กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

น้ำในปอดคืออะไร? อันตรายแค่ไหน? โปรดอ่านทางนี้

ภาวะน้ำในปอด เกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อเกิดอาการเช่น หายใจแน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีไข้หนาวสั่น มือเท้าบวม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
เผยแพร่ครั้งแรก 12 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 5 ก.พ. 2021 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
น้ำในปอดคืออะไร? อันตรายแค่ไหน? โปรดอ่านทางนี้

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ภาวะน้ำในปอด หรือน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด คือ การมีของเหลวปริมาณมากอยู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอด จนทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ
  • อาการของภาวะน้ำในปอด เช่น รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย มือเท้าบวม ไอเรื้อรัง มีไข้หนาวสั่น หรือไอมีเสมหะ
  • ของเหลวในปอด แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ของเหลวชนิดใส และของเหลวชนิดขุ่น ซึ่งแพทย์สามารถเจาะของเหลวเหล่านี้ ไปตรวจสารที่อยู่ในของเหลว เช่น เซลล์มะเร็ง หรือหนองในปอด เพื่อหาสาเหตุได้
  • การรักษาจะรักษาที่สาเหตุ เช่น หากเกิดจากการติดเชื้อ จะให้ยาต้านเชื้อ หากเกิดจากมะเร็ง จะรักษาโดยยาเคมีบำบัดและการฉายรังสี หรือหากมีน้ำในปอดมาก จะเจาะน้ำออกจากปอด
  • สามารถป้องกันภาวะน้ำในปอดได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น งดสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในปอด หรือรักษาสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน หรือโรคตับแข็ง (ดูแพ็กเกจฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบได้ที่นี่)

น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural effusion) หรือ ภาวะน้ำในปอด คือการมีของเหลวปริมาณมากอยู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอด (ช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มปอด 2 ชั้น) ซึ่งของเหลวดังกล่าวจะไปกดทับเนื้อเยื่อปอดจนแฟบลง ทำให้ถุงลมปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ จนระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติได้ 

ภาวะน้ำในปอดนั้นเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค และอาจเกิดขึ้นกับปอดข้างเดียว หรือพร้อมกันทั้งสองข้างก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
สั่งยา ปรึกษาข้อมูลเบื้องต้น จากร้านยาใกล้บ้านคุณได้ง่ายๆ

เริ่มจากแชทกับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตผ่านแอปของเรา ฟรี! บริการทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม

Internalads square %281%29

อาการของภาวะน้ำในปอด

อาการแสดงที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจที่สำคัญ ได้แก่

นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ของร่างกายด้วย เช่น  

ชนิดของภาวะน้ำในปอด และสาเหตุ

ของเหลวที่คั่งค้างในปอด แบ่งตามลักษณะได้ 2 ชนิด ได้แก่

1. ของเหลวชนิดขุ่น (Exudate)

ของเหลวชนิดนี้จะมีลักษณะขุ่นข้น สีออกเหลือง หรือเป็นหนอง สีออกคล้ำ เพราะมีเลือดปน มีความหนาแน่นสูง และในของเหลวจะประกอบด้วยสารต่างๆ ปริมาณมาก เช่น โปรตีน ไขมัน และน้ำตาลกลูโคส รวมถึงเซลล์ต่างๆ เช่น เซลล์มะเร็ง เซลล์เยื่อบุหุ้มปอด แบคทีเรีย และเชื้อรา

มักเกิดจากความเสียหายของผนังหลอดเลือดในเยื่อหุ้มปอด ทำให้ของเหลวในหลอดเลือดรั่วซึมเข้ามาในโพรงเยื่อหุ้มปอดได้ ซึ่งมักเกิดจากการอักเสบ

2. ของเหลวชนิดใส (Transudate) 

ลักษณะของของเหลวชนิดนี้ คือ มีสีใส ความหนาแน่นใกล้เคียงกับน้ำ ประกอบด้วยสารโปรตีน และคอเลสเตอรอลต่ำ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจปอด วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 751 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 47

เป็นน้ำที่รั่วซึมออกมาจากหลอดเลือด มักเกิดจากความดันโลหิตสูง ทำให้แรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น หรือโปรตีนในเลือดต่ำ

สาเหตุของของเหลวในปอดทั้ง 2 ชนิด

1. สาเหตุที่ทำให้พบของเหลวชนิดใสในปอด

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว ทำให้เกิดความดันย้อนกลับในหลอดเลือด ส่งผลให้ของเหลวในหลอดเลือดซึมเข้ามาในปอด และเยื่อหุ้มอวัยวะอื่นๆ จึงมักพบอาการมือเท้าบวมด้วย
  • โรคปอด ทำให้เนื้อเยื่อปอดแฟบลง ของเหลวภายในหลอดเลือดจึงเกิดแรงดัน และซึมเข้ามาในปอดได้

  • โรคตับแข็ง หรือตับวาย ตับมีหน้าที่ผลิตโปรตีนชนิดสำคัญในเลือด หากตับมีความผิดปกติ จะทำให้ระดับโปรตีนในเลือดลดลง จนแรงดันในหลอดเลือดผิดปกติได้
  • เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ไตวาย มีการล้างไตผ่านทางหน้าท้อง หรือผ่าตัดหัวใจแบบเปิด

2. สาเหตุที่ทำให้พบของเหลวชนิดขุ่นในปอด

  • โรคมะเร็งอื่นๆ ที่แพร่มาสู่ปอด เช่น มะเร็งเต้านม ซึ่งอาจพบเซลล์มะเร็งเต้านมในของเหลวด้วย

  • โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบจากการติดเชื้อ ของเหลวในปอดมักเป็นหนอง มีเลือดปน และพบเชื้อก่อโรคปะปนอยู่ด้วย
  • โรคปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง

  • วัณโรคปอด มักพบหนองในปอดเช่นเดียวกัน
  • โรคมะเร็งปอด มะเร็งทำให้เกิดการอักเสบของปอด มักพบเซลล์มะเร็งปอด เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาวปนอยู่ในของเหลว

  • เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ไตวาย ทำให้ไม่สามารถกรองเลือดได้ตามปกติ หรือมีเลือดคั่งในอก

การรักษาภาวะน้ำในปอด

จะเน้นการรักษาที่สาเหตุร่วมกับการบรรเทาอาการ ซึ่งมีแนวทางดังนี้

1. การรักษาด้วยยา 

แพทย์จะจ่ายยาให้ตามสาเหตุของโรค เช่น

  • หากเป็นปอดอักเสบจากการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยาต้านไวรัส ยาปฏิชีวนะต้านแบคทีเรีย หรือยากำจัดเชื้อรา ขึ้นอยู่กับชนิดเชื้อก่อโรค
  • หากเกิดน้ำในปอดจากโรคมะเร็งปอด หรือมะเร็งชนิดอื่น แพทย์จะให้ยาเคมีบำบัด และฉายรังสี เพื่อรักษามะเร็ง
  • หากมีอาการไอเรื้อรัง แพทย์อาจให้ยาแก้ไอ และยาละลายเสมหะด้วย

นอกจากนี้ อาจจำเป็นต้องให้สารน้ำ และอาหารทางหลอดเลือดดำ เพื่อชดเชยโปรตีน แร่ธาตุ และปรับสภาพความดันในหลอดเลือดให้เป็นปกติด้วย

2. การเจาะน้ำออกจากปอด

เป็นการเจาะที่ช่องอกเพื่อสอดเข็ม หรือท่อเข้าไปดูดน้ำภายในโพรงเยื่อหุ้มปอดออกมา ซึ่งหากมีปริมาณของเหลวเพิ่มขึ้นอีก ก็ต้องทำการเจาะซ้ำเรื่อยๆ

การเจาะปอดนั้น นอกจากจะทำเพื่อระบายของเหลวที่คั่งในปอดออกแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อนำของเหลวมาตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุของโรค เช่น นำมาเพาะเชื้อก่อโรค วัดระดับสารต่างๆ หรือนับจำนวนเซลล์อีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจปอด วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 751 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 47

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเจาะปอด

ภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะปอดนั้นอาจพบได้บ้างจากความผิดพลาดในการเจาะ หรือจากสาเหตุอื่นๆ เช่น

  • เกิดเนื้อเยื่อปอดฉีกขาด จนมีอากาศเข้าไปในโพรงหุ้มปอด
  • หากดูดน้ำออกเร็วเกินไป อาจทำให้ปอดขยายตัวจนเกิดภาวะบวมน้ำได้
  • เกิดการติดเชื้อในโพรงหุ้มปอด เนื่องจากเข็มไม่สะอาด
  • หลอดเลือดฉีกขาด ทำให้เลือดออกในโพรงหุ้มปอด
  • การคำนวณตำแหน่งผิด อาจทำให้อวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ม้าม เกิดความเสียหายได้

3. การผ่าตัด 

หากปริมาณของเหลวในปอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพทย์อาจต้องผ่าตัดเพื่อสอดท่อสำหรับเปลี่ยนทิศทางน้ำในปอดไปสู่ช่องท้อง หรืออาจต้องผ่าตัดเยื่อหุ้มปอดบางส่วนออกไป

การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำในปอด

นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ตัวผู้ป่วยและญาติก็สามารถดูแลตัวเองให้เหมาะสมได้ โดยทำตามข้อแนะนำดังนี้ 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่นควัน สารเคมี เพราะจะทำให้ปอดระคายเคืองมากขึ้น

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง เช่น อาหารที่ปรุงด้วยน้ำปลา ขนมขบเคี้ยว อาหารหมักดอง และอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด

    รวมถึงลดปริมาณน้ำที่ดื่มลง เพื่อไม่ให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณของเหลวในปอดเพิ่มขึ้นได้ และควรเปลี่ยนมาทานอาหารรสจืดที่ย่อยง่าย และมีผักผลไม้มากๆ 
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงมาก เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะเมื่อปอดมีความผิดปกติ จะทำให้หายใจลำบาก และมีอาการหอบเหนื่อยง่าย

การป้องกันภาวะน้ำในปอด

หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อโรคที่ทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในปอด เช่น 

  • งดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยคนอื่นๆ 
  • ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ป้องกันโรคตับแข็ง โดยการงดดื่มแอลกอฮอล์
  • ป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อโรคในปอด โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  • ป้องกันความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยการลดอาหารที่มีไขมันสูง  

ภาวะน้ำในปอด เกิดได้จากหลายสาเหตุ หลายปัจจัย การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สด สะอาด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้

ดูแพ็กเกจฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android 


15 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Pleural Effusion: Background, Anatomy, Etiology. Medscape. (https://emedicine.medscape.com/article/299959-overview)
Pleural Effusion - Causes, Symptoms, Types, and Treatments. WebMD. (https://www.webmd.com/lung/pleural-effusion-symptoms-causes-treatments#1)
Pleural effusion: MedlinePlus Medical Encyclopedia (https://medlineplus.gov/ency/article/000086.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป