กะเพรา ใบกะเพรา ข้อมูล ลักษณะ ประโยชน์ และวิธีใช้เพื่อสุขภาพ

แล้วคุณจะรู้ว่า เหตุใดผัดกะเพราจึงไม่ใช่เมนูสิ้นคิด แต่ควรเป็นเมนูสุขภาพที่ห้ามพลาดต่างหาก
เผยแพร่ครั้งแรก 11 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 2 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
กะเพรา ใบกะเพรา ข้อมูล ลักษณะ ประโยชน์ และวิธีใช้เพื่อสุขภาพ

กะเพรา เป็นผักที่มีจุดเด่นคือกลิ่นหอมฉุนและรสชาติเผ็ดร้อน ยิ่งเมื่อถูกความร้อน ยิ่งใีกลิ่นชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้นจึงไม่แปลกที่เมนูพื้นๆ อย่าง "ผัดกระเพรา" จะครองใจคนไทยมาช้านาน หากินได้ง่ายๆ ตั้งแต่ร้านอาหารตามสั่งข้างทางไปจนถึงร้านอาหารหรู  ว่าแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า มากกว่าความอร่อย กะเพรายังประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ด้านด้วย  

รู้จักกะเพรา

กะเพรา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum tenuiflorum L. เป็นไม้ล้มลุกอายุยืน สูงประมาณ 30-80 เซนติเมตร  ลำต้นแข็งแรง มีกิ่งก้านอ่อนสีเขียวและมีขนปกคลุม ใบมีลักษณะเป็นรูปรี ปลายใบแหลม หรือมน  ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย  ออกดอกเป็นช่อซ้อนกันแบบช่อฉัตรที่ปลายยอด กลีบดอกมีสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นแบบแห้งแล้วแตกออกภายในมีเมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลดำ  กะเพรามีด้วยกัน 2 ชนิดคือ กะเพราขาวและกะเพราแดง นิยมใช้กะเพราแดงในแง่ของยาและใช้กะเพราขาวประกอบอาหาร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

การใช้ประโยชน์ที่นิยมที่สุดคือ "ใบ" เพราะมีสรรพคุณขับลม แก้จุกเสียด แน่นท้อง ช่วยย่อยอาหาร แก้คลื่นเหียนอาเจียน   "เมล็ด"  นำไปแช่น้ำจะพองตัวขึ้น ใช้พอกตาเมื่อผง หรือฝุ่นละอองเข้าไป  และสุดท้าย "ราก" ต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก่โรคธาตุพิการ  ในอินเดียจัดให้กะเพราเป็นยาอายุวัฒนะ และเป็นราชินีแห่งสมุนไพร  สามารถนำมารักษาโรคได้มากมาย 

คุณค่าทางโภชนาการของกะเพรา

อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน  รองลงมาได้แก่  คาร์โบไฮเดรต ไขมัน  วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน  น้ำ  วิตามินซี  ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก 

ประโยชน์ของกะเพรา

  • ช่วยขับไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย

มีฤทธิ์ในการลดระดับของไขมันในร่างกาย มีการทดลองใช้ใบกะเพราในกระต่ายทดลองโดยให้กระต่ายกินใบกะเพราเป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ผลปรากฎว่า ระดับไขมันโดยรวมในกระต่ายลดลงโดยเฉพาะไขมันเลว ในขณะที่ไขมันชนิดดีกลับเพิ่มขึ้น

มีฤทธิ์ในการขับไขมันและน้ำตาลที่เป็นส่วนเกินออกจากร่างกายได้จึงช่วยลดระดับของน้ำตาลในเลือดได้ดี  กะเพราจึงสามารถป้องกันโรคเบาหวานได้    ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่ากะเพราทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยในขณะที่อดอาหารและหลังมื้ออาหารลดลงในระหว่างที่เข้ารับการทดลอง ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยในขณะที่อดอาหารลดลงไปร้อยละ 17.6 ในขณะที่ระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากผู้ป่วยทานอาหารลดลงร้อยละ 7.3   

  • ป้องกันโรคมะเร็ง

สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในช่องปากได้ โดยมีการนำเอาสารสกัดชนิดน้ำและชนิดผงจากใบกะเพราแบบเข้มข้นและแบบอ่อนมาทดลองกับเซลล์มะเร็งช่องปาก พบว่า สารสกัดทั้งสองนั้นมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งในช่องปากได้อย่าง นอกจากนี้ยังพบว่า สารที่สกัดจากใบกะเพราด้วยเอทิลแอลกอฮล์ มีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ และมะเร็งผิวหนังในหนูเม้าส์ได้

  • รักษาสุขภาพในช่องปาก

งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้มีการศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพในช่องปาก โดยแบ่งผู้ทดลองให้ใช้น้ำยาบ้วนปากจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ผลการทดลองพบว่า ผู้ที่บ้วนปากด้วยกะเพรามีระดับคราบพลัคและอาการเหงือกอักเสบลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้คลอร์เฮกซิดีน ที่สำคัญยังไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ อีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads
  • ใช้ประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย

นอกจากจะมีสรรพคุณช่วยในการรักษาโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว เรายังสามารถนำใบกะเพราไปประกอบเป็นเมนูอาหารจานเด็ดและน่าสนใจได้อีกมากมาย เช่น แกงป่า แกงเลียง แกงคั่ว แกงเขียวหวาน แกงส้มมะเขือขื่น ผัดหมู ผัดกบ ผัดปลาไหล พล่าปลาดุก และพล่ากุ้ง เป็นต้น หรือหากจะเพิ่มสีสันและความอร่อยให้กับเมนูอื่นๆ ก็ทำได้ด้วยการนำใบกะเพรามาทอดแล้วใช้โรยหน้าอาหาร เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้จานอาหารดูมีสีสันหน้าทานและให้รสชาติที่อร่อย แถมยังช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ได้ในตัวอีกด้วย

คุณแม่หลังคลอดสามารถเอาใบกะเพรามาใส่ผสมลงไปในเมนูอาหารต่างๆ ได้ตามต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งแกงเลียง จะช่วยให้มีน้ำนมมากพอที่จะให้ลูกน้อยดื่มกิน  

มีประโยชน์ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้เป็นอย่างดี โดยการตำใบกะเพราผสมเข้ากับเหล้าขาว แล้วนำมาทาบริเวณที่ถูกสัตว์มีพิษกัดต่อยก็ช่วยแก้พิษได้แล้ว ทั้งนี้ไม่ควรนำส่วนผสมที่ได้มารับประทานเด็ดขาด เนื่องจากจะมีสารยูจีนอลที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้

ไอเดียการกินกะเพราเพื่อสุขภาพ

นอกจากเมนูอาหารดังที่นำเสนอไปดังกล่าวก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ใช้กะเพราเป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มความหอมฉุนและความเผ็ดร้อน โดยเฉพาะเมนูแกงเผ็ดและเมนูต้มยำบางเมนู

  • ไข่เจียวใบกะเพรา     

ตอกไข่ ตีให้เข้ากัน เหยาะน้ำปลา และซีอิ๊วอย่างละเล็กน้อย แล้วเด็ดใบกะเพราใส่ลงไปพอประมาณ ตีให้เข้ากันแล้วทอด  ในกระทะที่ใส่น้ำมันร้อน ๆ จะได้ไข่เจียวที่ทั้งหอมและมีรสชาติอมเผ็ดนิดๆ 

  • ใบกะเพราทอดกรอบ    

เด็ดใบกะเพรา แล้วลงไปทอดในน้ำมันเดือด ๆ จะได้ใบกะเพราทอดกรอบที่มีรสชาติทั้งกรอบทั้งมัน  รับประทานคู่กับทอดมันก็อร่อย หรือจะเอามาโรยบนอาหารทอดชนิดต่าง ๆ ก็รับประทานเพลินไม่แพ้กัน และที่ต้องลองคือ ยำใบกะเพราะทอด   มีวิธีทำง่ายๆ คือ  ทอดใบกะเพราแล้วนำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำรสชาติเข้มข้น โรยด้วยไข่ต้ม กุ้งสับ หรือหมูสับ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads
  • ผัดฉ่าปลาหมึก   

เป็นเมนูเผ็ดร้อน ที่เหมาะสำหรับนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ  หรือจะทำเป็นกับแกล้มก็ดีไม่น้อย วิธีทำก็แค่ตำกระเทียมกับพริกขี้หนูให้เข้ากัน  ตั้งกะทะใส่น้ำมันไว้ให้เดือด ใส่ปลาหมึกลงไปผัดให้สุก ปรุงรสตามชอบด้วยด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมันหอย และน้ำซุป จากนั้นให้ใส่ใบมะกรูด กระชาย พริกชี้ฟ้า พริกไทยสด ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วใส่ใบกะเพรา เป็นอันเรียบร้อย

  • ข้าวต้มทะเลใส่ใบกะเพรา   

เปลี่ยนข้าวต้มจืด ๆ เป็นข้าวต้มที่กระตุ้นเลือดลมและเรียกเหงื่อสุดแสนอร่อยแค่เติมใบกะเพราลงไป  วิธีทำคือ ทำข้าวต้มตามปกติ แล้วใส่ใบกะเพราปิดท้าย แล้วยกเสิร์ฟทันที กลิ่นหอมของใบกะเพราจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากยิ่งขึ้น ในผู้ที่เป็นหวัด หรือมีอาการคัดจมูก ถ้าได้ทานเมนูนี้เข้าไปจะช่วยให้หายใจสะดวกมากยิ่งขึ้น

  • น้ำกะเพรา    

เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงเพราะได้ทั้งรสชาติอร่อยและยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้อีกด้วย  เพียงแค่นำใบกะเพราไปต้มในน้ำให้เดือด เติมน้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลมะพร้าวลงไปให้หวานเล็กน้อย เมนูนี้เพียงแค่ได้กลิ่นก็จมูกโล่งไปถึงคอ

ไอเดียการใช้กะเพราเพื่อสุขภาพ 

  • แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน จุกเสียดแน่นท้อง 

นำใบกระเพราไปตากแดดไว้ให้แห้ง แล้วใช้ใบแห้งประมาณ  4 กรัม นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มวันละ 1-2 ครั้ง

  • ช่วยรักษาอาการปวดมวนในท้อง 

นำใบกะเพราสดมาคั้นเอาแต่เฉพาะน้ำให้ได้ 1 แก้วเป๊ก หรือ 1 ถ้วยตะไล แล้วดื่มทันที อาการปวดท้องจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 10-15 นาที

  • รักษาโรคผิวหนังและอาการลมพิษ 

ใช้ใบกะเพราสด 1 กำมือ ตำให้แหลกแล้วเอามาผสมกับเหล้าขาว จากนั้นนำมาทา หรือเอาใส่ขวดสเปรย์พ่นไปที่ผิวหนังที่มีอาการ ทำวันละ 2 ครั้ง สูตรนี้สามารถใช้รักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้เช่นกัน

  • ใช้เป็นยารักษาโรคหูด 

นำใบกะเพราชนิดสีแดงสดมาขยี้จากนั้นนำไปทาบริเวณที่เป็นหูด ทาทุกเช้าและเย็น ทำจนกว่าหัวหูดจะหลุดออกมา ทั้งนี้ควรระมัดระวังอย่าให้เข้าตา หรือไปถูกบริเวณที่ไม่ได้เป็นหูด เพราะน้ำยางกะเพราะที่ใช้กัดหูดมีความเป็นพิษมาก อาจทำให้ผิวหนังในส่วนที่ดีเกิดการระคายเคือง หรือร้ายไปกว่านั้นอาจเน่าเปื่อยได้ ซึ่งรักษาให้หายได้ยากอีกด้วย

  • ใช้ในการไล่ยุง 

บอกลาปัญหายุงมากวนใจได้เลย เพียงนำใบกะเพราและกิ่งมาขยี้จนน้ำมันหอมระเหยออกมาแล้วนำมาวางไว้ใกล้ตัว แค่นี้ก็ช่วยไล่ยุงและแมลงต่างๆ ได้แล้ว 

ข้อควรระวังของกะเพรา

  • เป็นพืชที่มีรสเผ็ดร้อน หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้
  • เลือกใช้แบบปลอดสารพิษ หรือหากปลูกเองได้จะดีที่สุด
  • หากใช้เพื่อการรักษาควรเลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกินไป 

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่ชอบสั่งผัดกะเพราแล้วเขี่ยใบออกไปไว้ข้างๆ จาน ไม่ยอมรับประทานอาจต้องพิจารณากันใหม่  พยายามลองรับประทานบ่อยๆ แล้วคุณจะรู้ว่า กะเพรามีรสชาติอร่อย ไม่ขมอย่างที่เข้าใจ แถมยังได้สรรพคุณทางยาอีกด้วย


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
เอกชัย คุ้มพันธ์ พรทิพย์ ฐิตะพานิชย์ วิภาวี วิสาวะโท ดรุณี บุรีภักดี ลอว์สัน. การศึกษาคุณสมบัติต้านการก่อกลายพันธุ์พร้อมกับคุณสมบัติต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งตับของสารสกัดจากใบกะเพราในหนูแรท Sprague-Dawley ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งตับสายพันธุ์ AS-30D. การประชุมวิชาการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 13, 15-16 พฤษภาคม, กรุงเทพ, 2544
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. ตำราอ้างอิงยาสมุนไพรไทย เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ. อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิซซิ่ง จำกัด (มหาชน). 2558. หน้า44-48

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป