8 อาการของการขาดวิตามินและแร่ธาตุ

เผยแพร่ครั้งแรก 6 ต.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
8 อาการของการขาดวิตามินและแร่ธาตุ

1.เล็บเปราะ

เวลาที่ร่างกายของคุณมีธาตุเหล็กต่ำ ร่างกายบางส่วนก็จะเริ่มอ่อนแอและซีดซึ่งอาจจะแสดงออกมาในรูปแบบของเล็บที่เปราะ หรือเยื่อบุตาซีด ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมากจะมีความเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับผู้หญิงที่เป็นมังสวิรัติ ในขณะที่ผู้ชายนั้นมีแนวโน้มที่จะได้รับธาตุเหล็กเกินมากกว่า ผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 18 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนควรได้รับธาตุเหล็ก 8 มิลลิกรัมต่อวัน ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากสัตว์ได้ดีที่สุด ดังนั้นผู้ที่รับประทานมังสวิรัติควรรับประทานผักที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กเช่นผักโขมหรือถั่วลูกไก่ร่วมกับส้มหรืออาหารที่มีวิตามินซีสูงเพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

2.ระดับความดันโลหิตของคุณสูงเกินไป

คุณอาจจจะกำลังมีวิตามินดีต่ำ งานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างการรับประทานวิตามินชนิดนี้ในปริมาณมากกับการมีความดันโหลิตต่ำ และผู้ที่ได้ในระดับที่เพียงพอนั้นก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงน้อยลง ผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามินดีวันละ 600 IU วิตามินดีนั้นได้จากอาหารน้อย แต่คุณสามารถพบได้ในปลาดาบ ปลาแซลมอน นมหรือน้ำส้มที่เติมวิตามินดี และเห็ดซึ่งโตภายใต้แสงอาทิตยืหรือรังสีเหนือม่วง นอกจากนั้นการรับประทานวิตามินดีเสริมก็อาจจะเป็นประโยชน์ในผู้ที่หมดประจำเดือนและผู้ชายที่สูงอายุ โดยควรเลือกเป็นวิตามินดี 3

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจวิตามินวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1710 บาท ลดสูงสุด 2595 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 23

3.ความดันโลหิตของคุณต่ำเกินไป

นี่เป็นอาการที่อาจจะพบได้จากการขาดวิตามินบี 12 ซึ่งจะส่งผลต่อระบบประสาทและป้องกันไม่ให้ร่างกายสามารถปรับความดันโลหิตให้กลับมาอยู่ในระดับปกติได้ อาการอื่นๆ ประกอบด้วยเดินเซ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามินบี 12 วันละ 2.4 ไมโครกรัม อาหารที่เป็นเป็นแหล่งของวิตามินบี 12 คือหอย ปลาเทราต์ แซลมอน ซีเรียล รวมถึงเนื้อวัว นม และไข่ หากคุณเลือกใช้วิตามินเสริม ควรเลือกแบบที่อมใต้ลิ้นซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการดูดซึมวิตามินผ่านทางอาหารหรือวิตามินเสริมเนื่องจากมีกรดในกระเพาะน้อย

4.เป็นตะคริวบ่อยๆ

ร่างกายต้องการโพแทสเซียมในการสร้างกล้ามเนื้อและโปรตีน การที่มีโพแทสเซียมต่ำอาจทำให้เกิดตะคริวได้โดยเฉพาะที่น่อง ภาวะขาดโพแทสเซียมนั้นมักพบว่าไม่ได้เกิดจากการรับประทานน้อย แต่เกิดจากการเสียเหงื่อปริมาณมาก ท้องเสีย อาเจียน และสูญเสียสารน้ำมากกว่า คุณต้องการโพแทสเซียม 4700 มิลลิกรัมต่อวัน และสามารถพบได้ในมันหวาน กล้วย อะโวคาโดและน้ำมะพร้าว

5.คุณรู้สึกอ่อนเพลีย

โรคลักปิดลักเปิดซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินซีนั้นอาจจะฟังดูเป็นเรื่องในอดีต แต่ในปัจจุบันก็สามารถพบได้ในคนบางกลุ่มเช่นผู้ที่สูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่ ยิ่งไปกว่านั้นงานวิจัยยังพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่นั้นมีความเสี่ยงในการเกิดการขาดวิตามินซีสูงขึ้นถึง 3 เท่า อาการอ่อนเพลียตลอดเวลาและกระสับกระส่ายนั้นเป็นอาการหนึ่งที่พบได้เวลาที่มีวิตามินซีต่ำ ผู้หญิงควรได้รับวิตามินซีวันละ 75 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้ชายควรได้รับวิตามินซีวันละ 90 มิลลิกรัมและผู้ที่สูบบุหรี่นั้นจะต้องได้รับเพิ่มขึ้นอีกวันละ 35 มิลลิกรัม คุณจะได้รับวิตามินซีจากการรับประทานผลไม้ตระกูลส้ม แคนตาลูป กีวี่ สับปะรด มะเขือเทศ ผักโขม พริกหยวกและบรอคโคลี่

6.ไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ

ภาวะนี้เป็นภาวะที่คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อไปตรวจเลือดเท่านั้นซึ่งการที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับการได้รับธาตุไอโอดีนไม่เพียงพอ ทำให้ต่อมไทรอยด์สามารถผลิตฮอร์โมนออกได้ลดลง ภาวะนี้เป็นภาวะที่น่ากังวลในหญิงตั้งครรภ์เพราะอาจทำให้แท้งและเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ มีรายงานพบว่าค่าเฉลี่ยของการได้รับไอโอดีนในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์นั้นอยู่สูงกว่าระดับที่เข้าข่ายขาดไอโอดีนเพียงเล็กน้อย ผู้ใหญ่ควรได้รับไอโอดีนวันละ 150 ไมโครกรัม ในขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์จะต้องการวันละ 220 ไมโครกรัม เวลาเลือกเกลือที่ใช้ปรุงอาหาร ควรเลือกใช้เกลือที่เสริมไอโอดีนหรือเกลือทะเลเพื่อให้ได้ไอโอดีน นอกจากนั้นยังสามารถพบได้ในอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์จากนมอีกด้วย

7.คุณมีกระดูกหักหลายที่

เวลาที่คุณขาดแคลเซียม คุณจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกบางซึ่งเป็นภาวะที่มวลกระดูกนั้นลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหัก กระดูกนั้นจะมีความแข็งแรงมากที่สุดเมื่อมีอายุได้ประมาณ 30 ปีก่อนที่จะค่อยๆ สูญเสียแคลเซียมไปเรื่อยๆ ดังนั้นการรับประทานแคลเซียมในระดับที่เหมาะสมนั้นจึงสำคัญมากและควรทำร่วมกับการเดินหรือการเต้นแอโรบิค ผู้ชายและผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนต้องการแคลเซียมวันละ 1000 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนต้องการวันละ 1200 มิลลิกรัม แคลเซียมสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์จากนม (โยเกิร์ต นม และชีส) ผักใบเขียวบางชนิด (collard green, turnip greens และ kale),เต้าหู้, ถั่วแรกญี่ปุ่น และน้ำผลไม้ที่เพิ่มแคลเซียม หากคุณเลือกทานแคลเซียมเสริม ให้แบ่งรับประทานวันละ 2 มือและรับประทานพร้อมกับอาหาร

8.มุมปากของคุณแตก

ถึงแม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยนักแต่การขาดวิตามินบี 6 นั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการทางผิวหนังเช่นมุมปากแตกหรือลิ้นอักเสบ หรือซึมเศร้าและสับสนได้ ร่างกายนั้นมีการสะสมวิตามินบี 6 ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานได้หลายสัปดาห์ ดังนั้นอาการของการขาดจึงจะเริ่มขึ้นทันทีที่ระดับวิตามินบี 6 ที่สะสมในร่างกายเริ่มลดลง ยาคุมกำเนิดบางชนิดอาจส่งผลต่อระดับของวิตามินบี 6 ได้ เช่นเดียวกับยาในกลุ่ม corticosteroid และ ยากันชัก ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีควรได้รับวิตามินบี 6 วันละ 1.3 มิลลิกรัมในขณะที่ผู้หญิงที่สูงอายุควรได้รับ 1.5 มิลลิกรัม และผู้ชายที่สูงอายุควรได้รับวันละ 1.7 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 สามารถพบได้ในถั่วลูกไก่ ปลาทูน่า แซลมอน ซีเรียล กล้วย และซอส marinara การขาดวิตามินบี 6 นั้นสามารถรักษาได้โดยแพทย์ด้วยการให้รับประทานวิตามินเสริมวันละ 50-100 มิลลิกรัม


16 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Considerations for Secondary Prevention of Nutritional Deficiencies in High-Risk Groups in High-Income Countries. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5793275/)
8 Common Signs of Vitamin Deficiency, Plus How to Address Them. Healthline. (https://www.healthline.com/nutrition/vitamin-deficiency)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่ม