อาหารที่อุดมไปด้วยโอเมกา 3

เผยแพร่ครั้งแรก 13 ก.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
อาหารที่อุดมไปด้วยโอเมกา 3

Canola oil

น้ำมันชนิดนี้เป็นน้ำมันที่มีปริมาณกรดไขมันโอเมกา 3 มากที่สุดในหมู่น้ำมันที่ใช้ทำอาหารทั่วไป (1300 มิลลิกรัมต่อช้อนโต๊ะ เมื่อเทียบกับปริมาณที่ Institute of Medicine แนะนำให้รับประทานซึ่งอยู่ที่วันละ 1,100 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชายและ 1600 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้หญิง) คุณสามารถใช้น้ำมันนี้ในการทำอาหาร อบขนม หรือแม้แต่ผัด

Flaxseed และ Flaxseed oil

Flaxseed อุดมไปด้วยโอเมกา 3 ชนิดที่ชื่อ alpha-linolenic acid (ALA) ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็น eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA) ซึ่งพบในปลา น้ำมันชนิดนี้สามารถใช้ทำอาหารปั่น หรืออบขนมก็ได้ เมล็ด flaxseed 2 ช้อนโต๊ะมี ALA ทั้งหมด 3800 มิลลิกรัม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Untitled 1

ข้าวดิบ

ข้าวดิบ 1.5 ถ้วยนั้นมีกรดไขมันโอเมกา 3 ถึง 240 มิลลิกรัม นอกจากนั้นยังมีโปรตีนและเส้นใยอาหารมากกว่าข้าวกล้องถึง 2 เท่า และยังอุดมไปด้วยวิตามินบี แมงกานีส สังกะสี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม แต่ให้พลังงานต่ำ

ไข่

ไก่ที่ได้รับเมล็ด flaxseed และน้ำมัน canola เป็นอาหารนั้นจะออกไข่ที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงและอาจจะมีโอเมกา 3 ได้มากถึง 115 มิลลิกรัม

ถั่ว edamame

Edamame ต้ม ครึ่งถ้วยนั้นมีโอเมกา 3 300 มิลลิกรัม ทำให้เป็นแหล่งโอเมกา 3 ที่สำคัญสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรืออาหารแบบ Vegan นอกจากนั้น edamame ยังอุดมไปด้วยโปรตีน (11กรัมต่อครึ่งถ้วย) และเส้นใยอาหาร (9กรัมต่อครึ่งถ้วย) ถั่วชนิดนี้จึงเป็นอาหารทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก

วอลนัท

วอลนัทอุดมไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัวซึ่งรวมถึงโอเมกา 3 (2600 มิลลิกรัมต่อออนซ์) และการใช้น้ำมันวอลนัทในการปรุงอาหารแทนน้ำมันมะกอกนั้นจะให้กรดไขมันโอเมกา 3 สูงกว่าถึง 10 เท่า

ผลิตภัณฑ์จากนม

วัว แกะ และแพะที่เลี้ยงในทุ่งหญ้านั้นจะให้น้ำนมที่มีโอเมกา 3 สูงกว่าปกติ คือประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อนม 8 ออนซ์ นมบางชนิดอาจมีการเติมโอเมกา 3 จากน้ำมันปลาเข้าไป ดังนั้นหากคุณแพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยงนมประเภทนี้


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Omega-3-rich foods: Good for your heart. Harvard Health. (https://www.health.harvard.edu/heart-health/omega-3-rich-foods-good-for-your-heart)
Omega-3 Fatty Acids Benefits, Uses, and List of Foods. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/omega-3_fatty_acids/article.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป