กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

สังกะสี แร่ธาตุนี้มีประโยชน์อย่างไร ผลกระทบเมื่อทานมาก-น้อยเกินไป

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
สังกะสี แร่ธาตุนี้มีประโยชน์อย่างไร ผลกระทบเมื่อทานมาก-น้อยเกินไป

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ธาตุสังกะสี เป็นธาตุอาหารซึ่งคอยทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการทำงานในระดับเซลล์ ทำหน้าที่สลายน้ำตาลกลูโคส ช่วยบำรุงซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ทำให้แผลบนร่างกายหายได้ไวขึ้น และมีส่วนพัฒนาการรับรู้รสชาติ และกลิ่นของเด็ก
  • คุณสามารถหาธาตุสังกะสีได้จากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หอยนางรม พืชผัก หรือผลไม้ เช่น ข้าวกล้อง มะม่วง มันฝรั่ง งา แอปเปิล
  • หากรับธาตุสังกะสีน้อยเกินไป ร่างกายจะแสดงออกทางผิวหนัง เช่น ผิวแห้งลอก ผิวอักเสบระคายเคือง ขนร่วง ผิวฟกช้ำ และแผลหายช้า ประสาทรับรสชาติด้อยลง แต่หากรับมากเกินไป ก็จะเสี่ยงที่ระดับคลอเลสเตอรอลสูง เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ท้องเสีย เวียนหัว
  • เด็กอายุ 1-10 ขวบ ควรได้รับธาตุสังกะสีวันละ 10 มิลลิกรัม เด็กวัยรุ่นอายุ 11 ปีจนถึงผู้ใหญ่อายุ 51 ปี ควรรับสังกะสีวันละ 15 มิลลิกรัม ส่วนหญิงตั้งครรภ์ และนมบุตรควรรับธาตุสังกะสีวันละ 20-25 มิลลิกรัม
  • เพื่อป้องกันไม่ให้รับสังกะสีน้อย หรือมากเกินไป คุณควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย หมั่นไปตรวจสุขภาพว่า ร่างกายขาดสารอาหารส่วนใดหรือไม่ (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายได้ที่นี่)

ธาตุสังกะสี (Zinc) เป็นธาตุอาหารชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์หรือพืช ด้วยบทบาทที่เรียกได้ว่า เป็นหัวใจในการทำงานร่วมกับเอนไซม์ต่างๆ มากกว่า 300 ชนิดในร่างกายของเรา 

การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุชนิดนี้อย่างเพียงพอ จะช่วยรักษาร่างกายให้ทำงานได้อย่างสมดุล 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ผลิตภัณฑ์สำหรับเข่าและกระดูก สูตรเฉพาะ รวมสารสกัดที่ผ่านงานวิจัย คอลลาเจน UC-II ขมิ้นชัน งาดำ และวิตามิน

ซื้อผ่าน HD ประหยัดกว่า / ราคาพิเศษสำหรับ นศ. / ผ่อน 0% / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads cartiact

หน้าที่ของธาตุสังกะสีกับร่างกาย

หน้าที่สำคัญของธาตสังกะสีสำหรับร่างกาย คือ เข้าไปควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ ในระดับเซลล์ ทำให้อวัยวะดำเนินการทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

เอนไซม์ในธาตุสังกะสียังมีหน้าที่หลักสำคัญ คือ คอยขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ และเนื้อเยื่อไปยัง และเป็นทำหน้าที่เปลี่ยนกรดไฟรูวิก เป็นกรดแลคติก ซึ่งอยู่ในวัฎจักรไกลโคลิซิส (วัฎจักรการสลายน้ำตาลกลูโคส)  

นอกจากนี้ ธาตุสังกะสียังเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนที่ลำไส้เล็ก และทำหน้าที่เป็นสารประกอบโคแฟกเตอร์ (Cofactor) สำหรับสังเคราะห์กรดไรโบนิวคลีอิก หรืออาร์เอ็นเอ (Ribonucleic Acid: RNA) และสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ (Deoxyribonucleic Acid: DNA)

ยังไม่หมดเท่านี้ ธาตุสังกะสียังช่วยบำรุงดูแลร่างกายส่วนที่สึกหรอ โดยเข้าไปซ่อมแซม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเอนไซม์ของร่างกาย ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง หากคุณประสบอุบัติเหตุ หรือร่างกายได้รับบาดแผล ธาตุสังกะสี คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผลหายได้ไวขึ้น

ธาตุสังกะสียังสำคัญในการเจริญเติบโตของวัยเด็กด้วย โดยเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนการรับรู้รสชาติ และการได้กลิ่นให้มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของคนเราจะไม่ได้รับเอาธาตุสังกะสีมาใช้ทั้งหมด โดยเมื่อธาตุชนิดนี้จะถูกนำเข้าสู่ร่างกายผ่านกระบวนการย่อยอาหาร หลังจากนั้นจะถูกดูดซึมอยู่ที่ลำไส้เล็กตอนต้น (Duodenum) และลำไส้เล็กตอนกลาง (Jejunum) 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ผลิตภัณฑ์สำหรับเข่าและกระดูก สูตรเฉพาะ รวมสารสกัดที่ผ่านงานวิจัย คอลลาเจน UC-II ขมิ้นชัน งาดำ และวิตามิน

ซื้อผ่าน HD ประหยัดกว่า / ราคาพิเศษสำหรับ นศ. / ผ่อน 0% / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads cartiact

แต่การดูดซึมของสารชนิดนี้มักจะถูกขัดขวางโดย ทองแดง แคลเซียม ไฟเทต แคดเมียม และใยอาหาร ทำให้ธาตุสังกะสีบางส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม ก็จะถูกขับถ่ายออกพร้อมน้ำย่อยจากตับอ่อน ส่งผ่านลำไส้ใหญ่รวมตัวกับอุจจาระ และปัสสาวะ ซึ่งจะมีปริมาณที่ถูกขับออกมาตามธรรมชาติราว 500 ไมโครกรัม

อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง

  1. อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ทุกประเภท ตับ นม เนย ปู กุ้ง ไข่
  2. หอยนางรมให้ธาตุสังกะสีจำนวนมาก ประมาณ 745 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม
  3. พวกพืชผัก เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดพืช วุ้นเส้นไม่ฟอกขาว งา มันฝรั่ง ผักใบเขียวต่างๆ
  4. ผลไม้ เช่น มะม่วง สับปะรด แอปเปิ้ล

โทษของที่ร่างกายได้รับสังกะสีมากเกินไป

  1. คนที่ได้รับสังกะสีมากเกินกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของระดับคลอเลสเตอรอล เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด
  2. คนที่ได้รับมากเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดอาการที่รู้สึกได้คือ ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เกร็งบริเวณกล้ามเนื้อท้อง และเกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร
  3. คนที่ได้รับสังกะสีมากๆ สูงมากกว่า 1.5 เท่าของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เพราะสังกะสีจะเข้าไปลดการดูดซึมทองแดง และธาตุเหล็ก

โทษของที่ร่างกายได้รับสังกะสีน้อยเกินไป

กรณีที่เกิดภาวะขาดสังกะสี ร่างกายจะแสดงออกมาด้วยอาการทางผิวหนัง เช่น 

  • ขนตามร่างกายร่วง 
  • ผิวหนังเป็นรอยเขียวฟกช้ำได้ง่าย 
  • เป็นแผลเรื้อรังไม่ยอมหายสักที 
  • มีการอักเสบระคายเคืองที่ผิวหนัง 
  • ผิวแห้งลอกไม่มีความชุ่มชื้น 
  • ผิวหยาบกร้าน โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อพับ 
  • ประสาทการรับรสเริ่มด้อยประสิทธิภาพ
  • แผลหายช้า 
  • หญิงที่ให้นมบุตร การขาดธาตุสังกะสีจะส่งผลไปถึงการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของลูกน้อย

การรับประทาน สังกะสี ให้ได้สัดส่วนที่เพียงพอต่อร่างกายแบบไม่เกิดโทษ จะต้องอยู่ในปริมาณที่ขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละวัย

  • ในเด็กอายุระหว่าง 1-10 ขวบ ควรได้รับวันละ 10 มิลลิกรัม
  • ในเด็กวัยรุ่นอายุ 11-22 ปี ควรได้รับ 15 มิลลิกรัม
  • ผู้ใหญ่อายุ 23-51 ปี ควรได้รับวันละ 15 มิลลิกรัม
  • ในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ควรได้รับวันละ 20-25 มิลลิกรัม

การได้รับธาตุสังกะสีตามปริมาณด้านบนก็ถือว่า เพียงพอกับความต้องการแล้ว ถึงแม้ในประเทศไทยจะพบคนจำนวนน้อยมากที่ขาดธาตุสังกะสี แต่การเรียนรู้เพื่อให้ทราบโทษของการได้รับมากเกินไป ก็เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับร่างกายได้ทางหนึ่ง

การรับประทานธาตุสังกะสีมากเกินไปก็อาจก่อเกิดเป็นโทษ ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยได้ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายได้รับธาตุสังกะสี ในการนำไปใช้ได้เพียงพอ และปลอดภัยมากที่สุด


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Zinc 101: Uses, Dosage, Foods, Supplements, Risks, and More. Everyday Health. (https://www.everydayhealth.com/diet-nutrition/zinc/)
Zinc: Uses, Side Effects, Interactions, Dosage, and Warning (https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-982/zinc)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป