รู้จักผัก 8 ชนิด ที่ไม่ควรกินดิบๆ ต้องทำให้สุกก่อนจึงจะดี

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
รู้จักผัก 8 ชนิด ที่ไม่ควรกินดิบๆ ต้องทำให้สุกก่อนจึงจะดี

ถึงแม้ว่าผักและผลไม้ส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าหากคุณรับประทานแบบผิด ๆ หรือไม่คิดก่อนที่จะรับประทาน โดยเฉพาะการรับประทานแบบดิบ ๆ ในปริมาณมาก คุณอาจจะได้รับโทษแทนที่จะได้รับประโยชน์จากผักเหล่านี้ก็เป็นได้ อย่างเช่นผัก 8 ชนิดเหล่านี้ ที่หากกินดิบ ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดโทษ และทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตแบบที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว

รวมผัก 8 ชนิดที่ไม่ควรกินดิบ

1. กะหล่ำปลี

ถึงแม้ว่าผักอย่าง กะหล่ำปลี จะเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงก็ตาม แต่เราจะได้รับวิตามินซีจากกะหล่ำปลีอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเรานำกะหล่ำปลีมาปรุงสุกแล้วค่อยรับประทาน เนื่องจากในกะหล่ำปลียังคงมี สารออกซาเลต ซึ่งเราจะได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกาย เมื่อมีการรับประทานกะหล่ำปลีดิบ ๆ ในปริมาณมาก ซึ่งถ้าหากมีสารออกซาเลตเข้าไปที่กรวยไตมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดโรคนิ่วขึ้นได้ และนอกจากนี้กะหล่ำปลีดิบ ยังคงมีสารกอยโตรเจน ซึ่งเป็นสารที่คอยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนของต่อมโทรอยด์ในร่างกายของเรา ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของเรานั้น ดึงไอโอดีนจากเลือด เพื่อนำไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ จนทำให้เกิดโรคคอหอยพอกขึ้นได้ แต่สำหรับสารนี้สามารถสลายตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อโดนความร้อน เพราะฉะนั้น การบริโภคกะหล่ำปลีแบบสุก ๆ ถือได้ว่าปลอดภัยอย่างมากที่สุด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

คนทั่วไปสามารถทานดิบได้ แต่ผู้ป่วยโรคไฮโปไทรอยด์ ต้องระวังอย่างมาก เพราะสาร Goitrogen ใน กะหล่ำปลี จะทำให้ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนได้ผิดปกติ

2. ดอกกะหล่ำ

ดอกกะหล่ำถือได้ว่าเป็นพืชชนิดหัวอีกชนิดหนึ่ง ที่เราไม่สามารถนำมารับประทานแบบดิบ ๆ ได้ เพราะดอกกะหล่ำยังคงมีน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะไม่สามารถย่อยน้ำตาลชนิดนี้ได้ ส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืด และรู้สึกแน่นท้อง ซึ่งถ้าหากคุณรับประทานดอกกะหล่ำปรุงสุก คุณจะสามารถมั่นใจได้ ว่าคุณจะไม่พบเจอโทษจากดอกกะหล่ำ

3. บรอกโคลี

เนื่องจากบรอกโคลี เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำปลี จึงมีน้ำตาลที่ส่งโทษทำให้เกิดอาการท้องอืดได้เช่นกัน หากมีการนำมารับประทานแบบดิบ ๆ อีกทั้งในบรอกโคลี ยังคงมีฮอร์โมนบางชนิด ที่กระตุ้นทำให้เกิดโรคไทรอยด์ได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผักอย่างบรอกโคลี จึงเป็นผักอีกหนึ่งชนิด ที่เราไม่ควรนำมารับประทานแบบดิบ ๆ ในปริมาณมากนั่นเอง

4. ถั่วฝักยาว

การรับประทานถั่วฝักยาวแบบดิบ ๆ ในปริมาณมาก ค้นพบว่า ถั่วฝักยาว จะมีปริมาณไกลโคโปรตีน พร้อมทั้งเลคตินสูง สารชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเกิดอาการท้องเสียได้ในระยะเวลา 3 ชั่วโมงได้นั่นเอง

ทานดิบมีอันตราย กรณีที่มีการใช้ยาฆ่าแมลง เพราะสารพิษจะถูกดูดซิมในถั่วฝักยาวได้ง่าย (ตามช่องว่างระหว่างเมล็ด) ดังนั้นหากจะทานดิบ ควรหักเป็นท่อนๆ แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่ง

5. ถั่วงอก

ถั่วงอก ถือได้ว่าเป็นผักยอดนิยม ที่ถูกนำมารับประทานสด ๆ อย่างเป็นประจำ ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับโทษจากสารโซเดียมซัลไฟต์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สารฟอกขาว ซึ่งถ้าหากผู้รับประทานถั่วงอกดิบ ๆ ในปริมาณมาก เป็นผู้ที่แพ้สารชนิดนี้ด้วยแล้ว ย่อมทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ มีลักษณะหายใจขัด ความดันโลหิตต่ำ และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งสารฟอกขาวนี้จะสลายและถูกทำลายได้ เมื่อมีการนำไปปรุงสุกแล้วเท่านั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

ระวังเป็นพิเศษในผู้ที่มีภูมิแพ้อ่อนแอ คนตั้งครรภ์ รวมไปถึงเล็กเล็ก เพราะในถั่วงอกดิบอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน หากต้องทานดิบ ควรนำไปแช่ในด่างทับทิมก่อน

6. หน่อไม้

ในหน่อไม้สดจะมีสารไซยาไนด์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารนี้ในปริมาณมาก สารนี้จะเข้าไปจับกับฮีโมโกลบิน ส่งผลทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน จนทำให้หมดสติ และอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครอยากจะรับประทานหน่อไม้ ควรปรุงสุกด้วยความร้อนเสียก่อน ถึงจะปลอดภัย

7. มันสำปะหลัง

ทางสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ประกาศแจ้งเตือนว่า หากมีการรับประทานมันสำปะหลังดิบ โดยเฉพาะในส่วนหัว รากและใบ อาจจะมีพิษส่งผลทำให้ถึงตายได้ ซึ่งพิษในมันสำปะหลังจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบหัวใจ ในรายที่ได้รับพิษน้อยที่สุด จะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ มีอาการปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ และอุจจาระร่วง

ทั้งหน่อไม้ดิบ และมันสำปะหลังดิบ บริเวณเปลือกที่ห่อหุ้มจะมีสารไซยาไนต์อยู่จำนวนมาก (เป็นสารก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต) แต่สารชนิดนี้จะสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน ดังนั้นควรต้มในน้ำเดือดก่อนทานเสมอ

8. ผักโขม

ผักโขม เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก แต่ถ้าหากนำมารับประทานแบบดิบ ๆ จะส่งผลทำให้เกิดโทษต่อร่างกายอย่างมากเช่นกัน เพราะภายในผักโขมดิบ ๆ จะมีกรดออกซาลิก ซึ่งจะส่งผลทำให้ลำไส้ของเราระคายเคือง และยังเป็นตัวขัดขวาง ที่จะทำให้ไม่ร่างกายของเรานั้น ได้ดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม ซึ่งในภายหลังจะส่งผลทำให้เราเป็นโรคนิ่ว แต่ถ้าหากเรานำผักโขมไปปรุงสุกเสียก่อน โทษต่าง ๆ เหล่านี้จะหายไปในทันที

คนทั่วไปสามารถทานผักโขมแบบดิบได้ ยกเว้นคนที่มีปัญหาเรื่องของการขาดธาตุเหล็กและแคลเซียม เช่นโลหิตจาง หญิงตั้งครรภ์ หญิงมีประจำเดือนมาก เพราะกรดออกซาลิกในผักโขมดิบ จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง

ผักทั้ง 8 ชนิดนี้ หากนำมารับประทานแบบดิบ ๆ ในปริมาณมาก ย่อมส่งผลทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย ซึ่งผักการรับประทานผักดิบบางชนิด อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้น การรับประทานผักที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับประโยชน์จากผักทุกชนิด เราควรนำผักทุกชนิดมาปรุงสุกเสียก่อน เพื่อที่จะสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ได้ประโยชน์อย่างครบครัน โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย #แนบเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
The Raw Vegan Diet: Benefits, Risks and Meal Plan. Healthline. (https://www.healthline.com/nutrition/raw-vegan-diet)
Fruit and Vegetable Safety - Food Safety. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (https://www.cdc.gov/foodsafety/communication/steps-healthy-fruits-veggies.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป