เชื้อดื้อยา MRSA

เผยแพร่ครั้งแรก 20 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

MRSA ย่อมาจาก Methicillin-Resistant Staphylococcus Aureus เป็นการติดเชื้อ Staph (สแตป) ชนิดหนึ่ง ที่มีการดื้อต่อยาปฏิชีวนะที่มักใช้ในการรักษาการติดเชื้อ Staph ทั่วไป เมื่อแบคทีเรียเกิดการดื้อยา จะทำให้การกำจัดเชื้อเป็นไปได้ยากขึ้น และใช้เวลานานขึ้นในการฟื้นตัวจากการติดเชื้อ 

เชื้อ Staphylococcus (สแตฟิโลค็อกคัส) มีมากกว่า 30 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ Staphylococcus aureus (สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) ได้ประมาณการณ์ว่า มีประชากรประมาณ 2% ที่เป็นพาหะของเชื้อ MRSA เเละการเกิดเชื้อ MRSA นั้น มาจากการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะที่มากเกินไป ซึ่งรวมถึงการให้ยาปฏิชีวนะในการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ โดยไม่จำเป็น เพราะว่าการติดเชื้อไวรัสนั้น ไม่สามารถรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะที่ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียได้

ในคนที่มีสุขภาพดีทั่วไป การติดเชื้อ MRSA เป็นการติดเชื้อที่ผิวหนัง แต่ในผู้ที่นอนอยู่ในสถานพยาบาล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง ซึ่งรวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด 

โดยทั่วไป ทุกคนอาจมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ในร่างกายได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย แต่ในบางกรณี การติดเชื้อแบคทีเรียสามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ หากคนผู้นั้นมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเป็นผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาล

ชนิดของเชื้อ MRSA

เชื้อ MRSA มี 2 ประเภท ได้แก่ 

  • กลุ่มที่เกิดจากการติดเชื้อในโรงพยาบาล (HA-MRSA) มักเกิดในกลุ่มผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้ป่วย หรือศูนย์ล้างไต 
  • กลุ่มที่เกิดจากการติดเชื้อในชุมชน (CA-MRSA) เช่น ในโรงเรียนมัธยม นักกีฬามหาวิทยาลัย ผู้ที่อาศัยในหอพัก คุก หรือค่ายทหาร จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ MRSA ที่สูงขึ้น โดยจะติดต่อผ่านทางการสัมผัส

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ MRSA กำลังมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนในช่วงศตวรรตที่ผ่านมา การศึกษาของ CDC ได้พบว่า การติดเชื้อ MRSA ในโรงพยาบาลในปี ค.ศ. 2011 นั้นลดลง 54% จากปี ค.ศ. 2005 และมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ MRSA ลดลงจากปี ค.ศ. 2005 ถึง 9,000 คน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อ MRSA

MRSA เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามร่างกายของคนส่วนใหญ่ ซึ่งคุณอาจเป็นพาหะของเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการก็ได้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ HA-MRSA 

  • เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล MRSA มักทำให้เกิดการติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัด หรือมีอาการเจ็บป่วย
  • มีอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ภายในร่างกาย สายต่างๆ ทางการแพทย์ เช่น สายให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำ หรือสายสวนปัสสาวะ เป็นช่องทางในการนำเชื้อ MRSA เข้าสู่ร่างกายได้
  • อาศัยอยู่ในศูนย์ดูแลผู้ป่วย เชื้อ MRSA มักสามารถพบได้ในศูนย์ดูแลผู้ป่วย ซึ่งจะมีการแพร่กระจายการติดเชื้อจากผู้ที่เป็นพาหะสู่คนอื่นในศูนย์ได้ แม้ว่าจะไม่มีอาการเจ็บป่วย โดยแบคทีเรียอาจอาศัยอยู่บนลูกบิดประตู เตียงนอน หรือที่อื่นๆ ได้ ดังนั้น การรักษาสุขอนามัยในโรงพยาบาล และศูนย์ดูแลผู้ป่วยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ CA-MRSA 

  • เล่นกีฬาที่มีการสัมผัสร่างกาย เชื้อ MRSA สามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านแผลระหว่างการสัมผัส ซึ่งมักเกิดระหว่างการเล่นมวยปล้ำ ฟุตบอล หรือทำกิจกรรมอื่นๆ
  • อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด หรือมีสุขอนามัยไม่ดี เชื้อ MRSA สามารถพบได้ตามศูนย์ดูแลเด็ก หอพักนักศึกษา ค่ายฝึกทหาร และคุก
  • มีพฤติกรรมชอบเพศเดียวกัน ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ MRSA สูงกว่าปกติ

อาการของการติดเชื้อ MRSA

มีผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อ MRSA จำนวนมากที่ไม่เคยมีอาการติดเชื้อรุนแรงเกิดขึ้น การติดเชื้อ MRSA ที่ผิวหนังมักเกิดเมื่อมีแผล หรือผิวหนังถลอก ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ หรือในบริเวณที่มีขน เช่น ด้านหลังของลำคอ ขาหนีบ ก้น ข้อพับศอก หรือบริเวณที่มีเคราในผู้ชาย

อาการแสดงอย่างแรกของการติดเชื้อ MRSA คือการเกิดตุ่มเล็กๆ ที่อาจเข้าใจผิดว่า เกิดจากแมงมุมกัด โดยตุ่มดังกล่าวอาจมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • แดง
  • บวม
  • ปวด
  • อุ่น
  • มีหนอง
  • อาจมีไข้ร่วมด้วย

หากสงสัยว่า มีอาการติดเชื้อ Staph หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์ทันที ในช่วงระหว่างรอพบแพทย์ควรทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยสบู่ และน้ำอุ่น ก่อนที่จะปิดด้วยผ้าพันแผล ไม่ควรลองบีบหนองด้วยตนเอง เนื่องจากนิ้วมือและเล็บที่สกปรก สามารถทำให้การติดเชื้อแย่ลงได้ วิธีการรักษา คือ แพทย์จะกรีดระบายหนองจากบริเวณที่มีการติดเชื้อ และจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย

อาการของการติดเชื้อ HA-MRSA

อาการที่เกิดในโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหรือสถานพยาบาลต่างๆ เช่น ศูนย์ล้างไต มักมีความรุนแรงกว่าทั่วไป การติดเชื้อ HA-MRSA อาจเกิดในกระแสเลือด หัวใจ ปอด อวัยวะอื่นๆ ในปัสสาวะ หรือในบริเวณที่เพิ่งผ่าตัดได้ ซึ่งอาการของการติดเชื้อ HA-MRSA ที่พบได้บ่อย ประกอบด้วย

การวินิจฉัยการติดเชื้อ MRSA

การติดเชื้อ Staph ทุกรูปแบบสามารถวินิจฉัยได้จากการเพาะเชื้อ แพทย์อาจทำการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง หรือตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย MRSA โดยจะนำตัวอย่างไปวางบนถาดเพาะเลี้ยงเพื่อให้เชื้อแบคทีเรียมีการเจริญเติบโต โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ก่อนจะทราบผลการเพาะเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ MRSA

หากไม่มีการรักษาการติดเชื้อ MRSA อาจส่งผลรุนแรงถึงชีวิตได้ หากมีการติดเชื้อเข้าสู่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3
  • กระดูก
  • ข้อ
  • กระแสเลือด
  • ปอด
  • หัวใจ

การรักษาการติดเชื้อ MRSA ในแต่ละชนิด

การรักษาการติดเชื้อ HA-MRSA

แพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อ HA-MRSA และเนื่องจากมีการติดเชื้อ staph เพียง 10% ที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา Penicillin แพทย์จึงอาจใช้ยาตัวอื่นในการรักษา เช่น Vancomycin (Vancocin) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่นิยมใช้ แม้ว่าอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ทำลายการได้ยิน หรือการทำงานของไตได้ โดยทั่วไปจะให้ทางเส้นเลือดดำ 

ยา Dalbavancin (Dalvance) เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่สามารถใช้รักษา MRSA ได้ โดยได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาเมื่อปี 2014 ยานี้ให้ทางเส้นเลือดเช่นกัน และสามารถทำให้เกิดผลข้างคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดหัวและท้องเสียได้ อีกทั้งผู้ป่วยบางคนอาจมีค่าการทำงานของตับสูงขึ้นหลังจากการใช้ยา Dalvance

แต่ไม่ว่าจะใช้ยาชนิดใดก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยง และประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้ยาก่อนเริ่มยา

การรักษาการติดเชื้อ CA-MRSA

หากมีการติดเชื้อ MRSA บนผิวหนัง มักเกิดจากเชื้อ MRSA จากชุมชน (CA-MRSA) แพทย์อาจต้องเจาะระบายแผล ซึ่งไม่ควรลองทำด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่แผลมากขึ้นจากนิ้วและเล็บที่สกปรกได้ หรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกขึ้น การเจาะระบายหนองจากฝีด้วยวิธีปราศจากเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น หรือเกิดการติดต่อสู่ผู้อื่น

การรักษาการติดเชื้อ CA-MRSA อาจทำร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะกลุ่มที่ไม่ใช่ Methicillin เช่น Doxycycline (Doryx, Monodox) Minocycline (Dynacin, Minocin) หรือ Trimethoprim/Sulfamethoxazole (Bactrim, Septra)

การป้องกันการติดเชื้อ MRSA ในแต่ละชนิด

การป้องกันการติดเชื้อ HA-MRSA

การปฏิบัติตามหลักสุขอนามันเป็นสิ่งที่สำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อ HA-MRSA ในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลต่างๆ ผ้าที่มีการปนเปื้อนเชื้อควรซักในน้ำร้อน และทำความสะอาดบริเวณผิวผ้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 

ผู้ที่มีการติดเชื้อ MRSA มักจะต้องอยู่ในห้องแยกเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ พยาบาล แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ที่ให้การดูแลผู้ป่วยในห้องแยก ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกัน และปฏิบัติตามหลักความสะอาดอย่างเคร่งครัด

การป้องกันการติดเชื้อ CA-MRSA

  • ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำอุ่น หลังจากสัมผัสผู้อื่น 
  • อาบน้ำหลังจากเล่นกีฬา
  • ดูแลความสะอาดของแผลต่างๆ ตามร่างกาย และปิดด้วยผ้าพันแผล
  • ไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา มีดโกน

18 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
MRSA. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/mrsa/)
MRSA Infection Symptoms, Treatment, Pictures, Contagious Period. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/mrsa_infection/article.htm)
MRSA (Staph) Infection: Pictures, Symptoms, Treatment, and Prevention. Healthline. (https://www.healthline.com/health/mrsa)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเดียวกันในช่วงๆเวลาใกล้กันได้หรือไม่คะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เชื้อ HPV เกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ถ้าได้..สามารถตรวจเช็คได้ทางไหนบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เรื่องความเข้มข้นของเลือดในการบริจาคเลือดค่ะ เคยบริจาคได้ แต่สองสามปีมานี้ ทั้งพักผ่อน อกล ก็ยังไม่สามารถบริจาคเลือดได้ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม