กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD

ยาแก้อักเสบ กินอย่างไรให้ถูกต้อง เลี่ยงอันตรายจากการใช้ยา

ยาแก้อักเสบที่คุ้นเคย มีผลข้างเคียงกับร่างกาย อ่านผลกระทบเพื่อทำความเข้าใจ และกินยาแก้อักเสบอย่างถูกวิธี
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 14 ต.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 8 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ยาแก้อักเสบ กินอย่างไรให้ถูกต้อง เลี่ยงอันตรายจากการใช้ยา

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • “ยาแก้อักเสบ” มีอีกชื่อเรียกว่า “ยาปฏิชีวนะ” แต่ให้สรรพคุณที่ต่างกัน ยาแก้อักเสบใช้รักษาอาการอักเสบที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ส่วนยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาเชื้อแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บคอ
  • คุณต้องระมัดระวังอย่ารับประทานยา 2 กลุ่มนี้สลับกัน เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • ยาแก้อักเสบมีวิธีรับประทานที่ถูกต้องอยู่ เช่น ต้องดื่มน้ำตามมากๆ หลังรับประทานยา หากลืมรับประทาน ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ตับ ไต หรือมีแผลในกระเพาะอาหารต้องระวังการใช้ยา 2 กลุ่มนี้
  • ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาแก้อักเสบมีความแตกต่างกันตามชนิดยา รวมถึงปริมาณการรับประทานจะแตกต่างไปตามอาการป่วยด้วย ซึ่งผู้ป่วยต้องให้แพทย์ หรือเภสัชกรเป็นผู้แนะนำ และสั่งจ่ายยา
  • หากคุณพบว่า ตนเองมีอาการหายใจไม่ออก ปากบวม แน่นหน้าอก ซึ่งคล้ายกับอาการแพ้ยา ให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กอาการทันที (ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะได้ที่นี่)

หากรู้สึกเจ็บคอ คุณจะเลือกใช้ยาอะไร "ยาแก้อักเสบ" หรือ "ยาปฏิชีวนะ" หรือหากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อ จะเลือกใช้ยาอะไร ถ้ายังลังเลไม่แน่ใจว่า จะต้องใช้ยาชนิดไหน แนะนำให้อ่านบทความนี้ เพราะหากเลือกใช้ยาผิดอาจทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาได้ 

ยาแก้อักเสบ VS ยาฆ่าเชื้อ

  1. ยาแก้อักเสบชนิดเม็ดรับประทาน และชนิดฉีด (Anti-Inflammatory drugsใช้สำหรับรักษาอาการอักเสบที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ หรือข้ออักเสบ โดยสามารถหาซื้อยากลุ่มนี้ได้ตามร้านขายยาทั่วไป 
  2. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) หรือยาฆ่าเชื้อ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในลำคอ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเนื่องจากการเป็นโรคหวัด

ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังอย่าจำสับสนกันระหว่างการใช้ตัวยาทั้ง 2 กลุ่มนี้เป็นอันขาด เพราะการรับประทานยาผิด นอกจากจะไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

วิธีการกินยาแก้อักเสบที่ถูกต้อง

  1. ต้องรับประทานยาหลังอาหารเท่านั้น และหลังจากกินยาจะต้องดื่มน้ำตามมากๆ เพราะยานี้มีฤทธิ์ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
  2. เมื่ออาการอักเสบของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นทุเลาลงหลังรับประทานยา ต้องหยุดรับประทานทันที เพราะว่ายาแก้อักเสบเป็นยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเท่านั้น
    หากกินติดต่อกันไปนานๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมา และนำไปสู่ภาวะไตวายได้ในที่สุด
  3. เมื่อเป็นหวัด และมีอาการเจ็บคอจะต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ หรือ "ยาปฏิชีวนะ" (Antibiotics) เท่านั้น อย่าจำสับสนกันเด็ดขาด
  4. เมื่อรับประทานยาชนิดใดก็ตาม แล้วมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ปากบวม ตาบวม ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของอาการของการแพ้ยา
  5. ยาแก้อักเสบชนิดเม็ดรับประทาน และชนิดฉีดมีคุณสมบัติแบบเดียวกัน แต่มีราคาไม่เท่ากัน โดยชนิดฉีดจะมีราคาที่แพงกว่าชนิดรับประทานถึง 10 เท่า
  6. หากลืมรับประทาน ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ได้กินยาเลย
  7. ผู้ที่มีโรคแผลในกระเพาะอาหาร หัวใจวาย โรคตับ โรคไต หรือความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการใช้ยา เพราะจะทำให้อาการแย่ลงได้

ควรกินยาแก้อักเสบกี่วัน

ระยะเวลาในการใช้ยาแก้อักเสบขึ้นอยู่กับชนิดของยา จุดประสงค์ของการรักษา และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย หากมีไข้ ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อนานเกิน 3 วัน และไม่ควรใช้ยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดเป็นเวลานานเกินกว่า 10 วัน เว้นแต่เป็นคำสั่งจากแพทย์ 

เพราะการใช้ยาแก้อักเสบติดต่อนานเกินไปจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นควรสอบถามวิธีการใช้ยา และระยะเวลาในการใช้ยาจากแพทย์ หรือเภสัชกรให้แน่ใจทุกครั้งที่ใช้

ตัวยาแก้อักเสบอาจออกฤทธิ์ภายในไม่กี่ชั่วโมง หรืออาจใช้เวลานานกว่านั้น คือ ประมาณ 1-2 สัปดาห์กว่าจะเห็นผล ขึ้นอยู่กับประเภทของยาที่แพทย์สั่งให้ใช้ ซึ่งจะพิจารณาตามอาการ สุขภาพ อายุ และปัจจัยอื่นๆ ของผู้ป่วย 

โดยยาที่ออกฤทธิ์เร็วนั้นมักต้องรับประทานทุก 4-6 สัปดาห์ ซึ่งมักแนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อบาดเจ็บเฉียบพลัน ส่วนผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานานอาจแนะนำให้รับประทานวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

ยาแก้อักเสบเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่อย่าลืมว่า การกินยาแก้อักเสบจะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ที่สำคัญผู้ป่วยต้องระบุถึงอาการที่เป็นอยู่ให้ชัดเจนเพื่อที่แพทย์ หรือเภสัชกรจะได้รักษาและจ่ายยาให้ได้อย่างถูกต้อง

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายทุกวัย เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
แพทย์และกองบรรณาธิการ Uptodate, Patient education: Nonsteroidal antiinflammatory drugs (NSAIDs) (The Basics)(https://www.uptodate.com/conte...)
Daniel H Solomon, MD, MPH, Patient education: Nonsteroidal antiinflammatory drugs (NSAIDs) (Beyond the Basics) (https://www.uptodate.com/conte...), March 2019

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาหารและเมนูสำหรับกรดไหลย้อน (Heartburn)
อาหารและเมนูสำหรับกรดไหลย้อน (Heartburn)

แค่ปรับอาหารและพฤติกรรมการรับประทานให้เหมาัะสม ก็สามารถรักษาอาการกรดไหลย้อนได้

อ่านเพิ่ม