สุขภาพดีสร้างได้…6 วิธีลดการ ‘ ทานเกลือ ’ ที่คุณควรรู้

เผยแพร่ครั้งแรก 26 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
สุขภาพดีสร้างได้…6 วิธีลดการ ‘ ทานเกลือ ’ ที่คุณควรรู้

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เกลือเป็นเครื่องปรุงรสอีกชนิดหนึ่งที่มีติดครัวแทบทุกบ้าน เพราะมันสามารถทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น แต่หากเราทานเกลือมากเกินไป มันก็จะทำให้โรคร้ายต่างๆ มาเยี่ยมเยือนในอนาคต ดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับการควบคุมปริมาณเกลือที่ทานค่ะ การลดเกลือในแต่ละมื้ออาหารสามารถช่วยลดความดันโลหิต ทำให้หัวใจ ไต และกระดูกแข็งแรง สำหรับวิธีการลดเกลือที่เราอยากแนะนำมีดังนี้

1. ทานอาหารที่บ้าน

ร้านอาหาร หรือผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารมักใส่เกลือในอาหารเป็นจำนวนมาก ถ้าคุณอยากลดการทานเกลือ ให้คุณหันมาทำอาหารทานเองที่บ้านค่ะ เพราะคุณสามารถจำกัดปริมาณของเกลือที่จะใช้ได้ แต่หากคุณไม่ว่างทำอาหารตอนวันธรรมดา คุณก็อาจทำช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ค่ะ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Untitled 1

2. ทานผลไม้และผักให้มากขึ้น

แม้ว่าเป็นเรื่องยากที่เราจะเลี่ยงเกลือในการทำอาหาร แต่สิ่งที่คุณพอจะทำได้คือ การทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่า การทานอาหารที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงสามารถช่วยลดผลกระทบของโซเดียมที่มีต่อความดันโลหิต และการขยายตัวของหลอดเลือด สำหรับอาหารที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง เช่น ส้ม กล้วย มันฝรั่ง มะเขือเทศ เมลอน ถั่ว แอปริคอตแห้ง ฯลฯ

3. ค่อยๆ ลดเกลืออย่างช้าๆ

การลดเกลือในอาหารอาจเป็นเรื่องดีก็จริง แต่ในทางปฏิบัติ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน ทั้งนี้คุณอาจเริ่มจากการค่อยๆ ลดปริมาณเกลือที่ใส่ในอาหารประมาณ 25% อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์พบว่า ยิ่งคุณทานเกลือมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งคุ้นชินกับรสชาติมากเท่านั้น

4. อ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์

ในกรณีที่คุณไม่สามารถเลี่ยงอาหารแปรรูปได้ คุณอาจใช้วิธีอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์แทนค่ะ โดยให้คุณดูว่าผลิตภัณฑ์ใดที่มีโซเดียมต่ำที่สุด นอกจากนี้คุณอาจอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ของอาหารชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เช่น แครกเกอร์ น้ำเปล่า แป้งขาว ชีส ไส้กรอก แฮม ฯลฯ เพื่อดูว่าอาหารยี่ห้อใดที่ทานได้ หรือควรหลีกเลี่ยง

5. ควบคุมการทานซอสหรือน้ำสลัด

หลายคนอาจคิดว่า เราสามารถพบโซเดียมได้มากในแฮม ไส้กรอก เบคอน ขนมถุง หรืออาหารสำเร็จรูปเท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจไม่ทันนึกว่า บรรดาซอส หรือน้ำสลัดบางยี่ห้อที่เราใช้ราดผักนั้นก็มีโซเดียมแฝงอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรจำกัดการทานให้เหมาะสมค่ะ

6. ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรสด

แม้ว่าเกลือจะเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยชูรสอาหารให้อร่อยขึ้น แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แทนที่คุณจะใส่เกลือในอาหาร ให้คุณหันมาใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรสดแทนค่ะ ตัวอย่างเช่น พริกไทย ไทม์ กระเทียม หัวหอม ผงกะหรี่ ฯลฯ นอกจากมันจะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารแล้ว มันก็ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยค่ะ

สุขภาพที่ดีสามารถสร้างได้ นอกจากคุณจะลดอาหารเค็ม หรืออาหารที่มีเกลือสูงแล้ว คุณก็อย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ รับรองว่าคุณจะมีร่างกายที่แข็งแรง และอยู่ห่างไกลจากโรคร้ายแน่นอน

ที่มา : https://steptohealth.com/six-w...5-easy-ways-to-cut-back-on-salt#3

 

 


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป