กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

Budesonide (บูเดโซไนด์)

เผยแพร่ครั้งแรก 27 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

Budesonide เป็นยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid) ใช้สำหรับโรคระบบทางเดินหายใจ ในผู้ป่วยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ชื่อทางการค้าที่เป็นที่รู้จักคือ Pulmicort ผลิตโดยบริษัท AstraZeneca กลไกการออกฤทธิ์ของยา คือ ยามีฤทธิ์ควบคุมอัตราการสังเคราะห์โปรตีน ยับยั้งการแพร่กระจายของเม็ดเลือดขาวและไฟโบรบลาสต์ ปรับคุณสมบัติในการเลือกสารผ่านของหลอดเลือดแบบผันกลับได้ ป้องกันการทำงานของไลโซโซม (การกระตุ้นไลโซโซมเป็นส่วนที่ทำให้เกิดกระบวนการทำลายของเซลล์) เพื่อหลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ให้เกิดกระบวนการอักเสบจนนำไปสู่การทำลายตัวเองของเซลล์ ยา Budesonide จึงมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ

Budesonide ชนิดสำหรับใช้ทางจมูก จัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย ตามการจำแนกโดยคณะกรรมการอาหารและยา มีจำหน่ายเฉพาะร้านยาแผนปัจจุบันที่มีเภสัชกรชั้นหนึ่งควบคุมการขายยา ต้องมีการจัดทำบัญชียาอันตราย และสำหรับบุคคลทั่วไปเภสัชกรสามารถจำหน่ายยาและให้คำแนะนำในการใช้ยาได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพฯ เว้นแต่ Budesonide ที่เป็นยาผสม (ร่วมกับ Formoterol เช่น Symbocort®) จะจัดอยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ รูปแบบยาที่ใช้ทางจมูกที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53
  • รูปแบบสเปรย์พ่นจมูก ขนาด 50 และ 64 ไมโครกรัมต่อการพ่น 1 ครั้ง
  • รูปแบบยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับใช้กับเครื่องพ่นเนบูไลเซอร์ (nebulizer) ขนาด 0.5 และ 1 มิลลิกรัมต่อ 2 มิลลิลิตร
  • รูปแบบสูดพ่นทั้งชนิดใช้ก๊าซ (metered-dose inhaler (MDI)) และชนิดผงแห้ง ขนาด 100 และ 200 ไมโครกรัมต่อการพ่น 1 ครั้ง
  • รูปแบบเทอบูเฮเลอร์ (Turbuhaler) ขนาด 100 และ 200 ไมโครกรัมต่อการพ่น 1 ครั้ง

ข้อบ่งใช้ของยา Budesonide

โรคที่เป็นข้อบ่งใช้ของยานี้ ได้แก่

  • โรคหืด (Asthma)
  • โรคไอครูป (Croup)
  • โรคริดสีดวงจมูก (Nasal polyp)
  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis)

ขนาดและวิธีการใช้ยา Budesonide

Budesonide มีขนาดและวิธีการใช้ตามข้อบ่งใช้ ดังนี้

  • โรคหืด การใช้ยาในรูปแบบยาพ่น
    • ยาพ่นรูปแบบ metered-dose (MDI)
      • ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวัน แบ่งพ่นครั้งละ 200 ไมโครกรัม วันละสองครั้ง สามารถเพิ่มขนาดยาได้ถึง 1600 ไมโครกรัมในรายที่มีอาการรุนแรง การใช้ยาในระยะรักษาอาการ ขนาด 200-400 ไมโครกรัม
      • ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุ 2-12 ปี ขนาด 200-800 ไมโครกรัมต่อวัน โดยแบ่งพ่น
    • ยาพ่นชนิดผงแห้ง
      • ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาด 200-800 ไมโครกรัมต่อวัน วันละครั้ง หรือแบ่งพ่นวันละสองครั้ง ขนาดยาสูงสุด 800 ไมโครกรัมต่อวัน
      • ขนาดการใช้ยาในเด็กอายุ 5-12 ปี ขนาด 200-800 ไมโครกรัมต่อวัน แบ่งพ่นวันละสองครั้ง
    • ยาชนิดใช้กับเครื่องพ่นเนบูไลเซอร์
      • ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ รายที่มีอาการหืดรุนแรง ขนาด 1-2 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง การใช้ยาในระยะรักษาอาการ ขนาด 0.5-1 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง
      • ขนาดการใช้ยาในเด็ก อายุ 3 เดือน-12 ปี ขนาดเริ่มต้น 0.5-1 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง การใช้ยาในระยะรักษาอาการ ขนาด 0.25-0.5 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง
  • โรคไอครูป (Croup) การใช้ยาในรูปแบบใช้กับเครื่องพ่นเนบูไลเซอร์ ขนาดการใช้ยาในเด็ก ขนาด 2 มิลลิกรัม ให้ครั้งเดียว หรือแบ่งให้ยาสองครั้ง (ครั้งละ 1 มิลลิกรัม เว้นระยะห่าง 30 นาทีแล้วค่อยให้ยาอีก 1 มิลลิกรัม) อาจให้ยาซ้ำได้ทุก 12 ชั่วโมง สูงสุด 36 ชั่วโมง (ต่อเนื่อง 3 ครั้ง) หรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • โรคริดสีดวงจมูก การใช้ยาในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูก
    • ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ พ่น 1 ครั้งลงในจมูกแต่ละข้าง วันละสองครั้ง หรือพ่น 2 ครั้งลงในจมูกแต่ละข้าง วันละครั้ง ใช้ต่อเนื่องสูงสุดนาน 3 เดือน
    • ขนาดการใช้ยาในเด็ก อายุมากกว่า 6 ปี ให้ใช้ขนาดยาเดียวกันกับผู้ใหญ่
  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ การใช้ยาในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูก
    • ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดเริ่มต้น พ่น 2 ครั้งลงในจมูกแต่ละข้าง วันละครั้ง หรือพ่น 1 ครั้งลงในจมูกแต่ละข้าง วันละ 2 ครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นให้ลดขนาดยาลงเหลือ พ่น 1 ครั้งลงในจมูกแต่ข้าง วันละครั้ง
    • ขนาดการใช้ยาในเด็ก อายุมากกว่า 6 ปี ให้ใช้ขนาดยาเดียวกันกับผู้ใหญ่

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของการใช้ Budesonide

ข้อควรระวังในการใช้ Budesonide ได้แก่

  • ไม่แนะนำให้ใช้ยาชนิดพ่นผ่านทางปากเป็นยาหลักในการรักษาอาการหืดกำเริบเฉียบพลัน ควรให้ยาในรูปแบบเนบูไลเซอร์ (เครื่องพ่นละอองยาไฟฟ้า โดยเครื่องจะทำการพ่นยาจากของเหลวให้เป็นละอองฝอย โดยผู้ใช้ต้องหายใจผ่านหน้ากากเพื่อรับละอองยา)
  • ยาไม่ได้มีฤทธิ์บรรเทาอาการหลอดลมหดตัวเฉียบพลัน
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อวัณโรค ติดเชื้อรา หรือติดเชื้อไวรัส ในระบบทางเดินหายใจ
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยกระดูกพรุน เนื่องจากยาเพิ่มความเสี่ยงความรุนแรงของโรคกระดูกพรุน
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยต้อกระจก ต้อหิน
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคต่อมไร้ท่อ ได้แก่ โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคลมชัก
  • ควระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร

ผลข้างเคียงของการใช้ Budesonide ได้แก่

  • การใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดผลข้างเคียง คือ กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s syndrome) อาการแสดง ได้แก่ มีใบหน้ากลม แก้มแดง มีหนอกบริเวณคอ พุงยื่นแต่แขนขาลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง กลุ่มอาการคุชชิงเกิดจากการที่ต่อมใต้สมองมีการสร้างฮอร์ไมน ACTH มากกว่าปกติ
  • กดการทำงานของต่อมหมวกไต
  • บกพร่องทางการเจริญเติบโต
  • ลดความหนาแน่นของมวลกระดูก
  • ทำให้เกิดต้อกระจก ต้อหิน
  • ส่งผลต่อจิตประสาท และพฤติกรรม

ข้อควรทราบอื่นๆของยา Budesonide

  • ยาชนิดสำหรับใช้ทางจมูก ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม category B ตามดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ (Pregnancy Safety Index) ยาค่อนข้างมีควรปลอดภัยกับทารกในครรภ์
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดพ่นที่ใช้สำหรับโรคหืด เป็นยาที่ใช้สำหรับควบคุมอาการเท่านั้น ยาไม่ได้มีฤทธิ์รักษาอาการ การใช้ยาจึงจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องร่วมกับยาพ่นสำหรับรักษาอาการ
  • หากผู้ป่วยมีอาการหืดที่รุนแรง แนะนำให้รีบพบแพทย์ เนื่องจากการใช้ยาชนิดพ่นอาจรักษาหรือบรรเทาอาการไม่ได้ผล
  • หลังพ่นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์แล้ว ผู้ป่วยควรบ้วนปากเพื่อล้างคราบยาที่หลงเหลือออกจากช่องปากและลำคอ เพื่อป้องกันการเจริญของเชื้อราในช่องปาก
  • ยานี้แนะนำให้เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส เก็บให้พ้นจากแสงแดด

22 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
budesonide inhaler (Pulmicort): Side Effects & Dosage. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/budesonide_inhaler/article.htm)
Budesonide Uses, Side Effects & Warnings. Drugs.com. (https://www.drugs.com/mtm/budesonide.html)
Budesonide (Inhalation Route) Description and Brand Names. Mayo Clinic. (https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/budesonide-inhalation-route/description/drg-20071233)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม