กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

Dicloxacillin (ไดคลอกซาซิลิน)

เผยแพร่ครั้งแรก 11 พ.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • Dicloxacillin (ไดคลอกซาซิลลิน) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลิน (Penicillin) ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ โรคปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
  • จะต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง หากคุณมีประวัติแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลิน หรือยาอื่นๆ อยู่ในช่วงคุมกำเนิด ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ อยู่
  • ขนาดและระยะเวลาการใช้ยาจะขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยหากลืมรับประทานยาให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าหากใกล้ถึงเวลามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืม ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
  • ควรไปพบแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการเหล่านี้หลังใช้ยา ซึ่งได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม คลื่นไส้ ปวดท้อง มีไข้ต่ำ ท้องเสีย อ่อนเพลียผิดปกติ ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ ผื่นคันรุนแรง และชัก
  • Dicloxacillin เป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะยาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง และทำให้เกิดอาการเชื้อดื้อยา ซึ่งจะทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

Dicloxacillin (ไดคลอกซาซิลลิน) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลิน (Penicillin) ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายรูปแบบ เช่น ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ  โรคปอดอักเสบ การติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน และภาวะติดเชื้อที่กระจายไปทั่วร่างกาย  

นอกจากนั้นยังอาจมีการใช้ยานี้เพื่อจุดประสงค์อื่นที่ไม่ได้อยู่ในบทความนี้ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

ข้อแนะนำในการใช้ยา dicloxacillin

อย่าใช้ยานี้หากคุณมีประวัติแพ้ยา dicloxacillin หรือยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลินตัวอื่น เช่น

  • Amoxicillin (Amoxil, Amoxicot, Biomox, Dispermox, Trimox)

  • Ampicillin (Omnipen, Principen)

  • Carbenicillin (Geocillin)

  • Oxacillin (Bactocill)

  • Penicillin (Beepen-VK, Ledercillin VK, Pen-V, Pen-Vee K, Pfizerpen, V-Cillin K, Veerids)

แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวแก่แพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา Dicloxacillin

ก่อนใช้ยา Dicloxacillin คุณจะต้องแจ้งแพทย์หากคุณมีประวัติแพ้ยาใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะในกลุ่ม Cephalosporin เช่น Ceclor, Ceftin, Duricef, Keflex และอื่นๆ 

เนื่องจาก Dicloxacillin อาจทำให้เกิดการแพ้ข้ามกลุ่มไปแพ้ Cefphalosporin ได้มากถึง  5-16 % หรือหากคุณมีภาวะต่อไปนี้

  • โรคหอบหืด
  • โรคตับ
  • โรคไต
  • มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด
  • มีประวัติท้องเสียที่เกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ
  • มีประวัติแพ้ยา

หากคุณมีภาวะดังกล่าว คุณอาจจะต้องรับประทานยา Dicloxacillin ในขนาดที่มีการปรับเพื่อให้เหมาะกับคุณ หรือต้องผ่านการทดสอบว่า จะสามารถรับประทานยานี้ได้หรือไม่ก่อน  

หากเตรียมตัวทำฟัน หรือผ่าตัด ควรแจ้งทันตแพทย์ หรือแพทย์ให้ทราบก่อนว่า อยู่ระหว่างใช้ยา Dicloxacillin

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

หากอยู่ระหว่างคุมกำเนิด หรือตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมลูก ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง ก่อนใช้ยา Dicloxacillin

  • ยานี้จะทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลงได้ซึ่งอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นหากกำลังรับประทานยาคุมกำเนิดอยู่ก่อนที่จะเริ่มรับประทานยา dicloxacillin ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

  • ยานี้จัดอยู่ในกลุ่ม FDA category B หมายความว่า ยานี้ไม่น่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากคุณตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ระหว่างที่รักษา ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

  • Dicloxacillin สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้และอาจทำให้ทารกที่ได้รับน้ำนมนั้นเป็นอันตราย ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ยานี้โดยที่ไม่แจ้งแพทย์ว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร

ข้อปฏิบัติอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้ยา Dicloxacillin 

  • ขนาดและระยะเวลาการใช้ยาขึ้นกับอาการและความรุนแรงของโรค หากอยู่ในระดับรุนแรงจะต้องใช้ยานาน 14 วัน หรือให้ต่อหลังจากไข้ลงแล้ว 2 วัน โดยทั่วไปรับประทานวันละ 4ครั้ง ทุก 6 ชั่วโมง

  • ต้องรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีอาการดีขึ้นก่อนที่จะรักษาการติดเชื้อให้หายไปทั้งหมด อย่างไรก็ดี ยานี้ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้

  • อย่ารับประทานยามากเกินไป หรือน้อยกว่าที่แพทย์แนะนำ และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ฉลากยา

  • Dicloxacillin จะต้องรับประทานในขณะที่ท้องว่าง หรือ 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร

  • อย่าให้ผู้อื่นรับประทานยานี้แม้ว่า พวกเขาอาจจะมีอาการเหมือนกับคุณก็ตาม

  • ยาปฏิชีวนะสามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียซึ่งอาจเป็นอาการที่แสดงว่า มีการติดเชื้อครั้งใหม่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากคุณท้องเสียที่ถ่ายเป็นน้ำ หรือมีเลือดปน ควรไปพบแพทย์ อย่าซื้อยามารับประทานเองเพื่อหยุดอาการท้องเสียยกเว้นแพทย์สั่ง

  • หากลืมรับประทานยาให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากว่ากำลังจะถึงเวลาที่ต้องรับประทานยาครั้งถัดไป ให้ข้ามยามื้อที่ลืมแลระรับประทานยามื้อถัดไปตามปกติ อย่ารับประทานยาเพิ่มเองเพื่อชดเชยยาที่ลืม

  • ยานี้อาจทำให้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์บางอย่างของคุณผิดปกติ ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์ว่า คุณกำลังรับประทานยานี้อยู่

การเก็บรักษายา Dicloxacillin

  • เก็บยาในภาชนะเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะใะสนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก

  • เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากความชื้น ความร้อน (มากกว่า 30 องศาเซลเซียส) และแสงอาทิตย์

  • เมื่อยาหมดอายุควรทิ้งทันที

ผลข้างเคียงของยา Dicloxacillin

หากคุณมีอาการต่อไปนี้ที่เป็นสัญญาณของการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ทันที เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม 

และหากคุณมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยานี้ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเช่นกัน เช่น 

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าที่พบได้ ประกอบด้วย

ปฏิกิริยาของยา Dicloxacillin กับยาอื่นๆ 

ก่อนใช้ยา ต้องแจ้งแพทย์หากคุณกำลังรับประทานยาต่อไปนี้

  • Methotrexate (Rheumatrex, Trexall)
  • Probenecid (Benemid)
  • Warfarin

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้ หากคุณกำลังรับประทานยาไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อมารับประทานเอง สมุนไพร หรือวิตามินใดๆ ก็ตาม ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง อย่าเริ่มยาใหม่เองโดยไม่แจ้งแพทย์

หากได้รับยา Dicloxacillin เกินขนาดต้องทำอย่างไร?

  • หากคุณรับประทานยามากเกินไป ให้รีบไปพบแพทย์
  • อาการของการได้รับยาเกินขนาดประกอบด้วย สับสน พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ผื่นที่ผิวหนังอย่างรุนแรง ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือมีอาการชัก

ยา Dicloxacillin เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาโรค หรือภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งยาประเภทนี้ จำเป็นต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง หรืออาการเชื้อดื้อยา ซึ่งจะทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น

ดูแพ็กเกจตรวจสขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ncbi.nlm.nih.gov, Dicloxacillin (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK548106/)
drugs.com, Dicloxacillin Dosage (https://www.drugs.com/dosage/dicloxacillin.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม