กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ทพญ.สิริพัชร ชำนาญเวช
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทพญ.สิริพัชร ชำนาญเวช

การจัดฟัน

ฟันเก ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันไม่สบกัน หรือฟันไม่สมมาตรกัน ทำให้ขาดความมั่นใจ แต่แก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน
เผยแพร่ครั้งแรก 29 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 3 ก.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 3 ก.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 9 นาที
การจัดฟัน

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การจัดฟันเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันด้วยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน
  • การจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ช่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ปัญหาของฟันที่ทำให้ต้องมีการจัดฟัน เช่น ฟันหน้ายื่น ฟันซ้อน ฟันไม่สมมาตรกัน ฟันสบลึก ฟันสบเปิด ฟันคุด 
  • การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจจัดฟันแบบต่างๆ

การจัดฟันเป็นหนึ่งในวิธีรักษาทางทันตกรรมซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันไม่สบกัน ได้แล้ว 

การจัดฟันยังอาจช่วยปรับโครงหน้าของผู้จัดฟันให้เข้ารูปได้ด้วย ดังนั้นการจัดฟันจึงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้นได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 4275 บาท ลดสูงสุด 46000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads d 5

การจัดฟันคืออะไร

การจัดฟันเป็นวิธีช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ ไม่สมดุล ให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม สบฟันได้ตามปกติ รวมทั้งตำแหน่งขากรรไกรมีความเหมาะสม ไม่เพียงเท่านั้นการจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับช่องปากในอนาคตได้ด้วย 

การจัดฟันเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันด้วยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน 

ทำไมต้องจัดฟัน

เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และการเรียงตัวที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด บางครั้งฟันอาจเรียงตัวไม่เหมาะสมจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ทำความสะอาดฟันลำบาก มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว 

การจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ด้วย 

นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

โดยทันตแพทย์จะใส่เครื่องมือในช่องปากเพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและไม่ถูกอุดกั้นขณะหลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้น หรือเนื้อเยื่อในลำคอหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันลวด วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 18050 บาท ลดสูงสุด 3000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads d 19

ใครควรจัดฟันบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันยื่นจนไม่สบกัน ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ฟันสึกกร่อน เสียหาย หรืออาจทำร้ายกล้ามเนื้อและข้อต่อขากรรไกรได้ 

บางกรณีความผิดปกติดังกล่าวอาจพัฒนาจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างของใบหน้า แต่ทั้งนี้ต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย โดยประเมินจากประวัติการรักษาทางการแพทย์ หรือทันตกรรม การตรวจในคลินิก ลักษณะการเรียงตัวของฟัน และและฟิล์มเอ็กซเรย์

ปัญหาของฟันที่ทำให้ต้องมีการจัดฟัน

  • ฟันหน้ายื่น เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด
  • ฟันซ้อน มักเกิดกับผู้ที่มีโครงสร้างกระดูกขากรรไกรเล็ก ทำให้พื้นที่ในช่องปากไม่กว้างพอสำหรับฟัน ส่งผลให้ฟันภายในช่องปากซ้อนทกัน
  • ฟันไม่สมมาตรกัน บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก และมีปัญหาด้านการบดเคี้ยว
  • ฟันสบลึก ฟันแถวบนเลยหน้าฟันล่างมากเกินไปจนบังฟันล่างมิดอาจกัดโดนเหงือก
  • ฟันสบกลับ ฟันแถวบนสบอยู่ข้างหลังฟันล่าง
  • ฟันสบเปิดคือ การที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันแม้จะปิดปากแล้ว ภาวะเช่นนี้มักเกิดมาจากการที่เด็กดูดหัวแม่มือตัวเอง หรือขวดนมมาเป็นเวลานาน ๆ
  • ฟันคุด เป็นฟันแท้ที่ไม่สามารถขึ้นสู่ช่องปากได้ หรืออยู่ในตำแหน่งผิดที่ผิดทาง

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อไหร่

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล 

ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การรักษาความสะอาดของเครื่องมือจัดฟันและช่องปาก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็ง เหนียว และกรอบ เพราะเสี่ยงต่อการทำเครื่องมือจัดฟันหลุดเสียหาย 

ควรมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟันให้สอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของฟัน 

กรณีที่ผู้ต้องการจัดฟันมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติเพราะการเคลื่อนตัวของฟันจะช้ากว่าผู้มีอายุน้อย อีกทั้งยังมีโอกาสเหงือกร่นมากกว่าด้วย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันลวด วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 18050 บาท ลดสูงสุด 3000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads d 19

หลังจัดฟันเสร็จผู้ป่วยกลุุ่มนี้ยังต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อช่วยรักษาสภาพฟันที่จัดแล้วให้นานกว่าปกติด้วย

บางคนเข้าใจผิดว่า เมื่อมีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปจะไม่สามารถจัดฟันได้ เป็นความเข้าใจที่ผิด ท่านยังสามารถจัดฟันได้ตามปกติแต่อาจจะใช้เวลามากกว่า หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับทันตแพทย์ได้

รูปหน้ากับการจัดฟัน

บางครั้งการจัดฟันก็จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  1. การเจริญเติบโตของใบหน้า โดยทั่วไปแล้วขนาดของขากรรไกรจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่เมื่อมีการจัดฟันอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าได้ โดยจะมีผลเฉพาะในช่วงที่ขากรรไกรไม่โตเต็มที่ (ผู้หญิงใบหน้าจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 14 – 16 ปี ส่วนผู้ชายคือ 18 ปี) แต่จะยับยั้งการเติบโตของขากรรไกรได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะหลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโต 
  2. ผลต่อรูปปาก เนื่องจากการจัดฟันจะทำให้ฟันมีการเคลื่อนตำแหน่ง ดังนั้นจึงทำให้มีผลต่อรูปทรงของริมฝีปาก
  3. ขากรรไกร บางกรณีอาจต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขากรรไกรได้

ใส่รากฟันเทียม จัดฟันได้หรือไม่?

ปกติทันตแพทย์จะแนะนำให้จัดฟันจนเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงทำรากฟันเทียมภายหลัง เนื่องจากรากฟันเทียมจะยึดติดกับกระดูกภายในช่องปาก ทำให้ไม่สามารถขยับได้ด้วยเครื่องมือการจัดฟัน

แต่หากเกิดอุบัติเหตุกับช่องปาก หรือปัญหาเกี่ยวกับฟัน จนต้องใส่รากฟันเทียมก่อนเริ่มจัดฟัน ทันตแพทย์อาจวินิจฉัยให้จัดฟันได้เป็นบางกรณี เพราะตำแหน่งของรากฟันเทียมอาจมีผลต่อคำวินิจฉัย ดังนี้

  • รากฟันเทียมไม่อยู่ในตำแหน่งเคลื่อนที่ของการจัดฟัน กรณีแบบนี้ทันตแพทย์อาจพอมีวิธีที่จะช่วยจัดฟันให้คนไข้ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทันตแพทย์เป็นกรณีไป
  • บางตำแหน่งอาจใช้เป็นที่ยึดกับเครื่องมือจัดฟันได้ รากฟันเทียมมีความแข็งแรงและไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้เป็นแหล่งยึดเพื่อดึงฟันธรรมชาติเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ แต่กรณีนี้ทันตแพทย์มักเป็นคนวินิจฉัยให้ทำรากฟันเทียมก่อน
  • รากฟันเทียมของผู้สูงอายุ ทันตแพทย์อาจใช้รากฟันเทียมเป็นแหล่งยึดเพื่อจัดฟันซี่อื่นๆ ในการจัดฟันได้

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะสามารถจัดฟันได้หลังจากใส่รากฟันเทียม ฉะนั้นก่อนจะเริ่มจัดฟันหรือทำรากฟันเทียม ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน

ใส่ฟันปลอมจัดฟันได้ไหม?

ถ้าใส่ฟันปลอมเพียงแค่ 1-2 ซี่ สามารถจัดฟันได้ตามปกติ โดยถ้าเป็นฟันหน้า ทันตแพทย์จะดัดแปลงตัวซี่ฟันปลอม แล้วหิ้วแขวนไว้บนลวด

ฟันบางจัดฟันได้ไหม? 

ผู้ที่มีเนื้อฟันบาง หรือเคลือบฟันสึกหลายคนอาจกังวลว่า จะไม่สามารถจัดฟันได้ จริงๆ แล้วสามารถจัดฟันได้ แนะนำให้ไปปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน ปกติแล้วก่อนการจัดฟัน ทันตแพทย์จะรักษาปัญหาของสุขภาพของช่องปากก่อนอยู่แล้ว

ขั้นตอนการจัดฟัน

การจัดฟันในแต่ละครั้งจะใช้เวลานานเป็นปีๆ จึงต้องมีการแบ่งขั้นตอนในการจัดฟัน เพื่อให้ผู้ที่จัดฟันเข้าใจกระบวนการและแผนการจัดฟันในระยะยาว ซึ่งจะแบ่งขั้นตอนหลักๆ ได้อยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้

1. ตรวจสุขภาพก่อนจัดฟัน 

ก่อนการจัดฟันต้องมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างละเอียด เพื่อรักษาโรคที่มีอยู่ให้เรียบร้อยเสียก่อน (ถ้ามี) เรามักเรียกขั้นตอนนี้ว่า "การเคลียร์ช่องปาก"

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้ามีฟันผุต้องอุดเสียก่อน จากนั้นทันตแพทย์จะขูดหินปูน และอาจเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึก เพื่อป้องกันฟันผุในขณะจัดฟัน หากมีโรคเหงือกก็ต้องรีบรักษาก่อน หากมีฟันคุดก็ต้องเอาออก

เมื่อตรวจสุขภาพฟัน และรักษาฟันจนเสร็จเรียบแล้ว ก็จะไปยังขั้นตอนการจัดฟัน 

2. การจัดฟัน 

หลังจากตรวจสุขภาพฟันและรักษาจนผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขอนามัยช่องปากดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มประเมินลักษณะ รูปร่าง การจัดเรียงของฟัน ตรวจดูลักษณะของรากฟัน กระดูกที่รองรับบริเวณรากฟัน และลักษณะโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ซึ่งต้องใช้การเอกซเรย์ 360 องศา พิมพ์แบบจำลองฟัน ถ่ายภาพฟันและใบหน้าไว้

จากนั้นจะประเมินว่า ควรใช้เครื่องมือจัดฟันรูปแบบใดซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของฟัน ลักษณะกระดูกขากรรไกรของแต่ละคน รวมทั้งความพึงพอใจในเครื่องมือจัดฟันแต่ละประเภท

บางกรณีอาจต้องถอนฟันบางซี่ออกเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอในการจัดเรียงฟัน

จากนั้นทันตแพทย์จะนัดติดเครื่องมือจัดฟันพร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังจากติดเครื่องมือแล้ว ในระหว่างที่จัดฟันผู้จัดฟันจะต้องได้รับการตรวจทำความสะอาดฟันโดยการขูดหินปูนเป็นระยะ

3. หลังติดเครื่องมือจัดฟัน 

หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในตำแหน่งที่ต้องการ

รูปแบบของการจัดฟันมีอะไรบ้าง

ในปัจจุบันการจัดฟันมีให้เลือกหลายรูปแบบ และยังเป็นทางเลือกให้กับผู้เข้ารับบริการหลากหลายประเภท เช่น

  • การจัดฟันแบบโลหะธรรมดา มีจุดเด่นอยู่ที่สีสันของยางรัดลวดจัดฟัน และมักเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น แต่อาจมีข้อเสียคือ ผู้เข้ารับบริการจะต้องมามาพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อปรับอุปกรณ์
  • การจัดฟันแบบเซรามิก มีจุดเด่นอยู่ที่อุปกรณ์จัดฟันซึ่งมีสีเหมือนเนื้อฟัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดฟันทุกเพศ ทุกวัย หรือผู้ที่ต้องการการดัดฟันที่ไม่มีสีฉูดฉาด
  • การจัดฟันแบบดามอน มีจุดเด่นอยู่ที่ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าขณะจัดฟัน และไม่ต้องมาพบทันตแพทย์ทุกเดือนด้วย
  • การจัดฟันด้านใน มีจุดเด่นอยู่ที่อุปกรณ์จัดฟันซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและจะถูกติดซ่อนอยู่ด้านหลังฟัน ทำให้มองจากภายนอกแล้วไม่เห็นอุปกรณ์จัดฟัน
  • การจัดฟันแบบใสถอดได้ มีจุดเด่นตรงอุปกรณ์จัดฟันซึ่งจะครอบตัวฟันลงไปทั้งหมด มีความกลมกลืนไปกับเนื้อฟัน ถอดเข้าออกได้ง่าย ไม่เป็นคราบหินปูน มักเป็นที่นิยมในหมู่ดาราคนดัง

อ่านเพิ่มเติม: รวมรูปแบบและราคาการจัดฟันโดยประมาณ

อ่านเพิ่มเติม: การเปรียบเทียบความเหมาะสม ข้อดี ข้อเสีย ราคา การดูแลอุปกรณ์การจัดฟันแต่ละรูปแบบ

อุปกรณ์จัดฟัน

การจัดฟันจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงตำแหน่งของฟัน โดยมีอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ดังนี้

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบติดแน่น

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบได้บ่อยที่สุด เครื่องมือนี้ไม่สามารถถอดออกได้ เนื่องจากส่วนแบร็คเก็ตจะติดอยู่กับฟันแต่ละซี่ เชื่อมหากันด้วยเส้นลวด การจัดฟันเช่นนี้จะทำก็ต่อเมื่อต้องทำการเรียงฟันหลายซี่พร้อมกัน หรือใช้กับการรักษาที่ต้องการความแม่นยำสูง

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนี้ ผู้จัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้ แต่ควรเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกัน เช่น รักบี้ หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่มีการกระทบกระแทกจริงๆ ควรสวมใส่ยางกันเหงือกเอาไว้เพื่อความปลอดภัยกับอุปกรณ์ ฟัน และช่องปาก 

อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีความแข็ง เหนียว และกรอบ เพราะอาจทำให้เครื่องมือหลุด หรือเสียหายได้ 

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถอดได้

เป็นเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ อาจใช้ร่วมกับการจัดฟันติดแน่นก็ได้แล้วแต่แผนการรักษาที่ทันตแพทย์วางไว้ เครื่องมือเหล่านี้มีวัตถุประสงค์การใช้เฉพาะอย่าง เช่น เพื่อเคลื่อนฟันเฉพาะซี่ หรือแก้ไขความผิดปกติเฉพาะอย่าง หรือเพื่อกระตุ้น 

หรือปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต เพื่อช่วยแก้ไข หรือปรับปรุงความผิดปกติของความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบน และ/หรือขากรรไกรล่าง และการสบฟัน 

อุปกรณ์ประเภทนี้จะจำกัดการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของฟัน และสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ 

  • เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่สามารถถอดได้มาเป็นคู่เชื่อมต่อกัน หรือออกแบบมาให้ติดเข้ากับฟันบนและฟันล่าง ทั้งนี้เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟันจะใช้เพื่อแก้ปัญหาตำแหน่งของฟันบนกับกระดูกขากรรไกร หรือฟันล่างกับกระดูกขากรรไกรล่าง 

ผู้จัดฟันต้องใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้ตลอดเวลาและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด หากไม่ทำตามอาจทำให้การจัดฟันไม่ประสบผลสำเร็จ อุปกรณ์นี้สามารถถอดออกมาทำความสะอาด หรือถอดออกระหว่างการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

  • อุปกรณ์รัดศีรษะ

อุปกรณ์รัดศีรษะใช้เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร

อุปกรณ์คงสภาพฟัน หรือรีเทนเนอร์มักถูกใช้ในช่วงท้ายของการจัดฟัน โดยรีเทนเนอร์จะช่วยในการคงตำแหน่งของฟันที่เพิ่งผ่านการจัดมาให้อยู่ตำแหน่งเดิมและทำให้เหงือกรวมถึงกระดูกจัดเรียงตัวให้รองรับตำแหน่งของฟันใหม่ รีเทนเนอร์นี้มีทั้งแบบถอดใส่ได้กับแบบติดถาวร

ทันตแพทย์จะแนะนำให้สวมใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการถอดรีเทนเนอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ฟันเคลื่อนจากตำแหน่งที่จัดไปได้

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียว และกรอบ เช่น น้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม และหมากฝรั่ง ฯลฯ 
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานๆ หรือเครื่องดื่มอัดลม
  • ควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย 
  • การรับประทานผักผลไม้ควรตัดแบ่งออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง
  • ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บและมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้มเป็นแผล อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ทั้งนี้สามารถบรรเทาอาการระคายเคืองเหล่านี้ด้วยการใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาทาปิดไว้ก็จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ถ้าหากมีลวดเส้นเล็กๆ แทงริมฝีปาก หรือแก้ม ให้ใช้ยางลบดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ แล้วกดปลายลวดเข้าไป หรือใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาหุ้มปลายลวดไว้ ทั้งนี้สามารถไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ช่วยตัดปลายลวดที่ทิ่มแก้มออกได้
  • แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  • ในระหว่างจัดฟันควรพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือจัดฟันใหม่ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ควรพบทันตแพทย์ขูดหินปูนเพื่อทำความสะอาดฟันและตรวจฟันผุทุกๆ 6 เดือน

ผู้ที่จัดฟันจะมีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือจัดฟันบดบังอยู่ตลอดทั้งแนวฟันจึงไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด จนเชื้อแบคทีเรียในช่องปากเกิดการสะสมผสมกับเศษอาหารตกค้างและน้ำลาย 

เกิดการสร้างแผ่นเหนียวๆ ที่เรียกว่า "คราบจุลินทรีย์" เข้าไปเกาะตัวฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันถูกทำลายไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ระหว่างการจัดฟันต้องดูแลรักษาฟันมากกว่าเดิม

ดังนั้นหากคิดจะจัดฟันจำเป็นต้องมีวินัยในการดูแลความสะอาดของฟัน เหงือก เครื่องมือจัดฟัน และต้องไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่จัดฟันตามแฟชั่น หรือจัดฟันตามกระแสเท่านั้น 

เพราะหากคิดเช่นนี้ นอกจากผู้เข้ารับบริการจะเจ็บตัวและเสียเงินโดยใช่เหตุแล้ว แล้วยังอาจก่อปัญหาทางช่องปากอื่นๆ ตามมาได้  

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจจัดฟันแบบต่างๆ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับการจัดฟัน

บทความที่เกี่ยวข้อง
การจัดฟันแบบลวดเหล็ก มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Skidmore KJ, Brook KJ, Thomson WM, Harding WJ. Factors influencing treatment time in orthodontic patients. Am J Orthod Dentofacial Orthop. 2006;129(2):230-8. doi:10.1016/j.ajodo.2005.10.003 (https://doi.org/10.1016/j.ajodo.2005.10.003), 20 December 2019.
Manosudprasit, A., Haghi, A., Allareddy, V., and M. Masoud. Diagnosis and Treatment Planning of Orthodontic Patients with 3-Dimensional Dentofacial Records. American Journal of Orthodontic and Dentofacial Orthopedics. 2017. 151(6):1083-1091. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28554454), 20 December 2019.
Corey Whelan, Orthodontic Headgear: Does It Help Improve Teeth? (https://www.healthline.com/health/dental-and-oral-health/headgear), 15 August 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป