กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD

วิตามินเอสำคัญอย่างไร

ทำความรู้จักประโยชน์ของวิตามินเอรอบด้าน และปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน
เผยแพร่ครั้งแรก 6 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 23 ธ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 30 ก.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
วิตามินเอสำคัญอย่างไร

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • วิตามิน เอ เป็นวิตามินที่ช่วยการมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยรักษาสิวได้ด้วย
  • วิตามิน เอ แบ่งเป็นสองประเภทคือ เรตินอล ที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ และ แคโรทีน มาจากพืชและสัตว์
  • ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม เช่น ฟักทอง คะน้า ผักตำลึง ไข่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม และผลไม้สีเหลือง เช่น มะละกอ เป็นแหล่งวิตามิน เอ ชั้นดีที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • การขาดวิตามิน เอ ทำให้เกิดโรคนัยน์ตาแห้ง และอาการตาบอดตอนกลางคืน
  • ถ้าคิดว่าสายตาเริ่มมีปัญหาจากการขาดวิตามิน เอ หรือจากปัจจัยอื่น ๆ ดูแพ็กเกจตรวจตา รักษาโรคตาได้ที่นี่

วิตามินเอ หนึ่งในวิตามินสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน เช่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังช่วยรักษาสิวได้อีกด้วย มาทำความรู้จักประโยชน์ของวิตามินเอ แหล่งอาหารที่พบได้ในธรรมชาติ และปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน

วิตามินเอคืออะไร

วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการช่วยดูดซึมเข้าร่างกาย สามารถเก็บสะสมในร่างกายได้จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานทุกวัน วิตามินเอนั้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ วิตามินเอแบบสำเร็จเรียกว่า เรตินอล (Retinol) พบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น และโปร-วิตามินเอ (Pro-Vitamin A) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แคโรทีน (Carotene)  พบในอาหารที่มาจากพืชและสัตว์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

หน่วยวัดของวิตามินเอ

วิตามินเอมีหน่วยวัดเป็น USP (United States Pharmacopeia) หรือเรียกว่า IU ซึ่งเป็นหน่วยที่นิยมใช้มากที่สุด และหน่วย RE (Retinol Equivalents)

ปริมาณวิตามินเอที่แนะนำต่อวัน

  • ผู้ชายควรรับประทานวิตามินเอ ขนาด 1,000 RE (5,000 IU) ต่อวัน
  • ผู้หญิงควรรับประทานวิตามินเอ ขนาด 800 RE (4,000 IU) ต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้รับประทานเพิ่ม
  • หญิงให้นมบุตร ในช่วงหกเดือนแรกอาจรับประทานเพิ่ม 100 IU และเพิ่มอีก 80 IU ในช่วงหกเดือนหลัง

ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) เนื่องจากไม่ได้รับการจัดให้เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปขนาดประมาณ 10,000 ถึง 15,000 IU ถือเป็นปริมาณที่เพียงพอ และเทียบเท่าได้กับขนาดที่แนะนำสำหรับวิตามินเอ

เบต้าแคโรทีนดีอย่างไร

เบต้าแคโรทีนนั้นเป็นหนึ่งในชนิดของแคโรทีน หรือโปรวิตามินเอ จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในยามที่ร่างกายต้องการ ส่วนที่ไม่ถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีข้อดีดังนี้

  • ไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพิษจากการสะสมเหมือนวิตามินเอ เนื่องจากเบต้าแคโรทีนละลายในน้ำได้ จึงสามารถขับออกจากร่างกายได้ดี
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดที่ต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ
  • เบต้าแคโรทีนเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

9 ประโยชน์ที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินเอ

  • ช่วยป้องกันอาการตาบอดกลางคืน เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และช่วยในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตาหลายโรค
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ
  • ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของอวัยวะมีสุขภาพดี
  • ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ รักษารอยแผลเป็นที่ผิวหนัง
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก สุขภาพของผิวพรรณ ผม ฟัน และเหงือก
  • เมื่อใช้ทาบริเวณผิวจะมีส่วนช่วยในการรักษาสิว ริ้วรอยตื้นๆ โรคผิวหนังชนิดที่เป็นตุ่มพุพองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฝี ชันนะตุ และแผลเปิดต่างๆ
  • ช่วยในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทรอยด์เป็นพิษ

โรคจากการขาดวิตามินเอ

โรคนัยน์ตาแห้ง และอาการตาบอดตอนกลางคืน เกิดจากการดูดซึมไขมันบกพร่องเรื้อรัง พบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

แหล่งอาหารที่พบวิตามินเอ

น้ำมันตับปลา ตับ แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ฟักทอง คะน้า ยอดกระถิน ผักตำลึง ยอดชะอม บรอกโคลี ไข่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม มาการีน และผลไม้สีเหลือง เช่น มะละกอ (ความเข้มของสีผักและผลไม้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เชื่อถือได้เสมอไป)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยทั่วไปมีวางขาย 2 รูปแบบคือ รูปแบบที่สกัดจากน้ำมันตับปลาธรรมชาติ และรูปแบบที่กระจายตัวในน้ำ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ควรรับประทานน้ำมันมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวง่าย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไปคือ 5000-10,000 IU

กรดวิตามินเอแบบทา หรือเรตินเอ (Retin-A) ใช้ในการรักษาสิวเป็นหลัก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานวิตามินเอมากเกินไป

หากรับประทานมากกว่า 50,000 IU ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือนอาจเป็นอันตรายได้ในผู้ใหญ่

หากรับประทานมากกว่า 18,500 IU ต่อเนื่องกันทุกวันอาจก่อให้เกิดผลที่เป็นอันตรายในเด็กทารกจนเกิดการแท้งบุตรได้

หากรับประทานเบต้าแคโรทีนมากกว่า 34,000 IU ต่อเนื่องกันทุกวันอาจทำให้ผิวออกเหลืองได้

อาการที่บ่งชี้ว่ามีวิตามินเอสะสมในร่างกายมากเกินไป ได้แก่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวลอก ตามัว ผื่น ปวดกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และตับบวมโต

ศัตรูของวิตามินเอ

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และแคโรทีน โดยแคโรทีนจะทำงานขัดแย้งกันกับวิตามินเอหากมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานวิตามินเอ

  • หากกำลังรับประทานวิตามินอีขนาด 400 IU ต่อวัน ควรรับประทานวิตามินเออย่างน้อย 10,000 IU ควบคู่ไปด้วย
  • การรับประทานยาคุมกำเนิดจะทำให้ร่างกายมีความต้องการวิตามินเอลดลง
  • หากคุณรับประทานตับ แครอท ผักขม มันเทศ หรือแคนตาลูปในปริมาณมากเป็นประจำทุกสัปดาห์ ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานวิตามินเอเสริมอีก
  • ไม่ควรรับประทานวิตามินเอร่วมกับน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ
  • วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสีได้ดีที่สุด (ตับต้องการสังกะสีเป็นตัวช่วยในการนำวิตามินเอออกมาใช้)
  • วิตามินเอช่วยป้องกันวิตามินซีจากการถูกออกซิไดซ์ได้
  • ไม่ควรให้สุนัขหรือแมวรับประทานวิตามินเอเสริม นอกเสียจากว่าสัตวแพทย์แนะนำให้รับประทาน
  • ยาลดระดับคอเลสเตอรอล เช่น คอเลสไทรามีน (Cholestyramine) ร่างกายจะดูดซึมวิตามินเอได้น้อยลง และอาจต้องรับประทานวิตามินเอเสริม
  • อนุพันธ์ของวิตามินเอในรูปแบบรับประทานที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหนังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง อาจทำให้เด็กในครรภ์พิการได้ หญิงตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานเด็ดขาด

4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Tim Newman, All you need to know about beta carotene ( https://www.medicalnewstoday.com/articles/252758.php), 14 December 2017
Jillian Kubala, Vitamin A: Benefits, Deficiency, Toxicity and More, (https://www.healthline.com/nutrition/vitamin-a), 4 October 2018

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินละลายในไขมัน (A, D, E, K)
วิตามินละลายในไขมัน (A, D, E, K)

ทำความรู้จักวิตามินละลายในไขมัน ประกอบไปด้วยวิตามินอะไรบ้าง มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

อ่านเพิ่ม
แตงโมผลไม้ฉ่ำน้ำที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ
แตงโมผลไม้ฉ่ำน้ำที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

หวาน เย็น ชื่นใจ ดีต่อร่างกายแน่ ถ้ารับประทานอย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่ม