ยาคุมกำเนิด กินอย่างไร ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ข้อควรระวังและวิธีกินยาคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง หากลืมกินยาคุมกำเนิดทำอย่างไร ที่นี่มีวิธีแก้
เผยแพร่ครั้งแรก 30 พ.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 20 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ยาคุมกำเนิด กินอย่างไร ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบรับประทาน เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ผู้หญิงนิยมใช้กันมากที่สุด หากรับประทานอย่างมีวินัย ตรงต่อเวลา ไม่ลืมรับประทานยา จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 99.7%
  • ยาเม็ดคุมกำเนิด แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว และชนิดฮอร์โมนรวม แต่ละชนิดจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
  • แผงยาเม็ดคุมกำเนิดจะแบ่งเป็น แบบ 21 เม็ด คือ มีตัวยาทั้งหมด 21 เม็ด เมื่อรับประทานหมดแผงจะต้องเว้นว่าง 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่ และ แบบ 28 เม็ด คือ มีตัวยา 21 เม็ด และเม็ดยาหลอกอีก 7 เม็ด ทำให้เมื่อรับประทานหมดแผงแล้วสามารถต่อแผงใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องเว้น 7 วัน 
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ขณะใช้ยาคุมกำเนิด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด ตับทำงานผิดปกติ หรือเป็นโรคมะเร็ง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาคุม
  • ยาคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เพื่อความปลอดภัย ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ (ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่นี่)

หากพูดถึงวิธีคุมกำเนิดที่ผู้หญิงนิยมใช้กันมากที่สุด ก็คงไม่พ้น ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบรับประทาน เนื่องจากราคาไม่แพง มีขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย เพียงแค่รับประทานอย่างตรงเวลาเป็นประจำทุกวันเท่านั้น 

แต่หลายคนก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับยี่ห้อ ว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด ปลอดภัย และได้ผลดีที่สุดสำหรับหญิงไทย ซึ่งบทความนี้มีคำตอบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

ชนิดของยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (Oral contraceptive pill) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  1. ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว เป็นยาเม็ดที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีความสำคัญต่อภาวะไข่ตก การตั้งครรภ์ และการมาของประจำเดือนเพียงอย่างเดียว

  2. ชนิดฮอร์โมนรวม ประกอบไปด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้จะช่วยยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกเหนียวข้นกว่าเดิม ส่งผลให้อสุจิเคลื่อนตัว และผ่านเข้าไปได้ยาก

    นอกจากนี้ ฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวยังทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวลง และส่งผลให้ตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวได้ยากขึ้นด้วย

การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม จะมีวิธีใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ เพราะฮอร์โมนดังกล่าวอาจไปทำให้เกิดความผิดปกติภายในมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก

    ซึ่งข้อดีของยาคุมกำเนิดชนิดนี้ คือ ไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือปวดหัว แต่ผู้ใช้อาจพบกับภาวะประจำเดือนขาดทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้

  • ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม เป็นยาคุมที่จะมีกลไกการออกฤทธิ์เลียนแบบการหลั่งฮอร์โมนของร่างกายมากที่สุด แต่ปริมาณของฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในยาคุมกำเนิดชนิดนี้อาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ และสีของเม็ดยาอาจแตกต่างกัน แต่วิธีการรับประทานยาจะเหมือนกัน คือ รับประทาน 1 เม็ดทุกๆ วัน

    โดยยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นกับผู้ใช้บ้าง เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว น้ำหนักตัวขึ้น ท้องอืด เจ็บคัดเต้านม และที่สำคัญ ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ในผู้ป่วยเกี่ยวกับลิ่มเลือดเด็ดขาด

ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ดอย่างสม่ำเสมอ และตรงเวลาตามฉลากการใช้ยา ยาคุมกำเนิดก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99.7%

แต่หากคุณรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ลืมรับประทานยาบ่อย หรือใช้ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ โอกาสที่คุณจะล้มเหลวในการป้องกันการตั้งครรภ์จะมีอยู่ประมาณ 9% แม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์ได้อยู่

วิธีการใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

แผงยาคุมแบบเม็ดส่วนมากจะแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

  • แผงยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด เป็นแผงยาคุมกำเนิดแบบที่ยาทั้ง 21 เม็ดจะเป็นตัวยาทั้งหมด ไม่มีตัวเม็ดยาที่เป็นเม็ดแป้งเฉยๆ รวมอยู่ด้วย

    วิธีรับประทาน คือ ให้รับประทานทุกวัน ในเวลาเดียวกัน วันละ 1 เม็ดจนหมดแผง จากนั้นให้หยุดรับประทาน 7 วันแล้วค่อยเริ่มแผงใหม่อีกครั้ง และเมื่อหยุดรับประทานยาไปประมาณ 1-3 วัน ประจำเดือนจะเริ่มมาอีกครั้ง

  • แผงยาคุมกำเนิดแบบ 28 เม็ด จะเป็นแผงยาคุมกำเนิดแบบที่จะมีเม็ดยาจำนวน 21 เม็ด และจะมีเม็ดส่วนที่ไม่มีตัวยา แต่เป็นเพียงเม็ดแป้งเท่านั้น จำนวน 7 เม็ด หรือที่เรียกว่า “เม็ดยาหลอก” ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อป้องกันการนับวันผิด และจะได้รับประทานยาติดต่อกันทุกวัน

    วิธีรับประทาน คือ ให้รับประทานตัวเม็ดที่เป็นยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ดจนหมด และต่อด้วยเม็ดยาหลอก เมื่อหมดแผง ให้รับประทานยาแผงใหม่ต่อเนื่องทันที โดยไม่ต้องเว้น 7 วัน

คำแนะนำในการใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

นอกเหนือจากการรับประทานยาให้ตรงเวลาและสม่ำเสมอแล้ว ยังมีคำแนะนำอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้ยาคุมแบบเม็ดที่ควรรู้ ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53
  • ถึงแม้ยาคุมกำเนิดจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่จะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นนอกจากรับประทานยาคุมกำเนิดแล้ว คุณควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย

  • ควรจดบันทึกรอบประจำเดือนหลังรับประทานทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น

  • ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ในขณะที่ใช้ยาคุมกำเนิด จะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมองอุดตัน

  • หากพบความผิดปกติใดๆ คุณควรปรึกษาแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ว่า กำลังใช้คุมกำเนิดชนิดไหน รวมถึงรับประทานไปได้นานแค่ไหนแล้ว

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีสิวและฝ้าขึ้นตามใบหน้า
  • เจ็บคัดเต้านม
  • อารมณ์แปรปรวน
  • อยากอาหารมากขึ้น
  • ประจำเดือนมาน้อยลง

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

  • ผู้ที่เคยเป็นโรค หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ภาวะหลอดเลือดดำอักเสบ โรคลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดหัวใจ
  • ตับทำงานผิดปกติ
  • เป็นโรคมะเร็ง หรือถูกสงสัยว่าเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม
  • มีเลือดออกจากช่องคลอดโดยไม่สาเหตุ
  • กำลังตั้งครรภ์
  • สูบบุหรี่และอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง

คำแนะนำเมื่อลืมรับประทานยาคุมกำเนิด

  • หากลืมประทานยาคุมแล้วนึกขึ้นได้ ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ และให้รับประทานเม็ดต่อไปตามวัน และเวลาปกติ

  • หากลืมประทานยาคุมติดต่อกันมา 2 วันแล้ว และยังอยู่ในช่วงครึ่งแรกของแผง ให้รับประทานยาวันละ 2 เม็ดเป็นเวลา 2 วัน หลังจากให้รับประทานยา 1 เม็ดตามเวลาปกติที่รับประทาน

  • หากลืมรับประทานยาติดต่อกันมากกว่า 3 วัน ให้เลิกใช้ยาแผงเดิม แล้วรอให้ประจำเดือนมาก่อน จากนั้นค่อยรับประทานยาแผงใหม่ ในระหว่างนี้ให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย งดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์

เปรียบเทียบยาคุมในประเทศไทย ซื้อยี่ห้อไหนดี

สำหรับยาคุมที่จะนำมาเปรียบเทียบต่อไปนี้ เป็นยาคุมรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับไขมันและหลอดเลือดได้ดีด้วย ซึ่งได้แก่

  • ยาสมิน (Yasmin) เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทานยาคุมมาก่อน สามารถช่วยลดอาการบวมน้ำ ลดปัญหาสิว และลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้

  • จัสติมา (Justima) มีคุณสมบัติเหมือนกับยายาสมิน แต่จะราคาถูกกว่า

  • โกวานา (Govana) มีปริมาณฮอร์โมนไม่มาก มีผลข้างเคียงน้อย ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ ไม่ทำให้ตัวบวมน้ำ และยังช่วยควบคุมการเกิดสิวได้

  • ไดแอน (Diane-35) เป็นยาคุมที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะมีคุณสมบัติทำให้ผิวพรรณดูดีขึ้น และรักษาสิวได้ แต่อาจพบผลข้างเคียงอื่นๆ ได้มาก เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ยายี่ห้อนี้ได้รับความนิยมในหมู่สาวประเภทสองด้วย

  • ไซเลส (Cilest) มีข้อดี คือ ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ อีกทั้งยังช่วยรักษาสิวและผมมันได้ในระดับหนึ่ง แต่จะมีข้อเสีย คือ ตัวยาจะส่งผลกระทบต่อตับพอสมควร

  • ออยเลส (Oilezz) มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวและลดฮอร์โมนเพศชายได้ แต่ผลข้างเคียงจะมีค่อนข้างเยอะ เพราะในตัวยามีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนค่อนข้างสูง

สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรอยู่ หากต้องการใช้ยาคุมกำเนิดด้วย ก็สามารถเลือกใช้ยาชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียวได้ ซึ่งได้แก่ เดลิตอน (Dailyton) เอ็กซ์ลูตอน (Exuton) และซีราเซท (Cerazette) แต่ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรับประทานยาคุมกำเนิด

1. ยาคุมกำเนิดทำให้อ้วนจริงหรือไม่

คำตอบ: ไม่ใช่ แต่อาจทำให้ผู้ใช้เกิดอาการบวมน้ำได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของยา และร่างกายของผู้ใช้

2. หากรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน เมื่อในอนาคตเกิดการตั้งครรภ์ ทารกในท้องจะมีโอกาสแท้ง หรือพิการมากกว่าปกติจริงหรือไม่

ตอบ: ไม่จริง ยาคุมกำเนิดไม่ได้มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต เว้นแต่คุณแม่จะรับประทานยาคุมกำเนิดในขณะที่ตั้งครรภ์เท่านั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

3. แฟนเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปต่างจังหวัด 1-2 เดือน ควรรับประทานยาคุมทันทีหรือไม่

ตอบ: ไม่ควรหยุด เพราะอาจทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อน และไม่สามารถกลับมาคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ทันเวลาได้ เพราะยาเม็ดแบบคุมกำเนิดจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดก็ต่อเมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่องทุกวัน มิฉะนั้นโอกาสการตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้น

ยาคุมกำเนิดนั้น หากใช้อยากถูกวิธีจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 99.7% แต่สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักไว้ก็คือ ยาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ จึงควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ 

ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
MedlinePlus. Estrogen and progestin (oral contraceptives). Updated September 15, 2015. (https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a601050.html)
Słopień R, Milewska E, Rynio P, Męczekalski B. Use of oral contraceptives for management of acne vulgaris and hirsutism in women of reproductive and late reproductive age. Prz Menopauzalny. 2018;17(1):1–4. doi:10.5114/pm.2018.74895
Practical Dermatology. The role of oral contraceptive pills in the acne treatment plan. Updated May 2018. (https://practicaldermatology.com/articles/2018-may/the-role-of-oral-contraceptive-pills-in-the-acne-treatment-plan)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป