กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis)

เผยแพร่ครั้งแรก 9 ส.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ภูมิแพ้ขึ้นตา คือ อาการของโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้บางอย่างจนทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ดวงตา เช่น ตาแดง น้ำตาไหล คันระคายเคืองตา
  • ภูมิแพ้ขึ้นตามีปัจจัยทำให้เกิดหลายอย่าง แต่มักมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ดวงตา หรือง่ายต่อการปลิวเข้าตา เช่น คอนแทคเลนส์ เครื่องสำอาง ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวไรฝุ่น เชื้อรา สิ่งสกปรกในอากาศ เกสรดอกไม้ ขนสัตว์
  • วิธีดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นตาหลักๆ คือ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สารก่อภูมิแพ้ทุกที่ ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร รวมถึงสัตว์เลี้ยง พยายามปิดหน้าต่าง ใส่แว่นตาขณะขณะอยู่ด้านนอก อย่าขยี้ตาหากเกิดอาการแพ้ ควบคุมความชื้นภายในบ้านให้ต่ำ
  • การรักษาอาการภูมิแพ้ขึ้นตาหลักๆ คือ การใช้ยาหยอดตาประเภทต่างๆ การรับประทานยาแก้แพ้ การฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันบำบัด
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้

หากคุณมีอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือรู้สึกแสบตาบ่อย ๆ นั่นอาจเป็นอาการของภูมิแพ้ขึ้นตา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis)”

ภูมิแพ้ขึ้นตาเป็นหนึ่งในโรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย ทั้งยังน่ารำคาญ และทรมานไม่น้อย มาดูกันว่า ภูมิแพ้ขึ้นตาเกิดจากอะไร และเราจะดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการของโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

รู้จักกับภูมิแพ้ขึ้นตา

ภูมิแพ้ขึ้นตาเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีความไว และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่างในสิ่งแวดล้อมมากกว่าปกติ ทั้งที่ปกติแล้วสิ่งกระตุ้นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใดกับร่างกาย

ปฏิกิริยาภูมิแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) สัมผัสกับแอนติบอดี้ที่เกาะอยู่บนแมสต์เซลล์ (mast cells) ที่ดวงตา หลังจากนั้นแมสต์เซลล์จะหลั่งสารชื่อว่า ฮีสตามีน (Histamine) และสารอื่นๆ

สารเหล่านี้จะทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กที่ตาขยายตัว และเกิดการรั่วขึ้น ส่งผลให้มีอาการตาแดง คันตา และน้ำตาไหลตามมา

อาการที่พบได้ทั่วไปของภูมิแพ้ขึ้นตา

อาการของภูมิแพ้ขึ้นตาอาจเกิดขึ้นเฉพาะที่ดวงตา เช่น คันตา ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล หรือเกิดร่วมกับอาการภูมิแพ้ที่จมูกอย่างจาม คัดจมูก หรือคันจมูกด้วยก็ได้

ชนิดของภูมิแพ้ขึ้นตา

ภูมิแพ้ขึ้นตาแบ่งเป็น 5 ชนิด ดังนี้

1. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิด Seasonal และ Perennial allergic conjunctivitis

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล (Seasonal allergic conjunctivitis) ผู้ป่วยจะมีอาการในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเกิดจากละอองเกสรดอกไม้ที่ปลิวอยู่ในอากาศ เนื่องจากแพ้ละอองเกสรดอกไม้ตามฤดูกาล

อาการของผู้ป่วยมีดังนี้

นอกจากนั้นผู้ป่วยที่มีโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลยังอาจมีผิวใต้ดวงตาดำคล้ำ และมีเปลือกตาบวม รวมถึงมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก

โรคนี้มีความสัมพันธ์กับโรคไข้ละอองฟางที่เกิดจากการแพ้ละอองฟาง หญ้า ดอกหญ้า หรือหญ้าแห้ง และโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาลอื่นๆ

โดยอาการคันที่เกิดขึ้นจะสร้างความรำคาญทำให้ผู้ป่วยขยี้ตาบ่อยครั้ง ทำให้อาการยิ่งแย่ลง และอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ตาตามมา

ส่วนโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้แบบมีอาการตลอดปี (Perennial allergic conjunctivitis) ผู้ป่วยจะมีอาการตลอดทั้งปี อาการคล้ายกับโรคภูมิแพ้แบบมีอาการตามฤดูกาล แต่มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

สาเหตุมักมาจากการแพ้ตัวไรฝุ่น เชื้อรา รังแคสัตว์เลี้ยง หรือสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านอื่นๆ มากกว่าการแพ้เกสรดอกไม้

2. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิด Vernal keratoconjunctivitis

เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงมากกว่าโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล และโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้แบบมีอาการตลอดปี โดยอาการของโรคนี้สามารถเป็นได้ตลอดทั้งปี แต่มักมีอาการแย่ลงตามฤดูกาล

คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน มักพบได้ในเด็กและวัยหนุ่มสาว จากสถิติผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง และประมาณ 75% ของผู้ป่วยจะมีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือหอบหืดร่วมด้วย

อาการของผู้ป่วยมีดังนี้

  • คันตา
  • มีน้ำตาไหล มีขี้ตาเหนียวข้น
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ที่ตา
  • ตาสู้แสงไม่ได้

โรคนี้สามารถส่งผลต่อการมองเห็นได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา

3. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิด Atopic keratoconjunctivitis

พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมาก และพบได้มากในผู้ชายที่มีประวัติผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ อาการของผู้ป่วยมีได้ตลอดทั้งปีและมีลักษณะคล้ายกับโรค Vernal keratoconjunctivitis

สังเกตอาการได้ดังนี้

  • คันตามาก
  • เจ็บตา
  • ตาแดง
  • มีขี้ตาเหนียวข้นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังตื่นนอน
  • อาจทำให้เปลือกตาเหนียวจนติดกันไปด้วย

หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น แผลเป็นที่กระจกตาจนส่งผลต่อการมองเห็นของผู้ป่วยได้

4. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิด Contact allergic conjunctivitis

เป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้สัมผัส โรคนี้เกิดจากการที่เยื่อบุตาสัมผัสกับยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เกิดการระคายเคืองจากการสวมคอนแทคเลนส์ หรืออาจเกิดจากโปรตีนในน้ำตาที่เกาะอยู่บนพื้นผิวของเลนส์ก็ได้

อาการที่สังเกตได้มีดังนี้

  • ตาแดง
  • คันตา
  • มีขี้ตา
  • รู้สึกไม่สบายดวงตาเวลาสวมคอนแทคเลนส์

5. ภูมิแพ้ขึ้นตาชนิด Giant papillary conjunctivitis

มักพบในผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ โรคนี้คือโรค Contact allergic conjunctivitis ที่มีอาการรุนแรง โดยจะทำให้เกิดถุงน้ำหรือตุ่มขึ้นที่เยื่อบุใต้เปลือกตาบน

อาการของโรคมีดังนี้

  • คันตา
  • ตาบวม
  • น้ำตาไหล
  • มีขี้ตา
  • ตามัว มองภาพไม่ชัด
  • ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ต่อไปได้
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา

การวินิจฉัยภูมิแพ้ขึ้นตา

เนื่องจากภูมิแพ้ขึ้นตามีอาการคล้ายกับโรคที่ดวงตาชนิดอื่นๆ ด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวินิจฉัยโรคให้แม่นยำ เพื่อที่จะรักษาได้อย่างถูกต้อง

ภูมิแพ้ขึ้นตามีตั้งแต่อาการไม่รุนแรง คือมีเพียงตาแดง ไปจนถึงอาการอักเสบรุนแรงที่ส่งผลต่อการมองเห็น หากมีอาการเป็นเวลานาน และใช้ยาที่มีขายตามร้านยาแล้วไม่ดีขึ้น

ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โดยแพทย์จะทำการซักประวัติทางการแพทย์ และสอบถามอาการ รวมถึงอาจส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ เช่น

  • การตรวจด้วยกล้องขยาย: ช่วยให้มองเห็นว่าเส้นเลือดที่ผิวของดวงตาบวม
  • การตรวจหาเม็ดเลือดขาว: เกิดขึ้นบริเวณที่ดวงตามีอาการภูมิแพ้ โดยแพทย์จะขูดเบาๆ ที่เยื่อบุตา และนำไปตรวจดูว่า มีเซลล์เม็ดเลือดขาวในนั้น หรือไม่

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นภูมิแพ้ขึ้นตา

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้เกิดอาการของคุณ ส่วนวิธีอื่นๆ มีดังนี้

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ภายนอกอาคาร

  • แนะนำให้อยู่ภายในอาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในช่วงที่มีเกสรดอกไม้ปริมาณมาก โดยทั่วไปมักเป็นช่วงสายและช่วงเย็น และเมื่อมีลมพัดเกสรดอกไม้ในบริเวณนั้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้พัดลมที่หน้าต่างเพราะสามารถดูดเอาเกสรดอกไม้ และเชื้อราเข้ามาในบ้านได้
  • สวมแว่น หรือแว่นกันแดดเมื่อต้องออกนอกอาคาร เพื่อลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ที่ตา
  • พยายามไม่ขยี้ตา เพราะจะทำให้ระคายเคืองและทำให้อาการแย่ลงได้

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ภายในอาคาร

  • พยายามปิดหน้าต่าง ใช้เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ หรือในบ้านแทน และควรทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ
  • ลดการสัมผัสกับตัวไรฝุ่น โดยใช้เครื่องนอนชนิดกันไรฝุ่น และทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิอย่างน้อย 54.4 องศาเซลเซียสเป็นประจำ
  • จำกัดการสัมผัสกับเชื้อรา โดยการควบคุมความชื้นภายในบ้านให้อยู่ในระดับต่ำ และหากพบเห็นเชื้อราขึ้น ให้ทำความสะอาดด้วยสารทำความสะอาด และน้ำยาซักฟอกขาว 5%
  • ทำความสะอาดพื้นด้วยผ้าเปียกบิดหมาดแทนการกวาดแห้ง หรือปัดฝุ่น เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง

  • ล้างมือทันทีหลังจากสัมผัส หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และซักเสื้อผ้าหลังจากไปพบเพื่อนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง
  • หากแพ้สัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ให้นำสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในบ้านจริงๆ ก็ให้อยู่นอกห้องนอน
  • หากในบ้านมีเครื่องปรับอากาศกลางในลักษณะของท่อ ให้ทำเป็นท่อปิดต่อตรงมาที่ห้องนอนของคุณโดยตรง และเปลี่ยนพรมปูพื้นเป็นพื้นไม้ กระเบื้อง หรือเสื่อน้ำมันแทน

ทั้งนี้ สารก่อภูมิแพ้หลายชนิดที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ขึ้นตาเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งยากจะหลีกเลี่ยงได้ตลอดเวลา ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เกี่ยวกับวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองด้วย

การรักษาภูมิแพ้ขึ้นตา

การรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาในผู้ใหญ่

อาการภูมิแพ้ขึ้นตาอาจบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาหยอดตา และการรับประทานยาที่มีขายตามร้านยา ซึ่งเป็นยาที่ใช้ทั่วไปในระยะสั้นสำหรับบรรเทาอาการภูมิแพ้ขึ้นตา แต่ไม่สามารถบรรเทาได้ทุกอาการ

สิ่งที่ควรระวังคือ การใช้ยาที่ซื้อเองบางชนิดเป็นเวลานานอาจทำให้อาการกลับยิ่งแย่ลงได้

หากไปพบแพทย์ ผู้ป่วยอาจได้รับยาหยอดตา และยารับประทานที่ใช้ในการรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งยาที่ใช้ในระยะสั้น และระยะยาว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะเป็นผู้พิจารณาว่า การรักษาแบบใดเหมาะสมที่สุด

การรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาในเด็ก

ส่วนภูมิแพ้ขึ้นตาในเด็กนั้นสามารถรักษาได้โดยใช้ทั้งยาหยอดยา หรือยารับประทานที่ซื้อได้เองที่ร้านยา และยาที่แพทย์สั่ง โดยน้ำตาเทียมมีความปลอดภัย และสามารถใช้ได้กับทุกช่วงอายุ

แต่ยาหยอดตาบางชนิด เช่น ยาหยอดตาแก้แพ้ หรือยาหยอดตาที่ยับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์ (Mast cell stabilizers) สามารถใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปเท่านั้น

สำหรับการรักษาอื่นๆ ให้ปรึกษากุมารแพทย์ (แพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก)

ยาหยอดยาและยารับประทานที่มีขายตามร้านยา

1. น้ำตาเทียม

  • มีคุณสมบัติช่วยล้างเอาสารก่อภูมิแพ้ออกจากดวงตาได้ชั่วคราว และให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาที่แห้งจากอาการตาแดง และระคายเคืองตา
  • สามารถนำไปแช่เย็นได้เพื่อให้รู้สึกสบายตามากขึ้นเวลาหยอดตา
  • เป็นยาที่มีความปลอดภัย สามารถหยดได้วันละหลายครั้งตามต้องการ

2. ยาหยอดตาที่มีฤทธิ์หดหลอดเลือด (Decongestants)

  • ช่วยลดอาการตาแดงที่สัมพันธ์กับภูมิแพ้ โดยการหดหลอดเลือดขนาดเล็กภายในดวงตา และช่วยบรรเทาอาการคันตา
  • ตัวยาอาจเป็นยาหยอดตาที่มีฤทธิ์หดหลอดเลือดตัวเดี่ยวๆ หรือผสมอยู่กับยาแก้แพ้ก็ได้
  • การออกฤทธิ์ไม่แรงมาก จึงต้องใช้วันละประมาณ 4-6 ครั้งต่อวัน
  • ไม่ควรใช้ในผู้ที่เป็นโรคต้อหิน
  • ไม่ควรใช้นานเกินว่า 2-3 วัน เพราะการใช้ยานี้เป็นเวลานานเกินไปจะทำให้กลับมาเป็นซ้ำ และมีอาการหนักกว่าเดิม (Rebound effect) เช่น บวมแดงมากกว่าเดิม หรืออาจยังมีอาการอยู่แม้ว่าจะหยุดใช้ยาหยอดตาไปแล้ว

3. ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน (Oral antihistamines)

  • มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคันที่ตาได้น้อย
  • ยาอาจทำให้ตาแห้ง หรือทำให้อาการภูมิแพ้ขึ้นตาแย่ลงได้
  • ยาแก้แพ้ที่เป็นยาสามัญประจำบ้านจะทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ ง่วงนอน

ยาหยอดตาและยารับประทานที่แพทย์สั่ง

1. ยาหยอดตาแก้แพ้ (Antihistamine eyedrops)

  • ช่วยลดอาการคันตา ตาแดง และบวม
  • แม้ว่าจะบรรเทาอาการได้รวดเร็ว แต่ฤทธิ์ของยาจะคงอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง จึงอาจต้องหยอดวันละ 4 ครั้ง

2. ยาหยอดตาที่ยับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์ (mast cell stabilizer)

  • ช่วยป้องกันการหลั่งสารฮีสตามีน และสารอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ใช้หยอดตาก่อนสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เพื่อป้องกันอาการคัน

3. ยาหยอดตาแก้แพ้ผสมกับยายับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์

  • เป็นยาหยอดตาชนิดใหม่ที่ผสมระหว่างยาแก้แพ้ และยายับยั้งการทำงานของแมสต์เซลล์
  • มีฤทธิ์รักษา และป้องกันอาการภูมิแพ้ขึ้นตา
  • ใช้วันละ 2 ครั้ง
  • ออกฤทธิ์เร็ว และมีฤทธิ์บรรเทาอาการคันตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตาได้นาน

4. ยาหยอดตาชนิดยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID eyedrops)

  • ใช้บรรเทาอาการคัน
  • อาจทำให้รู้สึกแสบตาขณะหยอดตาได้
  • อาจจำเป็นต้องหยอดวันละ 4 ครั้ง

5. ยาหยอดตาที่เป็นสเตียรอยด์ (Corticosteroid eyedrops)

  • ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ขึ้นตาเรื้อรัง และรุนแรง ได้แก่ คันตา ตาแดง และบวม
  • การใช้ยานี้เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำ และการดูแลจากจักษุแพทย์เท่านั้น
  • หากใช้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ตา การเกิดต้อหิน และต้อกระจก

6. ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง (Nonsedating oral antihistamines)

  • เป็นยาที่มีประสิทธิภาพไม่มากในการบรรเทาอาการคันที่ตา
  • ไม่ทำให้ง่วงนอนเหมือนยาแก้แพ้สามัญประจำบ้าน

7. การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

  • เป็นการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย โดยเริ่มจากปริมาณน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายทนต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ได้
  • การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะได้ผลการรักษาสูงสุด และอาจยังจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการไปด้วย

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


11 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Eye Allergies - Causes, Symptoms & Treatment. American College of Allergy, Asthma & Immunology. (Available via: https://acaai.org/allergies/types/eye-allergy)
Carr W, Schaeffer J, Donnenfeld E. Treating allergic conjunctivitis: A once-daily medication that provides 24-hour symptom relief. Allergy & rhinology (Providence, R.I.) 2016;7(2):107-14. National Center for Biotechnology Information. (Available via: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5010431/)
What Are Eye Allergies?. American Academy of Ophthalmology. (Available via: https://www.aao.org/eye-health/diseases/allergies)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม