ทีมเภสัชกร HD
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HD

ยาคลายเครียด

แนะนำยาคลายเครียดกลุ่มต่างๆ ตัวอย่างชื่อการค้า และข้อควรระวังในการใช้ยา
เผยแพร่ครั้งแรก 16 ก.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ยาคลายเครียด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ความเครียด เป็นปัญหาสุขภาพของคนบุคปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในผลกระทบจากความเครียด คือ อาการนอนไม่หลับ หากคุณนอนไม่หลับติดต่อกันมากกว่า 3 สัปดาห์ ถือว่า เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง
  • คุณควรหาคนที่ไว้ใจได้เพื่อระบายความเครียด หรือหากิจกรรมทำ ออกกำลังกาย แต่หากอาการไม่ดีขึ้น คุณควรไปพบจิตแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา และรับยาคลายเครียด
  • ยาคลายเครียดมักจะออกฤทธิ์ทำให้งสารสื่อประสาทเอพิเนฟริน และเซโรโทนิน หลั่งมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยคลายความเครียด อารมณ์ดีขึ้น นอนหลับได้ดีกว่าเดิม
  • ยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน คือ ยาคลายเครียดซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด และยังทำให้นอนหลับได้เร็วขึ้นภายใน 15-30 นาทีหลังรับประทานยาด้วย
  • คุณควรใช้ยาคลายเครียดภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และอย่าหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการถอนยา ทำให้อาการความเครียดกลับมากำเริบหนักกว่าเดิม
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจปรึกษาสุขภาพจิต

ทุกวันนี้หลายคนต้องเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ เงิน หรือครอบครัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย และจิตใจ โดยความเครียดจะทำให้เกิดอาการวิตกกังวล นอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่สนิท 

ซึ่งการนอนหลับไม่เพียงพอ จะทำให้คุณตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น ทำให้มีสมาธิทำงานได้ไม่เต็มที่ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อีกทั้งทำให้คุณกลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว มีภาวะซึมเศร้า บางรายอาจมีอาการถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตายเพื่อจบปัญหา 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาสุขภาพจิต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 345 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 46

หากคุณพบว่า ถ้านอนไม่หลับติดต่อกันมากกว่า 3 สัปดาห์ขึ้นไปถือว่า เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากกระทบต่อคุณภาพชีวิต และร่างกายในระยะยาว

แนวทางการลดความเครียด

การคลายเครียดในเบื้องต้นควรเริ่มจากการหาสาเหตุ และจัดการกับความเครียดโดยยังไม่ใช้ยาก่อน โดยอาจหาคนที่สนิทเพื่อระบาย และปรับทุกข์ด้วย 

นอกจากนี้การออกไปพบปะเพื่อนฝูง ทำกิจกรรมที่ชอบ รวมถึงการออกกำลังกาย ก็ช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกทางหนึ่ง หากคุณยังไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ ควรปรึกษาแพทย์ซึ่งอาจจะพิจารณาให้ใช้ยาคลายเครียด และยานอนหลับร่วมด้วยตามความเหมาะสมในการรักษา

กลุ่มยาคลายเครียด

ยาคลายเครียดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. ยากลุ่มเบนโซไดอะซิพีน (Benzodiazepine)

ได้แก่ ยาลอราซีแพม (Lorazepam; Ativan®) เป็นยาที่นิยมใช้คลายเครียดมากที่สุด ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง จึงช่วยลดการทำงานของประสาท ทำให้คลายความวิตกกังวล ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน ช่วยคลายกล้ามเนื้อ และต้านอาการชัก 

ยานี้นิยมใช้ในการรักษาผู้ที่มีความเครียดแล้วนอนไม่หลับ โรควิตกกังวล มีความกระวนกระวาย โรคชัก และอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการรักษาโรคมะเร็ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาสุขภาพจิต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 345 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 46

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ 

  • ยาไดอะซีแพม (Diazepam; Valium®) 
  • ยาคลอราซีเพต (Clorazepat; Tranxene) 
  • ยาแอลพราโซแลม (Alprazolam; Xanax®) 
  • ยาไมด้าโซแลม (Midazolam; Dormicum®) 
  • ยาคลอราซีแพม (Clonazepam; Klonopin®) 

ยากลุ่มเบนโซไดอะซิพีนเป็นยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์เร็ว ทำให้หลับหลังจากรับประทานยาประมาณ 15-30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการเริ่มหลับยาก แต่จัดเป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท จึงต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไป 

เนื่องจากยากลุ่มนี้มีข้อควรระมัดระวังในการใช้ เพราะมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อมอมเมา และก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศด้วย หรือที่เรียกว่า "ยาเสียสาว" อีกทั้งอาจทำให้เสพติดได้ 

และเบนโซไดอะซิพีนยังสามารถส่งผลข้างเคียงเป็นอาการบางอย่าง เช่น สับสน สูญเสียการทรงตัว และความทรงจำระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้เป็นยาที่แพทย์นิยมใช้เพื่อลดความกังวล และช่วยนอนหลับมากที่สุด 

2. ยากลุ่มไตรไซคลิกแอนตี้ดีแพรสเซ็นต์ (Tricyclic Antidepressants: TCAs) 

ได้แก่ ยาอะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) เป็นยาที่ใช้คลายเครียด และรักษาอาการโรคซึมเศร้าที่แพทย์นิยมสั่งจ่ายมากที่สุดอีกตัวหนึ่ง 

ยากลุ่มไตรไซคลิกแอนตี้ดีแพรสเซ็นต์จะออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมกลับของสารสื่อประสาทเอพิเนฟรีน (Epinephrine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้มีปริมาณสารสื่อประสาททั้ง 2 ชนิดนี้ในสมองเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีอารมณ์ดีขึ้น การวิตกกังวลลดลง และนอนหลับได้ดีขึ้น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาสุขภาพจิต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 345 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 46

นอกจากนี้ ยากลุ่มไตรไซคลิกแอนตี้ดีแพรสเซ็นต์ยังมีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคอื่นๆ เช่น ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน รักษาอาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด และโรคสมาธิสั้น 

ยาในกลุ่มนี้มีอาการข้างเคียงทำให้ปากแห้งคอแห้ง อยากอาหารมากขึ้น และท้องผูกได้

ตัวอย่างยาอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยานอร์ทริปไทลีน (nortriptyline; Pamelor®) ยาโพรทริปไทลีน (protriptyline; Vivactil®) ยาไทรมิพรามีน (trimipramine; Surmontil®) 

3. ยากลุ่มยับยั้งการเก็บกลับของซีโรโทนินในสมอง (Selective serotonin reuptake inhibitors)

ยาเซอร์ทราลีน (Sertraline; Zoloft®) เป็นยาในกลุ่มที่แพทย์นิยมสั่งจ่ายเพื่อคลายเครียดมากที่สุดอีกตัวหนึ่ง 

ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเก็บกลับของซีโรโทนินในสมอง ทำให้มีปริมาณสารซีโรโทนินค้างอยู่ในสมองเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีอารมณ์ดีขึ้น ช่วยคลายวิตกกังวล และรักษาอาการซึมเศร้า 

อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้สามารถส่งผลทำให้มีอาการข้างเคียงต่อร่างกายบางอย่างได้ คือ ทำให้นอนไม่หลับ ปากแห้งคอแห้ง และปวดหัวได้

ตัวอย่างยาอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ 

  • ยาฟลูอ็อกซีทิน (fluoxetine; Prozac®)
  • ยาซิทาโลแพรม (citalopram; Celexa®)
  • ยาเอสซิทาโลแพรม (escitalopram; Lexapro®) 
  • ยาฟลูว็อกซามีน (fluvoxamine; Luvox®) 
  • ยาพาโรซีทีน (paroxetine; Paxil®, Pexeva®)

ข้อควรระวังในการใช้กลุ่มยาคลายเครียด

  • การใช้ยาคลายเครียดควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาดสามารถกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจ จนอาจทำให้เกิดการหายใจล้มเหลว และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 
  • ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งถึงประวัติโรคเดิมที่เป็นอยู่ รวมถึงประวัติการใช้ยาในปัจจุบัน เพื่อให้แพทย์พิจารณาการรักษาร่วมกับโรคเดิมของคุณได้อย่างเหมาะสม
  • การใช้ยาคลายเครียดควรใช้ช่วงระยะเวลาสั้นๆ การใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้การตอบสนองกับยาลดลง จึงต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้นอนหลับได้ และหายเครียด จึงอาจทำให้เกิดการติดยาได้
  • ไม่ควรหยุดยาทันทีอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาจมีอาการถอนยา เช่น นอนไม่หลับมากขึ้น กระสับกระส่าย มือสั่น ใจสั่น และวิตกกังวลได้ 
  • ห้ามขับขี่รถ หรือควบคุมเครื่องจักรหลังรับประทานยาคลายเครียด เนื่องจากทำให้ง่วงจึงอาจเกิดอุบัติเหตุ และอันตรายถึงชีวิตได้ ควรรับประทานยาคลายเครียดตามแพทย์สั่งเท่านั้น
  • ต้องระมัดระวังการใช้ยาคลายเครียดเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคตับ ไต และผู้สูงอายุ โดยต้องให้แพทย์เป็นผู้ปรับขนาดยา เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีการตอบสนองต่อยา และการกำจัดยาแตกต่างจากคนปกติทั่วไป
  • หลีกเลี่ยงใช้ยาคลายเครียดในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และผู้ที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทอื่นๆ การใช้ยาในเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง และใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น
  • ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วงที่ใช้ยาคลายเครียด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์ยาคลายเครียด อาจกดการหายใจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ระหว่างการใช้ยาคลายเครียดควรปฏิบัติตัวตามสุขอนามัยที่ดีร่วมด้วย เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่บริโภคแอลกอฮอลร์ หรือสูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียด แต่ให้หากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียดแทน ปรึกษาจิตแพทย์ว่า จะมีวิธีจัดการกับอาการเครียด หรือวิตกกังวลมากเกินไปได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็จะช่วยให้หลั่งสารความสุขได้มากขึ้นอีกด้วย รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน งดสูบบุหรี่ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพจิต จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
MedicalNewsToday, (https://www.medicalnewstoday.com/articles/323666.php), 13 November 2018.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม