กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.เพ็ญพิไล สุตันทวงษ์
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.เพ็ญพิไล สุตันทวงษ์

ยาอะไรบ้างที่ควรหยุดใช้ หากตั้งใจจะตั้งครรภ์

เรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้เมื่อคิดจะตั้งครรภ์ หรือกำลังตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทารกในครรภ์
เผยแพร่ครั้งแรก 23 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 25 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ยาอะไรบ้างที่ควรหยุดใช้ หากตั้งใจจะตั้งครรภ์

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • หากกำลังจะตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ควรหยุดใช้ยาเพื่อความปลอดภัยต่อแม่และทารก เช่น ยาเสพติดทุกชนิด แอลกอฮอล์ ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดทุกชนิด กลุ่มยาระบบทางเดินอาหาร กลุ่มยาฆ่าเชื้อ กลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน
  • งดใช้กลุ่มยาแก้ปวดอักเสบ (non-steroidal anti-inflammatory drugs; NSAIDs) ได้แก่ ไดโคลฟีแนก(diclofenac) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) โดยเฉพาะข้อหลังที่อาจส่งผลต่อการตกไข่ของผู้หญิง การฝังตัวของตัวอ่อน  
  • งดใช้กลุ่มยาระบบผิวหนัง โดยเฉพาะยารักษาสิวโดยเฉพาะ Tetracycline หรือ Isotretinoin รวมถึงยา Retin-A เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดได้
  • หากคุณมีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้วและตั้งใจจะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ได้สูงกว่าปกติ
  • ไม่ว่าคุณจะสุขภาพแข็งแรง หรือมีปัญหาสุขภาพ หากคิดจะตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและทารกในครรภ์ 
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง

แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะแนะนำว่า ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงกำลังตั้งครรภ์ควรหยุดรับประทานยาทุกชนิด แต่ความเจ็บป่วยก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณจึงอาจต้องใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ด้วยตัวเอง 

อย่างไรก็ตาม มียาบางชนิดที่ควรหยุดใช้โดยเด็ดขาด (pregnancy category: X) เพราะพบว่า เป็นอันตรายต่อแม่และทารก และมีโทษมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการรักษา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

หากกำลังจะตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ตัวอย่างยาที่ควรหยุดใช้มีอะไรบ้าง?

ยาเสพติดทุกชนิด แอลกอฮอล์ ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดทุกชนิด กลุ่มยาระบบทางเดินอาหาร กลุ่มยาฆ่าเชื้อ กลุ่มยาแก้ปวดอักเสบ (non-steroidal anti-inflammatory drugs; NSAIDs)

กลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน กลุ่มยาระบบผิวหนัง กลุ่มยาระบบหัวใจและหมุนเวียนโลหิต กลุ่มยาระบบประสาท ยารักษาโรค SLE 

รายละเอียดของยาในแต่ละกลุ่ม ที่ควรหยุดใช้หากกำลังจะตั้งตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์

กลุ่มยาระบบทางเดินอาหาร

ได้แก่ ไมโสพรอสทอล (misoprostol)

กลุ่มยาฆ่าเชื้อ

ได้แก่ เมทโทรนิดาโซล (metronidazole) กริซิโอฟัลวิน (Griseofulvin) TMP/SMX แบคทริม (Bactrim)

กลุ่มยาแก้ปวดอักเสบ (non-steroidal anti-inflammatory drugs; NSAIDs)

ได้แก่ ไดโคลฟีแนก(diclofenac) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เซเลค็อกซิป (celecoxib) ในไตรมาสที่สาม

  • Ibuprofen อาจส่งผลต่อการตกไข่ในผู้หญิง และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีสภาพไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของตัวอ่อน คุณผู้หญิงจึงควรงดใช้ยาตัวนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่สาม

กลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน

ได้แก่ เมทโทเทรกเสด (methotrexate)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
แนะนำคุณแม่มือใหม่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 16

กลุ่มยาระบบผิวหนัง

ได้แก่ ยารักษาสิวบางชนิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงที่มีการตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดสิวบริเวณต่างๆ มากกว่าปกติ หากเป็นสิวในระหว่างตั้งครรภ์ สามารถรักษาได้โดยใช้ยาทาภายนอก เช่น  Benzoyl peroxide gel ยาต้านแบคทีเรียชนิดทาภายนอก เช่น Clindamycin gel หรือ Erythromycin gel

ส่วนยาที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด ได้แก่ Tetracycline หรือ Isotretinoin รวมถึงยา Retin-A เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกเกิดความผิดปกติแต่กำเนิด 

หากคุณกำลังรับประทานยาในกลุ่มนี้อยู่ให้หยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนพยายามจะตั้งครรภ์ และควรงดใช้ยาดังกล่าวในระหว่างตั้งครรภ์

กลุ่มยาระบบหัวใจและหมุนเวียนโลหิต

ได้แก่ ยาลดไขมัน (กลุ่ม statins) วาฟาริน (warfarin

สำหรับยารักษาโรคความดันโลหิตสูง หากคุณมีภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) อยู่แล้วและตั้งใจจะตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยแพทย์อาจแนะนำให้ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร เพื่อให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับที่น่าพอใจก่อน 

จากนั้นจึงจะสามารถตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ได้สูงกว่าปกติ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
แนะนำคุณแม่มือใหม่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 16

นอกจากนี้ยาหลายตัวที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง เช่น ACE inhibitors ยังอาจไม่ปลอดภัยหากรับประทานในขณะตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ยังมียาลดความดันโลหิตสูงที่สามารถใช้ได้ขณะตั้งครรภ์ 

ดังนั้นคุณจึงควรมีการฝากครรภ์และติดตามประเมินผลโดยแพทย์อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มยาระบบประสาท

ได้แก่ ไตรอะโซแลม (triazolam) ทีมาซีแปม (temazepam)

มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงมักมีอาการปวดศีรษะไมเกรนหลังจากการตั้งครรภ์ และผู้ที่เป็นไมเกรนอยู่แล้วก็มักมีอาการบ่อยขึ้น หรือปวดศีรษะรุนแรงขึ้น เนื่องจากความแปรปรวนของฮอร์โมนและความวิตกกังวลจากการตั้งครรภ์

แต่การใช้ยาเพื่อรักษาอาการไมเกรนบางชนิดยังไม่มีการยืนยันว่า ปลอดภัยและสามารถใช้ได้ในขณะตั้งครรภ์ เช่น 

  • ยา Ergotamine (Cafergot): ห้ามใช้ขณะตั้งครรภ์ 
  • ยา Imitrex (ยาฉีด): ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดนี้
  • ยา Propranolol: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดนี้ในช่วงก่อนตั้งครรภ์

ส่วนยารักษาไมเกรนที่สามารถใช้ได้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ได้แก่ ยา Acetaminophen ยากลุ่ม Narcotics

    ยารักษาโรค SLE

    โรค Systemic Lupus Erythematosus (SLE) เป็นโรคความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ หากมีอาการรุนแรงระหว่างตั้งครรภ์ อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะคลอดก่อนกำหนด และภาวะแท้งบุตร 

    การรักษาโรค SLE ในบางครั้งต้องใช้ยาสเตียรอยด์ปริมาณสูง เช่น prednisolone ที่อาจเป็นอันตรายหากใช้ในช่วงก่อน หรือระหว่างตั้งครรภ์ 

    ดังนั้นผู้ป่วยโรค SLE จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าจะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ เพราะผู้ป่วยโรค SLE หลายคนที่ควบคุมอาการได้ ก็สามารถตั้งครรภ์และคลอดทารกที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ตามปกติ

    สิ่งสำคัญที่ผู้หญิงซึ่งกำลังเริ่มตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงกำลังตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติคือ การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อรับการตรวจและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ 

    ไม่ควรหาซื้อยามาใช้ด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัดเท่านั้น  

    เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอปiOS และ Android 


    10 แหล่งข้อมูล
    กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
    V. Ahuja et al., Drugs contraindicated during pregnancy, Journal of Veterinary Pharmacology & Toxicology 2002.
    Ronald A. Black et al., Over-the-Counter medications in pregnancy (https://www.aafp.org/afp/2003/0615/p2517.html), 15 February 2020.
    Punam Sachdeva et al.,Drug use in pregnancy; A Point to ponder (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2810038/), 15 February 2020.

    บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

    ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

    ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
    (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

    ตั้งกระทู้ถามหมอ

    เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


    แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
    เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
    เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
    * ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

    คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

    รับทราบและถามคำถาม
    บทความต่อไป
    อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
    อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

    เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

    อ่านเพิ่ม
    ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
    ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

    การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

    อ่านเพิ่ม
    การพัฒนาของทารกในครรภ์
    การพัฒนาของทารกในครรภ์

    เปิดปฏิทิน 9 เดือนของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

    อ่านเพิ่ม