กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

Loss of Appetite (ภาวะไม่อยากอาหาร)

เผยแพร่ครั้งแรก 22 มิ.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

ภาวะไม่อยากอาหาร มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่าภาวะอะโนเร็กเซีย (Anorexia) มีสาเหตุมากมายที่ทำให้ความอยากอาหารลดลง ตั้งแต่ภาวะทางจิตไปจนถึงภาวะทางการแพทย์ หากพบว่าตนเองมีอาการไม่อยากอาหาร และมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น น้ำหนักลดหรือภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

สาเหตุของภาวะไม่อยากอาหาร

ภาวะไม่อยากอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53
  • แบคทีเรียและไวรัส อาการไม่อยากอาหารสามารถเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา  ที่ส่วนใดของร่างกายก็ได้ เช่น
  • สาเหตุทางจิตวิทยา ความรู้สึกเศร้าและวิตกกังวลสามารถทำให้ความอยากอาหารลดลงได้ เช่นเดียวกับความเบื่อและความเครียด นอกจากนี้ยังมีภาวะการรับประทานอาหารผิดปกติ เช่น โรคอะโนเร็กเซีย (Anorexia Nervosa) โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีความต้องการที่จะอดอาหารหรือหาวิธีลดน้ำหนักของตัวเองลงจนทำให้มีน้ำหนักต่ำมาก และกลายเป็นความหวาดกลัวที่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการในที่สุด
  • ภาวะทางการแพทย์ โรคและภาวะดังต่อไปนี้ อาจทำให้เกิดภาวะไม่อยากอาหารได้
    • โรคตับเรื้อรัง
    • ภาวะไตล้มเหลว
    • หัวใจล้มเหลว
    • ตับอักเสบ (Hepatitis)
    • HIV
    • โรคสมองเสื่อม (Dementia)
    • ภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยเกิน (Hypothyroidism)
    • มะเร็ง (Cancer) โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร  มะเร็งรังไข่ และมะเร็งตับอ่อน
  • การใช้ยา ยาบางตัวอาจลดความอยากอาหารลง เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาเคมีบำบัด โคเดอีน และมอร์ฟีน รวมทั้งยาผิดกฎหมายต่างๆ เช่น Cocaine Heroin และ Amphetamines

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

ควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อพบว่าน้ำหนักของตนเองลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุแน่ชัด หรืออาการไม่อยากอาหารเป็นผลมาจากภาวะซึมเศร้า การบริโภคแอลกอฮอล์ หรือภาวะรับประทานอาหารผิดปกติ เช่น ภาวะอะโนเร็กเซีย หรือภาวะบูลิเมีย (Bulimia)

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะแสดงให้เห็นถึงภาพรวมและความรุนแรงของอาการ โดยการวัดน้ำหนักและส่วนสูง แล้วนำมาเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากรเกณฑ์เดียวกัน

จากนั้นแพทย์จะตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ ยาที่ใช้ รวมถึงอาหารการกิน และอาจมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของภาวะไม่อยากอาหาร เช่น

  • การอัลตราซาวด์ช่องท้อง
  • การตรวจนับเม็ดเลือดสมบูรณ์ (Complete Blood Count)
  • การทดสอบการทำงานตับ ไทรอยด์ และไต (โดยมากมักใช้เพียงตัวอย่างเลือด)
  • การถ่ายชุด GI ส่วนบน รวมถึงการเอกซเรย์หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร กับลำไส้เล็ก
  • CT สแกนที่ศีรษะ หน้าอก ช่องท้อง หรือเชิงกราน
  • การทดสอบการตั้งครรภ์
  • การตรวจเชื้อไวรัส HIV
  • การตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีการใช้ยาเสพติดหรือไม่

การรักษาภาวะไม่อยากอาหาร

การรักษาภาวะไม่อยากอาหารจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะให้ และเมื่อเชื้อต่างๆ ถูกกำจัดหมดแล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

แต่หากเป็นผลมาจากภาวะทางการแพทย์อย่างมะเร็งหรือโรคเรื้อรัง การรักษาจะทำได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารขึ้นด้วยการรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว การรับประทานอาหารจานโปรด เป็นต้น

การออกกำลังกายเบาๆ ก็มีส่วนช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้ และเมื่อมีความอยากอาหารก็ควรจะรับประทานสารอาหารที่จำเป็นต่างๆ ให้เพียงพอ แนะนำว่าให้แบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อย่อยๆ หลายครั้งต่อวันแทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ จะช่วยให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น

หากความอยากอาหารที่ลดลงทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ แพทย์อาจรักษาด้วยการฉีดสารอาหารเข้าหลอดเลือด หรือจ่ายยากระตุ้นความอยากอาหารให้ และหากอาการนี้เกิดจากภาวะซึมเศร้า ภาวะรับประทานอาหารผิดปกติ หรือการเสพยา แพทย์จะส่งตัวไปพบผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิตเพื่อทำการรักษาให้ถูกต้องต่อไป

หากอาการไม่อยากอาหารเกิดจากภาวะระยะสั้น ผู้ป่วยจะฟื้นตัวกลับมาเองตามธรรมชาติและไม่ประสบกับปัญหาระยะยาวใดๆ อย่างไรก็ตามหากอาการนี้เกิดจากภาวะทางการแพทย์ ภาวะนี้อาจจะทรุดลงได้หากไม่ได้รับการรักษา ซึ่งอาจจะทำให้มีอาการอื่นๆ ที่ร้ายแรงมากกว่าเดิมได้ เช่น เหนื่อยล้ารุนแรง น้ำหนักลด หัวใจเต้นเร็ว มีไข้ ฉุนเฉียว ไม่สบายเนื้อสบายตัว


21 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Loss of Appetite in Life-Threatening Illnesses. Verywell Health. (https://www.verywellhealth.com/where-did-your-appetite-go-1132086)
Loss of Appetite: Symptoms, Signs, Causes & Treatment. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/loss_of_appetite/symptoms.htm)
Loss of Appetite: Causes, Symptoms, and More. Healthline. (https://www.healthline.com/health/appetite-decreased)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
อายุ 51 ปี มีอาการชาริมฝีปากล่างบ่อย ๆ อาการคือชายิบ ๆ เจ็บเล็กน้อยค่ะ มีอาการเป็นบางวันค่ะ ไม่มีโรคประจำตัว แต่ค่า LDL สูง 144 ค่ะ ไม่ทราบเกิดจากอะไรคะ ต้องพบแพทย์แผนกไหนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ตอนนี้มีอาการปัสสาวะบ่อย ออกมาแบบกระปริบกระปรอย และรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นท้องน้อย มีเลือดจางๆปนออกมาแค่ครั้งเดียว
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
คือหนูทานไข้มุขแล้วเหมือนมันจะติดคอทำยังไงถึงจะให้มันไหลลงท้องปกติค่ะกลัวเป็นอันตราย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม