ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HD
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HD
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD

รักษาหลุมสิว ได้ด้วยตัวเอง ง่ายๆ ไม่ยาก ด้วย 5 วิธีแบบธรรมชาติ

แนะนำวิธีรักษาหลุมสิวด้วยตัวเอง พร้อมอธิบายสาเหตุของปัญหาสิว รูขุมขนกว้าง เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีก
เผยแพร่ครั้งแรก 5 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 29 มี.ค. 2021 ตรวจสอบความถูกต้อง 12 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รักษาหลุมสิว ได้ด้วยตัวเอง ง่ายๆ ไม่ยาก ด้วย 5 วิธีแบบธรรมชาติ

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • หลุมสิว เกิดจากสิวอักเสบ หรือสิวมีหนอง สิวหัวช้างที่ไม่ได้รับการรักษา และกลายเป็นแผลในภายหลัง จากนั้นผิวหนังก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุม และพังผืดใต้รอยแผลเป็นนั้น
  • รูขุมขนกว้าง เกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่ใหญ่กว่าปกติ และยังสัมพันธ์กับการเกิดสิว เพราะยิ่งต่อมไขมันกว้าง ไขมันบนใบหน้าก็จะยิ่งเยอะ และหมักหมมจนกลายเป็นสิวได้ง่ายขึ้น
  • คุณสามารถลดโอกาสเกิดหลุมสิว และรูขุมขนกว้างได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นกับใบหน้า หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกาใบหน้า
  • มีสารทางธรรมชาติหลายอย่างที่ช่วยบรรเทาการเกิดหลุมสิว และรูขุมขนกว้างได้ เช่น ใบบัวบก มะละกอสุก ว่านหางจระเข้ โดยจะใช้วิธีผ่านการบำ หรือปั่นแล้วนำมาพอกหน้า
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจรักษาสิว ลดรอยสิว

สิวเป็นปัญหาผิวหนัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของต่อมรูขุมขน ต่อมไขมัน พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น หรือวัยหนุ่มสาว การรักษาสิวที่ผิดวิธีสามารถนำมาสู่การเกิดรอยแผลเป็น หลุมสิว รูขุมขนกว้างได้ 

นอกจากนี้ปัญหาสิวยังทำให้เกิดปัญหาที่รบกวนสภาพจิตใจ ทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษาสิว ลดรอยสิววันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 151 บาท ลดสูงสุด 69465 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads b 20

ต้นเหตุทำให้เกิดหลุมสิว

หลุมสิว เป็นฐานผิวหนังที่ยุบตัวลงไปหลังจากสิวเกิดการอักเสบ เป็นสิวหัวช้างแล้วกลายเป็นแผลบาดเจ็บ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี จึงทำให้เกิดโพรงน้ำหนอง ผิวหนังยุบตัวเป็นหลุม จนลุกลามกินพื้นที่ลึกลงไปถึงผิวหนังชั้นใน และพังผืดใต้รอยแผลเป็น ทำให้เนื้อหายจนกลายเป็นหลุมในที่สุด

การรักษาหลุมสิว แบ่งตามความรุนแรง 3 ระดับ

  1. Icepick Scar (ระดับรุนแรงที่สุด): รอยหลุมแคบ ขอบชัด ฐานหลุมมักเรียวแหลมลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ หรือชั้นใต้ผิวหนัง จึงเป็นรอยหลุม การรักษาหลุมสิวระดับนี้ยาก และต้องใช้เวลานานที่สุด
  2. Box Scar (ระดับรุนแรงปานกลาง): รอยหลุมชนิดนี้มีขอบชัดเจน และมีขนาดกว้างกว่า Icepick Scar แต่มีความตื้นของฐานหลุมน้อยกว่า เพราะความลึกแค่ชั้นผิว ไม่ถึงชั้นรูขุมขน
  3. Rolling scar (ระดับทั่วไป): รอยหลุมชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นหลุมสิวแบบตื้น ความลึกของหลุมแค่ส่วนบนของผิวเพียงเล็กน้อย การรักษาหลุมสิวระดับนี้ง่ายกว่าระดับอื่นๆ

สาเหตุที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง เกิดจากต่อมผลิตไขมันใต้ผิวหนังมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ากว่าปกติ มักเกิดบนใบหน้า บริเวณแก้ม หน้าผาก เหนือปาก หรือบริเวณ T-zone ความกว้างของรูขุมขนมักขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนเพศ

นอกจากนี้รูขุมขนกว้างอาจสัมพันธ์กับการเกิดสิว เนื่องจากรูขุมขนกว้างเกิดจากการขยายขนาดของต่อมผลิตไขมัน เมื่อมีไขมันเพิ่มมากขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวตามมา

สิ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดหลุมสิว และรูขุมขนกว้าง ได้แก่

  1. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นประมาณวันละ 1-2 ครั้ง โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ถนอมผิว และหลีกเลี่ยงการสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งเสีย
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะทำให้เกิดไขมันสะสมใต้ผิวหนัง จนทำให้เกิดการอุดตัน หรืออักเสบ
  3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว (กลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์) เพื่อป้องกันปัญหาผิวแห้ง นอกจากนี้อาจเลือกเครื่องสำอางที่ฉลากผลิตภัณฑ์ระบุว่า “Non-Comedogenic” หรือไม่ทำให้เกิดสิวอุดตัน
  4. ทาครีมกันแดดทุกวัน และหลีกเลี่ยงการออกไปสัมผัสแดดจ้าตรงๆ เพื่อให้ผิวคงความนุ่มนวลไว้ ไม่แห้งเสียจนเกิดสิว
  5. หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา บีบ ลูบหน้า หรือเช็ดหน้าแรงๆ เนื่องจากสิ่งสกปรกบนมืออาจทำให้เกิดสิว และอาจทำให้เกิดการอักเสบในขณะเป็นสิวได้

ตัวช่วยรักษาหลุมสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

  1. กรด AHA: กรด AHA เป็นสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากมะนาว ส้ม มะขาม ทาบริเวณผิวหน้าที่มีปัญหา เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า และรักษาหลุมสิวได้ด้วยการทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
  2. ใบบัวบก: ในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ที่ช่วยฟื้นฟูผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของชั้นผิวหนัง ทำให้ฟื้นฟูรอยแผล รักษาหลุมสิว ให้จางลงได้ เพียงนำใบบัวบกประมาณ 1 กำมือมาล้างน้ำให้สะอาด
    จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน รอยหลุมสิวจะค่อยๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. มะละกอสุก: ในมะละกอสุกมีเอนไซม์ชื่อปาเปน (Enzyme Papain) และโคโมปาเปน (Chymopapain) เป็นเอ็นไซม์ที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออก รวมถึงมีสรรพคุณช่วยสมานแผลได้ดี
    วิธีใช้ คือ นำมะละกอสุกมาปอกเปลือกออก ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยสะอาด
  4. ว่านหางจระเข้: มีสารอะลอคตินเอ (Aloctin A) สารตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้หลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้น สมานผิวได้ดี กระชับรูขุมขน และป้องกันการอักเสบ
    โดยให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกเอาแต่วุ้นใสๆ จากนั้นนำไปล้างให้สะอาด แล้วจึงนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออก ให้ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  5. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น: มีกรดลอริก (Lauric acid) ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยรักษาหลุมสิวโดยทำให้รอยหลุมสิวอ่อนนุ่ม และจางลงได้
    โดยหลังจากล้างหน้าก่อนนอน ให้ทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้จนเช้าโดยไม่ต้องล้างออก สามารถทำเป็นประจำได้ทุกวัน

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิว

  1. การใช้กรด AHA ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากกรดชนิดนี้มีความไวต่อแดด
  2. ไม่ควรใช้การใช้กรด AHA ติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจทำให้เซลล์ผิวบางได้ และหากใช้แล้วเกิดระคายเคืองหรือเกิดผื่น ควรหยุดใช้ทันที
  3. การใช้สมุนไพรในการรักษาผิวหน้า ควรล้างสมุนไพรให้สะอาดทุกครั้ง เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดมีน้ำยาง อาจระคายเคืองต่อผิวได้

ปัญหาหลุมสิวเป็นปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง และภาพลักษณ์ที่ใครหลายคนไม่อยากให้เกิด เพราะส่งผลต่อความมั่นใจ ผิวหนังหน้าไม่เรียบเนียน ดังนั้นเมื่อคุณเกิดปัญหาเป็นสิวขึ้น ให้รีบหาทางรักษาโดยเร็ว และหมั่นทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด ไม่อุดตันอยู่เสมอ

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจรักษาสิว ลดรอยสิว จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
อุดมศักดิ์ บุญนริสรางกูร, เทพ เฉลิมชัย, มนตรี อุดมเพทายกุล, การศึกษาประสิทธิภาพในการดูแลแผลและลดระดับความแดงในการใช้เจลว่านหางจระเข้หลังการทำแฟรกชั่นนอลเลเซอร์เส้นใยเออร์เบียม1,550 นาโนเมตร (https://conference.pim.ac.th/fileman/Uploads/5_9.pdf), 8 พฤษภาคม 2558.
อฑิตยา โรจนสโรช, สุนิศา มลิจันทร์บัว, พรพรรณ โพธิ์ไกร, ศาสตร์การชะลอวัย (http://sci.bsru.ac.th/sciweb/Download/subject/HealthandBeauty/chap-06-2.pdf) , เข้าถึงเมื่อ 26 มีนาคม 2562.
วาสนภ วชิรมน, แผลเป็นจากสิวและการรักษา (http://med.mahidol.ac.th/ramachannel/old/index.php/knowforhealth-20140928-4/), 28 กันยายน 2557.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ลดรอยสิว ยาลดสิว vs เลเซอร์สิว วิธีไหนตอบโจทย์เราที่สุด?
ลดรอยสิว ยาลดสิว vs เลเซอร์สิว วิธีไหนตอบโจทย์เราที่สุด?

สารพัดวิธีลดรอยสิว ทายา ยากิน เลเซอร์สิว หากคุณเลือกไม่ถูก เรารวบรวมข้อมูลและเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละวิธีมาให้แล้ว

อ่านเพิ่ม