กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
HonestDocs
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
HonestDocs
ความรู้สุขภาพ

วัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่

เป็นผู้ใหญ่ก็ยังต้องฉีดวัคซีน เพราะร่างกายของผู้สูงอายุนั้นมีภูมิต้านทานน้อย การรับวัคซีนจะช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้
เผยแพร่ครั้งแรก 27 ธ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 11 มิ.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
วัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่

เรามักคุ้นเคยกับการรับวัคซีนหลายๆ ชนิดในวัยเด็ก  เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคที่มีความอันตราย เสี่ยงต่อพัฒนาการ และคุณภาพชีวิต

แม้ในวัยผู้ใหญ่การฉีดวัคซีนก็ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากภูมิคุ้มกันบางโรคที่เคยได้รับในวัยเด็กอาจ “เสื่อม” ไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งโรคภัยไข้เจ็บสมัยนี้ยังมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมมาก จึงมีการคิดค้นและพัฒนาวัคซีนออกมารับมือกับเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

การฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) และผู้ที่เดินทางบ่อย ซึ่งควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

วัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มีดังนี้

1. วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก (Tetanus vaccine) และคอตีบ (Diphtheria vaccine)

โรคบาดทะยัก

โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani เข้าสู่ร่างกายได้ทางบาด แผลเปิด จากนั้นจะสร้างสารที่มีพิษต่อเส้นประสาททำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งทีละน้อยเริ่มจากแผล กล้ามเนื้อรอบๆ และทั่วทั้งตัว จนเกิดอาการชักเกร็ง ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด  

โรคบาดทะยักพบได้ในทุกช่วงอายุ ทุกเพศ และแม้จะเคยได้รับวัคซีนครบ 3 ครั้งแล้ว แต่ภูมิคุ้มกันโรคจะลดลงในช่วงอายุ 15-30 ปี จึงต้องฉีดกระตุ้น    

คำแนะนำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีบาดแผล หรือผู้ที่ทำงานเสี่ยงต่อการเกิดบาดทะยัก โดยฉีด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน และครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งที่สอง 6-12 เดือน และฉีดกระตุ้นทุกๆ 10 ปี

โรคคอตีบ

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Chorynebacterium diphtheriae ติดต่อได้ง่ายผ่านลมหายใจ น้ำมูก การไอและจาม  หลังได้รับเชื้อจะมีไข้ เจ็บคอมากขึ้นเรื่อยๆ คอบวม หายใจลำบาก เสียงแหบขึ้นๆ อาการอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

โรคนี้พบได้ในทุกช่วงอายุ ทุกเพศ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันและอยุู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด

คำแนะนำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ  และแนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี

หมายเหต ในทางเวชปฏิบัติจึงมีการให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักและโรคคอตีบ (tetanus diphtheria toxoid: Td) ทุก 10 ปี แทนการให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ( tetanus toxoids: TT) เพียงชนิดเดียว

2. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Influenza มี 2 สายพันธุ์สำคัญคือ A และ B ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก การหายใจ และการสัมผัสผ่านเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส หลังได้รับเชื้อจะมีไข้ ไอ เจ็บคอ มำน้ำมูก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ หนาวสั่น บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงนำไปสู่การเสียชีวิตได้

โรคนี้พบได้ในทุกช่วงอายุ ทุกเพศ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันมาก่อน

คำแนะนำ ผู้ใหญ่  ผู้สูงอายุ รวมทัังผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ควรแนะนำฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

3.วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B vaccine)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ติดต่อได้ทั้งทางเลือด (การได้รับเลือด และจากมารดาสู่ทารก) การสัก การเจาะหู และการฝังเข็ม และสารคัดหลั่งในการมีเพศสัมพันธ์

หลังได้รับเชื้อจะมีอาการอ่อนเพลียคล้ายเป็นหวัด คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่นใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะเข้ม ตาเหลือง บางรายอาจมีอาการอักเสบร่วมด้วยหากรุนแรงอาจทำให้เซลล์ตับตาย ตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับได้

พบได้ในทุกช่วงอายุ ทุกเพศโดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันมาก่อน

คำแนะนำ ผู้ใหญ่ (โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจเลือดแล้วไม่พบการติดเชื้อมาก่อน)  ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หัวใจ โรคหอบหืดโรคถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกไต ผู้ที่รับเลือดบ่อย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยที่รับเลือดบ่อย ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้  โดยฉีด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างครั้งแรก 1-2 เดือน ครั้งที่ 3 ห่างครั้งแรก 6 เดือน

4. วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine)

โดยมากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย S.pneumoniae  ติดต่อได้ทางการหายใจ การสำลักเชื้อที่สะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด  การติดเชื้อในกระแสเลือด การใส่สายสวนปัสสาวะ ยาเคมีบำบัด  หากติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

คำแนะนำ ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น

หัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง โรคตับแข็ง ผู้ที่ตัดม้าม ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ

5. วัคซีนป้องกันงูสวัด (Zoster vaccine)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella Virus ชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส  ติดต่อได้ทางการหายใจ การสัมผัสตุ่มน้ำอีสุกอีใสโดยตรงทำให้เป็นโรคอีสุกอีใสก่อน

แม้จะหายจากอีสุกอีใสแล้วแต่เชื้อไวรัสจะยังซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท  ไม่แสดงอาการใดๆ จนกว่าร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ เชื้อไวรัสจึงแบ่งตัวทำให้เส้นประสาทอักเสบ มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาท มีผื่นแดงขึ้นตามแนวและแตกเป็นแผล สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดมักมีอาการแทรกซ้อนได้มาก เช่น ปวดแนวเส้นประสาทหลายปี ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ ตาอักเสบ ภาวะแทรกซ้อนทางหู รวมทั้งสมองและปอดอักเสบได้

คำแนะนำ ผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความเสี่ยงสูง และอาการของโรคจะรุนแรงมาก  สำหรับผู้มีอายุ 50-59 ปี ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากวัคซีนนี้สามารถป้องกันโรคงูสวัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วง 5 ปีแรก แนะนำฉีดเพียงครั้งเดียวไม่ต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ  นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดยังควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันด้วย

ตารางสรุปช่วงอายุและชนิดวัคซีนที่ควรฉีด

ช่วงอายุ /

ผู้ที่ควรได้รับวัคซีน   

วัคซีนที่ควรฉีด

หมายเหตุ

วัยผู้ใหญ่ตอนต้น

(อายุ 19-26 ปี)

วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนเอชพีวี (มะเร็งปาดมดลูก)

วัคซีนตับอักเสบบี

ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี

ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี

ควรฉีดตั้งแต่เป็นวัยรุ่น

ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด

วัยผู้ใหญ่

(อายุ 27-65 ปี)

วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนตับอักเสบบี

ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี

ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี

ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด

วัยผู้สูงอายุ

(อายุ 50 ปี) ขึ้นไป

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนโรคปอดบวม ไอพีดี

วัคซีนงูสวัด

ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี

ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป

ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป

การป้องกันโรค มีความสำคัญมากกว่าการรักษา เพราะเมื่อไม่ป่วยก็ไม่เสียสุขภาพ ไม่เสียเวลา และไม่เสียกำลังทรัพย์   การฉีดวัคซีนป้องกันโรคจึงเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
5 Vaccines for Adults: Why (and When) You Need Them. Health Essentials from Cleveland Clinic. (https://health.clevelandclinic.org/5-vaccines-for-adults-why-and-when-you-need-them/)
Recommended Vaccines for Adults. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (https://www.cdc.gov/vaccines/adults/rec-vac/index.html)
Vaccines for Adults: Here Are the Ones You Need. WebMD. (https://www.webmd.com/vaccines/features/adult-immunizations-boosters#1)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม