กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.วรพันธ์ พุทธศักดา
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.วรพันธ์ พุทธศักดา

10 วิธีหยุดอาการกรดไหลย้อนด้วยตนเอง

หยุดอาการแสบร้อนยอดอก หยุดกรดไหลย้อน คุณทำได้ด้วยตนเองตามคำแนะนำนี้
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 10 ก.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 10 ก.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
10 วิธีหยุดอาการกรดไหลย้อนด้วยตนเอง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคกรดไหลย้อนเกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามากเกินไป หรือเกิดจากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวผิดปกติ กรดจึงไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร
  • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ แสบร้อนยอดอก แสบคอ ไป เรอเปรี้ยว จุกแน่นคล้ายมีอะไรติดคอ ท้องอืด สร้างความทรมานในการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย 
  • สาเหตุมักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น เข้านอนทันทีหลังรับประทานเสร็จ รับประทานมากเกินไป หรือเร็วเกินไป รับประทานอาหารที่ทำให้เกิดกรดมาก หรืออาหารที่ทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว 
  • การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ 
  • การรักษาและการป้องกันโรคกรดไหลย้อน ทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตใหม่โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายทุกวัย 

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease) มีสาเหตุสำคัญจากการที่มีกรดออกมามากเกินไปในขณะย่อยอาหาร หรืออาจเกิดจากการที่หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวผิดปกติ ทำให้กรดส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้

อาการของโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนยอดอก (Heartburn) แสบคอ ไอ เรอเปรี้ยว จุกแน่นคล้ายมีอะไรติดคอ ท้องอืด อาการที่เกิดขึ้นแม้ไม่ใช่อาการร้ายแรงที่ส่งผลถึงกับชีวิตในทันที แต่ก็สร้างความทรมานและกระทบกับการใช้ชีวิตไม่น้อย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการแสบร้อนเกิดขึ้นกลางหน้าอกค่อนไปข้างล่าง ทำให้รู้สึกว่า "รอบๆ หัวใจมีอาการแสบร้อนเหมือนถูกไฟไหม้" จึงทำให้เข้าใจผิดคิดว่า เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวใจแต่อย่างใด

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน

ผู้คนส่วนมากที่ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนมักมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น เข้านอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ รับประทานอาหารมากเกินไป หรือเร็วเกินไป 

นั่นทำให้ "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" เป็นวิธีสำคัญที่สามารถป้องกันและรักษาโรคกรดไหลย้อนได้

10 วิธีหยุดทรมานจากกรดไหลย้อนด้วยตนเอง

1. อย่ารับประทานมากเกินไป

ควรแบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน หรือรับประทานเป็นอาหารหลัก 3 มื้อเล็กๆ และอาหารเสริมอีก 3 มื้อก็ได้ การรับประทานแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารสร้างกรดมากเกินไป ทำให้ลดอาการแสบร้อนยอดอกได้เป็นอย่างดี

2. อย่ารับประทานเร็วเกินไป

การรับประทานเร็วเกินไป เคี้ยวน้อยลง จะทำให้ระบบทางเดินอาหารต้องทำงานหนักมากขึ้นแถมยังทำให้อาหารไม่ย่อย ท้องอืด และกรดไหลย้อนตามมาได้ ดังนั้นควรรับประทานอาหารให้ช้าลงและเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน

คำแนะนำ: ให้เคี้ยวอาหาร 20 ครั้ง หรือนับให้ถึง 20 ครั้งก่อนที่จะรับประทานคำถัดไป

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

3. ไม่รับประทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน

อาหารหลายชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ อาหารเหล่านั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 อาหารที่ทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวในเวลาที่ไม่ควร

  • อาหารทอด อาหารมันๆ
  • เนื้อติดมันมาก
  • ซอสครีม
  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมันเนย
  • ช็อกโกแลต
  • เปปเปอร์มินต์
  • เครื่องดื่มมีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม กาแฟ ชา และโกโก้

ประเภทที่ 2 อาหารที่ทำให้กระเพาะอาหารสร้างกรดมากเกินไป

4. เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อต้องออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน

ไม่ว่าจะรับประทานอาหารที่ไหนๆ ก็ควรเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่กระตุ้นให้กรดไหลย้อน ที่สำคัญอย่ารับประทานมากจนเกินไป และควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน

5. อย่าเข้านอนทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

การนอนในขณะที่กระเพาะอาหารยังเต็มแน่นไปด้วยอาหารทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างถูกดันให้คลายตัว ส่งผลให้อาหารและกรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นไป หลังจากนั้นจะเกิดอาการกรดไหลย้อนตามมา

ทางที่ดีหลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรรออย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง แล้วจึงเข้านอน พยายามหลีกเลี่ยงขนมมื้อดึก หากวันไหนจำเป็นต้องรับประทานอาหารมื้อใหญ่ควรเลือกให้เป็นมื้อกลางวันมากกว่ามื้อเย็นเพราะกระเพาะอาหารจะมีโอกาสย่อยได้นานกว่า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

6. อย่านอนหงายราบเวลานอน

เมื่อรู้สึกมีอาการของกรดไหลย้อน ไม่ควรนอนหงายราบเพราะอาหารในกระเพาะจะกดทับหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้กรดไหลย้อน แนะนำให้หนุนที่นอนตั้งแต่ช่วงอก ไหล่ และศีรษะให้สูงขึ้นจะช่วยลดแรงกดดังกล่าวได้

วิธีเสริมที่นอนให้สูงขึ้น

  • วางก้อนอิฐ หิน หรืออะไรก็ตามที่แข็งแรงมั่นคงรองขาเตียงฝั่งหัวนอน
  • ใช้หมอนรูปลิ่มหนุนบริเวณศีรษะและไหล่

หมายเหตุ: อย่ายกศีรษะให้สูงขึ้นโดยการเอาหมอนรองเท่านั้นเพราะจะยิ่งทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นและไม่ช่วยลดอาการกรดไหลย้อนด้วย

7. ไม่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายและกรดไหลย้อนก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เพราะสารเคมีบางชนิดในบุหรี่เพิ่มโอกาสในการเป็นกรดไหลย้อนได้ ด้วยกลไกดังนี้

  • ลดการสร้างน้ำลาย น้ำลายมีฤทธิ์เป็นด่างและช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะได้ เมื่อเรากลืนน้ำลายลงคอ น้ำลายจะชะล้างกรดในกระเพาะที่ไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารให้กลับเข้าสู่กระเพาะเหมือนเดิม แต่การสูบบุหรี่จะลดการสร้างน้ำลายลง ทำให้เพิ่มโอกาสการเป็นกรดไหลย้อนได้
  • เพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร การสูบบุหรี่เพิ่มการสร้างกรดในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกลือน้ำดี (Bile salt) จากลำไส้มายังกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารก่ออันตรายได้มากขึ้น
  • ทำให้การทำงานของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างแย่ลง การสูบบุหรี่ทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (ทำหน้าที่กั้นรอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร) เกิดการคลายตัวอย่างผิดปกติ อาหารในกระเพาะอาหารจึงล้นกลับไปในหลอดอาหารได้
  • การสูบบุหรี่จะทำอันตรายต่อหลอดอาหารได้โดยตรงมากกว่าโรคกรดไหลย้อนเสียอีก

8. อย่าดื่มหนักเกินไป

แอลกอฮอล์เพิ่มปริมาณการสร้างกรดในกระเพาะอาหารและทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว หากต้องการดื่มแอลกอฮอล์บ้างสามารถเลือกวิธีต่อไปนี้ 

  • เลือกเบียร์ หรือไวน์ชนิดปราศจากแอลกอฮอล์
  • จำกัดการดื่มไว้ที่เหล้าผสมไม่เกินหนึ่งถึงสองแก้ว ไวน์ไม่เกินสิบหกออนซ์ และเบียร์ไม่เกินสามแก้ว
  • ดื่มไวน์ขาวแทนไวน์แดง
  • เจือจางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยน้ำ หรือโซดา
  • สังเกตว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดที่ทำให้มีอาการกรดไหลย้อนและหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หมายเหตุ: เมื่อทราบแล้วว่า แอลกอฮอล์มีโทษต่อโรคกรดไหลย้อนมากกว่าประโยชน์ แนะนำให้หลีกเลี่ยง หรือดื่มให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้จะดีกว่า

9. อย่าใส่เสื้อผ้าที่คับแน่นเกินไป

การแต่งกายด้วยเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับที่รัดแน่นบริเวณท้อง เช่น เข็มขัด หรือสายรัดเอว อาจบีบกระเพาะอาหารให้ดันอาหารและกรดผ่านหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารได้

10. อย่าเครียดเกินไป

ความเครียดส่งผลให้กระเพาะอาหาร ลำไส้ และหลอดอาหารทำงานน้อยลง แต่มีการหลั่งกรดมากขึ้น หากคุณมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เช่น รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รับประทานอาหารดึกๆ รับประทานเสร็จแล้วนอนทันที หรือไม่มีเวลาออกกำลังกาย จะยิ่งทำให้มีโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

ทางที่ดีควรหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดบ้าง เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดได้ ก็จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนนั่นเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้ง 10 วิธีนี้หากนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตอาการตนเองเป็นประจำก็จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อน และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้อีกด้วย

แต่หากคุณมีอาการกรดไหลย้อนรุนแรงมากขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารโดยตรงเพื่อตรวจประเมินร่างกายและรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมจะดีที่สุด

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายทุกวัย จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
โรคกรดไหลย้อน…อันตรายหลังการทานอาหาร (https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/old/index.php/knowforhealth-24122558/), 7 August 2020.
เรื่องกรดไหลย้อน... ที่ควรรู้ (https://www.si.mahidol.ac.th/siriraj_online/thai_version/Health_detail.asp?id=754), 7 August 2020.
Robin Madell and Valencia Higuera, Things-to-stop-if-you-suffer-from-heartburn (https://www.healthline.com/health/gerd/diet-nutrition), 16 January 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)

หากจำนวนเชื้อราแคนดิดาในร่างกายมีมากเกินไป อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ่านเพิ่ม