาที่หมายเลขโทรศัพท์ (800) 222-1222 หรือรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร่งด่วน

หากคุณลืมรับประทานยา Amitriptyline ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมรับประทานและรับประทานยามื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มยาเป็นปริมาณ 2 เท่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Amitriptyline

1. รับประทานยา Amitriptyline ขนาด 75 mg  ก่อนนอน แล้วพบว่ามีก้อนนูนเกิดขึ้นบนหน้าผาก และสิวที่เป็นอยู่อักเสบขึ้นมาก ปกติมีโรคประจำตัวเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple sclerosis) ด้วย

คำตอบ: จากข้อมูลรายละเอียดยา การเกิดสิวไม่ใช่อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย และไม่ใช่ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยจากการใช้ยา Amitriptyline อย่างไรก็ตาม ตัวยาอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้ คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดขึ้น

2. การใช้ยา Amitriptyline มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมหรือไม่

คำตอบ: Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม รู้สึกสับสน และไม่มีสมาธิ คิดอะไรไม่ออก ผลจากหลายการศึกษาชี้ว่า ผู้ป่วยที่รับประทานยานี้สามารถพบการทำงานของสมองที่บกพร่องได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amitriptyline และภาวะสมองเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

3. หมอบอกว่าฉันมีอาการพิษต่อหัวใจ อาการดังกล่าวเป็นอันตรายไหมคะ หมอบอกว่าการรับประทานยา Amitriptyline เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วน้องชายคนสุดท้องก็เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตอนนี้เลยกลัวว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับน้องชาย

คำตอบ: ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจคือสภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย ทำให้หัวใจทำงานน้อยลงและไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เพียงพอ ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจอาจมีสาเหตุมาจากยาหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง การส่งผลให้เกิดความผิดปกติของหัวใจอาจเกิดขึ้นได้น้อย และการตรวจมีวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อน หรือบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว มีเพียงแพทย์ผู้รักษาเท่านั้นที่สามารถประเมินได้ว่าความผิดปกติของหัวใจที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับเล็กน้อย ปานกลาง หรือรุนแรง

4. ปัจจุบันกำลังรับประทาน Amitriptyline ขนาด 10 มิลลิกรัมก่อนนอน ระหว่างนี้จะยังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ แล้วถ้าดื่มได้ควรรับประทานยาเวลาก่อนนอนเหมือนเดิมหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในตอนเย็น หรือควรรับประทานยาก่อนเวลาดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละวันคะ

คำตอบ: Amitriptyline อาจเพิ่มฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ยากลุ่มบาร์บิทูเรต และตัวยาอื่นๆ ที่มีผลต่อการทำงานของสมอง ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากยาได้มากขึ้น เช่น ง่วงซึม วิงเวียนศีรษะ มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย และอาการอื่นๆ 

หากต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างรับประทานยา Amitriptyline คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาจะดีที่สุด

5. Amitriptyline ทำให้เกิดอาการปากแห้งคอแห้งได้หรือไม่ แล้วการหยุดยา Amitriptyline โดยทันทีทำได้หรือไม่

คำตอบ: Amitriptyline เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม Tricyclic antidepressants อนุญาตให้นำมาใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า จากข้อมูลการศึกษายา พบว่าภาวะน้ำลายแห้ง หรือปากคอแห้งเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่รับประทานยานี้ 

หากคุณคิดว่า คุณมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดยา หรือปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาเอง ที่สำคัญคุณควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด 

หากต้องการหยุดใช้ยาควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าควรหยุดใช้ยาหรือไม่ และให้แนวทางที่เหมาะสมในการหยุดใช้ยา รวมทั้งแนะนำหากต้องมีการใช้ยาอื่นๆ ที่จำเป็นเพิ่มเติม

6. หากหยุดรับประทานยา Amitriptyline ทันที โดยไม่ได้ค่อยๆ ปรับลดปริมาณยาไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

คำตอบ: ไม่ควรหยุดใช้ยา Amitriptyline โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรค่อยๆ ปรับลดขนาดยา โดยเฉพาะหากคุณรับประทานยาติดต่อมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง 

การหยุดใช้ยานี้โดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยา เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย และเหงื่อออก ทางที่ดีที่สุดคือค่อยๆ ปรับลดปริมาณการใช้ยาลงโดยใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ 

7. ยา Endep ทำให้เกิดอาการฝันร้ายหรือไม่

คำตอบ: Endep หรือ Elavil (Amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants ซึ่งออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง จากรายละเอียดของข้อมูลยา Amitriptyline ที่ผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา พบว่าอาการฝันร้ายไม่ใช่ผลข้างเคียงของ Amitriptyline 

อย่างไรก็ตาม ยารักษาโรคซึมเศร้าอาจก่อให้เกิดปัญหาในการนอนหลับ และสภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลง จึงเป็นไปได้ว่ายานี้อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายฝันร้าย หากอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงจนทนไม่ไหวให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา

8. Amitriptyline เป็นยาอันตรายหรือไม่ เพราะเท่าที่อ่านดู มีคนพูดถึงผลเสียของยาตัวนี้มากมาย แต่สำหรับฉัน Amitriptyline เป็นยาตัวเดียวที่ช่วยรักษาอาการของโรคซึมเศร้าได้

คำตอบ: Elavil (Amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า และอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ ตามแพทย์เห็นเหมาะสม  อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของยา Amitriptyline ได้แก่ ปากแห้งคอแห้ง เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม และมองเห็นไม่ชัดเจน

อาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ไม่มีสมาธิ ฝันร้าย สมรรถภาพทางเพศลดลง เป็นต้น 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อหาแนวทางรับมือกับอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะก่อนปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาหรือก่อนการรักษาใดๆ  

หากแพทย์พิจารณาเลือกยาตัวใหม่ในการรักษา คุณควรแจ้งประวัติการใช้ยาต่างๆ ให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่ซื้อมาใช้เอง อาหารเสริม วิตามินเกลือแร่ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งหลาย แม้กระทั่งอาหารที่รับประทาน 

ควรรวบรวม และทบทวนข้อมูลการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อเป็นข้อมูลตรวจสอบปฏิกิริยาและอาการข้างเคียงของยา หลังจากเริ่มใช้ยาแล้ว ให้แจ้งบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาด้วย

9. Amitriptyline ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือไม่

คำตอบ: ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก Amitriptyline มีความเกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของตัวยาและเป็นผลจากสารสื่อประสาทบางชนิด อย่างไรก็ตาม ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจทำให้อาการของโรคซึมเศร้ายิ่งแย่ลงได้เช่นกัน คุณจึงต้องพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าว

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก Amitriptyline สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติได้โดยการปรับปริมาณยาหรือเปลี่ยนตัวยาเป็นชนิดอื่น แต่คุณไม่ควรหยุดใช้ยา หรือปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยารักษาโรคซึมเศร้าโดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ 

ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อน ซึ่งแพทย์จะแนะนำแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

10. แพทย์สั่งใช้ยา Amitriptyline ขนาด 10-20 มิลลิกรัม ให้รับประทานก่อนนอน แต่แพทย์ท่านอื่นเตือนว่าไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในผู้สูงอายุ เลยรู้สึกเป็นกังวลค่ะ

คำตอบ: Amitriptyline เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants ซึ่งเป็นยากลุ่มเก่าที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้ามานานหลายปี ยาชนิดนี้มีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวด วิตกกังวล ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะไมเกรน 

เหตุผลที่ยาชนิดนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากหากผู้ป่วยสูงอายุมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ด้วย การใช้ยา Amitriptyline อาจทำให้อาการของโรคแย่ลงหรือกำเริบได้ โดยไม่แนะนำให้ใช้ยา Amitriptyline ในระหว่างที่โรคหัวใจกำเริบหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว 

และยานี้จะทำให้ความดันโลหิตต่ำลง หัวใจเต้นผิดปกติ การนำกระแสไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อนจึงต้องระมัดระวังในการใช้ยานี้

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุตอบสนองต่อยา Amitriptyline ไวกว่าผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคุ้มคลั่ง และสมองสับสน แพทย์จึงให้เริ่มต้นใช้ยานี้ด้วยปริมาณยาที่ต่ำกว่าปกติ และติดตามการใช้ยาอย่างใกล้ชิด 

ในระหว่างนี้คุณสามารถวางใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาจากการใช้ยานี้ หากคุณพบอาการผิดปกติหรือมีความรู้สึกผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาโดยทันที

 11. การรับประทาน Amitriptyline ในปริมาณต่ำสามารถลดอาการปวดท้องได้หรือไม่

คำตอบ: Amitriptyline เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants มีข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาในการรักษาโรคซึมเศร้า ในบางครั้งแพทย์อาจสั่งใช้ยานี้ในการรักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในฉลากยา หรือไม่มีข้อมูลในการสั่งใช้ยาตามปกติ 

ซึ่งข้อบ่งใช้อื่นของ Amitriptyline ได้แก่ บรรเทาอาการปวดเรื้อรังบางชนิดและอาการปวดปลายประสาท รักษาและป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน รักษาโรคซึมเศร้าในเด็ก และรักษาโรคเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD

ไม่ควรใช้ Amitriptyline เพื่อรักษาอาการอื่น หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์

12. เมื่อเกิดอาการท้องอืดและง่วงนอนจากยา Amitriptyline  ควรรักษาอย่างไร

คำตอบ: คุณสามารถรับประทานยา Amitriptyline ในเวลาใดของวันก็ได้ รับประทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ แต่แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาก่อนนอน เนื่องจากตัวยามีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการง่วงนอนอย่างมาก 

อาการง่วงซึมอาจเกิดขึ้นโดยทันทีหลังเริ่มใช้ยา ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อรับประทานร่วมกับยา Amitriptyline รวมถึงเกรปฟรุ๊ต และน้ำเกรปฟรุ๊ต ที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยา Amitriptyline 

หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเกรปฟรุ๊ตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา Amitriptyline

สำหรับปัญหาท้องอืดในกระเพาะอาหารและลำไส้จากการใช้ยา Amitriptyline บรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ท้องอืด Simethicone ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดแน่นท้องที่เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นยาที่นำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย

ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นเพื่อประเมินและค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรหยุดรับประทานยา Amitriptyline โดยทันที มิฉะนั้นอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์

การใช้ยา Amitriptyline ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกรเท่านั้น เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่หยุดยา หรือเพิ่มขนาดยาด้วยตัวเอง รวมถึงติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Lynn Marks, What Is Amitriptyline (Elavil)?, (https://www.everydayhealth.com...), 11 December 2014
Amitriptyline (https://medlineplus.gov/drugin...), 15 July 2017
Amitriptyline HCL (https://www.webmd.com/drugs/2/...)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม