มันสำปะหลัง (Cassava)

มันสำปะหลัง พืชที่มักนำไปใช้ในอุตสาหกรรม ความจริงแล้วสามารถนำมาบริโภคได้ แต่หากทำไม่ถูกวิธีก็อาจได้รับพิษ
เผยแพร่ครั้งแรก 20 ก.พ. 2020 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
มันสำปะหลัง (Cassava)

มันสำปะหลังเป็นไม้พุ่ม มีรากสะสมอาหารที่เจริญเป็นหัว ซึ่งเป็นส่วนที่นิยมนำมารับประทาน มีลำต้นตรง ใบเป็นใบเดี่ยว มีสีเขียว ออกเรียงเวียนรอบลำต้น

ลักษณะใบมันสำปะหลังเป็นหยักเว้าเป็นแฉกลึก 3-7 แฉก แต่ละแฉกเป็นรูปช้อนหรือรูปหอก ปลายใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาว มีสีเขียวอมขาวหรือสีแดง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Untitled 1

ดอกออกเป็นช่อสีเหลือง ออกที่ปลายกิ่ง หรือซอกใบ ผลมีทรงกลม มีสันเป็นปีกสั้นๆ 6 สัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Manihot esculenta Crantz

ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae

ชื่ออื่นๆ ต้าง, ต้าวน้อย, ต้าวบ้าน, มันต้นเตี้ย, มันเทศ, มันต้น, มันไม้

ชนิดของมันสำปะหลัง

มันสำปะหลังทั่วโลกมีประมาณ 150 ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันออกไป ในประเทศไทยพบมันสำปะหลังที่ปลูกอยู่ทั่วไป 3 กลุ่ม ได้แก่

1. มันสำปะหลังพันธุ์หวาน

มันสำปะหลังพันธุ์นี้มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิกต่ำ นิยมนำหัวมาบริโภค ไม่มีรสขม ลักษณะพิเศษคือก้านใบมีสีแดงเข้ม หัวมันมีสีน้ำตาล ผิวขรุขระ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Untitled 1

2. มันสำปะหลังพันธุ์ขม

เป็นพันธุ์ที่มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิกสูง มีรสขม ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคโดยตรง

เนื่องจากมีปริมาณแป้งสูง จึงนิยมนำมาแปรรูป โดยให้ความร้อนผ่านการตากแห้ง เผา หรือต้ม ซึ่งความร้อนจะทำให้ไซยาไนด์แตกตัว ความขมของมันสำปะหลังจึงลดลง แล้วจึงนำมาผ่านกระบวนการจนกลายเป็นแป้งมันสำปะหลัง มันอัดเม็ด มันเส้น แอลกอฮอล์

ลักษณะของมันสำปะหลังพันธุ์ขมจะมีก้านใบสีเขียวอ่อนปนแดง หัวมันมีสีขาว ผิวเรียบ

3. มันสำปะหลังพันธุ์ประดับ

เป็นพันธุ์ที่ให้ความสวยงาม มักเรียกอีกชื่อว่า พันธุ์ด่าง มีลักษณะที่โดดเด่นคือใบมีแถบสีขาวและเหลือง เกิดตามความยาวของใบ นิยมนำมาประดับตกแต่งบ้านหรือสวน

มันสำปะหลังให้พลังงานเท่าไร?

มันสำปะหลังต้ม 100 กรัม ให้พลังงาน 358 แคลอรี ประสบด้วยสารอาหารต่อไปนี้

นอกจากนี้มันสำปะหลังยังประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด เช่น ไทอามีน วิตามินบี 6 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม รวมถึงมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น เมทิโอนีน (Methionine) ซิสทีน (Cystine) ซิสเทอีน (Cysteine) เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Untitled 1

ประโยชน์ของมันสำปะหลัง

ส่วนหัว ยอดอ่อน และใบของมันสำปะหลัง สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ เช่น หัวมันเผา หัวมันนึ่ง หรือนำยอดอ่อนสดหรือลวก มารับประทานกับน้ำพริก

มันสำปะหลังมีแป้งจำพวก Resistant starch หรือแป้งที่ทนต่อการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ในลำไส้เล็ก จะทำหน้าที่คล้ายใยอาหารที่ผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ข้อควรระวังในการบริโภคมันสำปะหลัง

แม้จะมีประโยชน์ แต่บริโภคมันสำปะหลังอย่างไม่ถูกวิธีก็ก่อให้เกิดโทษได้ เช่น

  • ในมันสำปะหลังมีส่วนประกอบของซาโปนิน (Saponins) ไฟเลต (Phylate) และแทนนิน (Tannins) ซึ่งเป็นสารที่อาจไปลดและรบกวนการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่หลายชนิด เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม เหล็ก สังกะสี การรับประทานันสำปะหลังต่อเนื่องเป็นเวลานานจึงอาจส่งผลต่อร่างกาย ทำให้ขาดสารอาหารได้
  • ต้น ราก ใบ และหัวมันสำปะหลังดิบ มีไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic glycoside) ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่เซลล์สมองได้น้อยลง อาจทำให้อาเจียน หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน กล้ามเนื้อกระตุก มึนงง ไม่รู้สึกตัว ชักและหมดสติ ตัวเขียว ลมหายใจมีกลิ่นไซยาไนด์ ยิ่งได้รับในปริมาณมากจะยิ่งอาการรุนแรง ทำให้เสียชีวิตได้ และทำให้เกิดพาเฉียบพลัน ทำให้มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย
  • หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรบริโภคมันสำปะหลังต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดความพิการในทารกแรกเกิด
  • หญิงให้นมบุตรไม่ควรบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของไทรอยด์
  • การบริโภคต่อเนื่องนานอาจทำให้ร่างกายดูดซึมไอโอดีนได้ลดลง ทำให้ระดับไอโอดีนในร่างกายต่ำ จึงเสี่ยงต่อการเกิดคอพอก
  • ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ โดยเฉพาะผู้ที่รักษาโดยการใช้ยา ไม่ควรบริโภคมันสำปะหลัง เพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลงได้

วิธีการบริโภคมันสำปะหลังให้ปลอดภัย

การเตรียมมันสำปะหลังที่ถูกต้องก่อนรับประทาน ทำได้ดังนี้

  1. ปอกเปลือก เพื่อกำจัดสารกลูโคไซด์ที่สะสมอยู่ในเปลือก ซึ่งมีปริมาณมากกว่าในเนื้อมันสำปะหลัง
  2. ล้างและแช่มันสำปะหลังในน้ำ 48-60 ชั่วโมง เนื่องจากกลูโคไซด์ละลายน้ำได้ดี การล้างและแช่จะทำให้กลูโคไซด์ละลายไปในน้ำ
  3. หั่น สับ หรือ บด มันสำปะหลัง เป็นชิ้นเล็กๆ และตากแห้ง จะช่วยลดความเป็นพิษได้
  4. ทำให้สุกโดยผ่านความร้อน เช่น ต้ม เผา นึ่ง หรืออบ จะสลายสารพิษให้หมดไป
  5. การหมักดองมันสำปะหลัง ทำให้เกิดกรดอินทรีย์ที่ทำให้ไฮโดรไซยาไนด์ระเหย และลดความเป็นพิษลงได้

การรับประทานมันสำปะหลังอย่างเดียวต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน


9 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช, มันสำปะหลัง (https://www.tapiocathai.org/C.html).
มูลนิธิ สถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย, มันสำปะหลัง (https://www.tapiocathai.org/C.html).
สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มันสำปะหลัง: การใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง (https://www3.rdi.ku.ac.th/?p=17866), 16 มิถุนายน 2558.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม