หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Abnormal Heart Rhythms)

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร มีทั้งหมดกี่ชนิด มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง หากเป็นแล้วจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือไม่ และมีวิธีการรักษาอย่างไร
เผยแพร่ครั้งแรก 29 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 11 ต.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Abnormal Heart Rhythms)

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Abnormal Heart Rhythms หรือ Arrhythmia) คือ สภาวะที่หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เต้นช้ากว่าปกติ หรือเต้นผิดจังหวะ ผู้ป่วยภาวะนี้อาจไม่พบอาการใดเลย หรืออาจพบว่ารู้สึกไม่สบาย ใจสั่น ปวดบริเวณหน้าอก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้อาจไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต และไม่ได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง

ชนิดของอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อย มีดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหัวใจวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4995 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 18
  • หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) : หมายถึง การที่หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ คืออยู่ในขณะพักแต่หัวใจเด้นเร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที สามารถแบ่งอาการหัวใจเต้นเร็วออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
    • หัวใจเต้นเร็วชนิด Supraventricular Tachycardia : อาการหัวใจเต้นเร็วที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องบน (Atria)
    • หัวใจเต้นเร็วชนิด Ventricular Tachycardia : อาการหัวใจเต้นเร็วที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องล่าง (Ventricles)
    • หัวใจเต้นเร็วชนิด Sinus Tachycardia : ภาวะที่หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดขณะที่ป่วยหรือมีอาการตื่นเต้น
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation) : หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้เกิดขึ้นในหัวใจห้องบน เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อย เกิดขึ้นเมื่อสัญญาณไฟฟ้าภายในหัวใจไม่เสถียร และมีความผิดพลาด เป็นผลให้หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วเกินการควบคุม อัตราการเต้นของหัวใจจะสูงได้ถึง 100-200 ครั้งต่อนาที
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจห้องบนเต้นเร็วผิดจังหวะ (Atrial Flutter) : มักเกิดขึ้นในหัวใจห้องบนขวา (Right Atrium) แต่ก็อาจเกิดขึ้นกับหัวใจห้องบนซ้ายได้เช่นกัน  ภาวะนี้มีสาเหตุมาจากสัญญาณไฟฟ้าที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในหัวใจห้องบนที่ได้รับผลกระทบ ทำให้มีอาการหัวใจเต้นเร็วแบบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
  • หัวใจเต้นช้า (Bradycardia) : ภาวะที่หัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้งต่อนาที มักเกิดจากการที่สัญญาณไฟฟ้าในหัวใจจากหัวใจห้องบนไปหัวใจห้องล่างถูกขัดขวาง แต่นักกีฬาบางคนอาจจะมีอัตราการเต้นของหัวใจช้ากว่าคนปกคิ เพราะมีสมรรถนะทางกายที่ดีเยี่ยม ไม่ได้เกิดจากปัญหาที่หัวใจ
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจห้องล่างสั่นพริ้ว (Ventricular Fibrillation) : ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้สามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นและเป็นสาเหตุของหัวใจวายได้ เพราะเลือดไม่สามารถสูบฉีดออกไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายและสมอง จัดเป็นภาวะร้ายแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
  • ภาวะหัวใจเต้นก่อนกำหนด (Premature Contractions) : ภาวะที่หัวใจเหมือนจะมีจังหวะที่หายไปขณะวัดชีพจรที่ข้อมือหรือที่หน้าอก เพราะการเต้นในภาวะนี้จะเบาหรืออ่อนจนไม่สามารถได้ยินหรือรู้สึกได้

อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มักจะทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • รู้สึกหน้ามืด เวียนศีรษะ เป็นลม
  • หายใจถี่ หายใจลำบาก
  • ใจสั่น
  • เจ็บหน้าอก
  • ผิวหนังซีด
  • เหงื่อออก

สาเหตุของอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease) : เป็นโรคหัวใจที่รุนแรง เกิดขึ้นเมื่อมีคอเลสเตอรอลและไขมันไปอุดตันในเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ (Coronary arteries)
  • การใช้ยา : ยาหรือสารบางชนิดอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น คาเฟอีน (Caffeine) แอมเฟตามีน (Amphetamines) หรือยาในกลุ่ม Beta-blockers ที่ใช้สำหรับลดความดันโลหิต
  • สาเหตุอื่นๆ : ยังมีปัจจัยอื่น ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจังหวะการเต้นของหัวใจ ได้แก่
    • การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหัวใจภายหลังอาการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ
    • การฟื้นตัวของหัวใจหลังการผ่าตัดหัวใจ
    • ระดับโพแทสเซียมและเกลือแร่อื่นๆ ต่ำ
    • ความผิดปกติของหัวใจ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้น ในผู้มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • สูบบุหรี่
  • เคยเป็นโรคหัวใจ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีความเครียด
  • มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
  • ไม่ออกกำลังกาย และไม่ค่อยขยับร่างกาย
  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง คอเลสเตอรอลสูง และอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • มีความดันโลหิตสูง หรือปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ
  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • ใช้ยาในทางที่ผิด
  • มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)

การวินิจฉัยอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

แพทย์จะตรวจร่างกาย โดยใช้หูฟัง (Stethoscope) ฟังการเต้นของหัวใจ และอาจใช้เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) ตรวจคลื่นไฟฟ้าภายในหัวใจ เพื่อช่วยประเมินว่าจังหวะการเต้นของหัวใจนั้นปกติหรือไม่ และช่วยหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้น และนอกจากนี้ แพทย์อาจใช้เครื่องมืออื่นๆ ช่วยวินิจฉัย ได้แก่

  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) : เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียงช่วยถ่ายภาพหัวใจ
  • การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor) : เป็นการติดเครื่องมือไว้ที่ตัวผู้เข้ารับการตรวจเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามการจังหวะการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวัน
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Stress Test) : ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องเดินบนสายพาน หรือวิ่งเหยาะๆ บนสายพาน เพื่อตรวจดูว่าการออกกำลังกายส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอย่างไร

การรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะจะขึ้นกับสาเหตุของการเกิดอาการ ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร จำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือหยุดสูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ รวมถึงอาการอื่นๆ ที่เป็นร่วมด้วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติอย่างรุนแรง แพทย์อาจรักษาด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • การใช้ยาควบคุมการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ ซึ่งกลไกของยามีหลายแบบ การเลือกใช้แพทย์จะเป็นผู้พิจารณายาที่เหมาะสม
  • การใช้ยาอื่น เช่น ยาละลายลิ่มเลือด
  • การตรวจสวนหัวใจเพื่อวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นกับหัวใจ (Cardiac Catheterization)
  • การใช้สายสวนจี้กล้ามเนื้อหัวใจที่นำไฟฟ้าผิดปกติ (Catheter Ablation)
  • การปรับการเต้นของหัวใจ (Cardioversion) โดยการใช้ยา หรือการใช้กระแสไฟฟ้าช็อกที่หัวใจ
  • การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker หรือ Cardioverter defibrillator)
  • การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้น

3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Zipes Douglas P.; Wellens Hein J. J. (1998). "Sudden Cardiac Death". Circulation. 98 (21): 2334–2351. doi:10.1161/01.CIR.98.21.2334
Mehra, R (2007). "Global public health problem of sudden cardiac death". Journal of Electrocardiology. 40 (6 Suppl): S118–22. doi:10.1016/j.jelectrocard.2007.06.023. PMID 17993308.
Brindles Lee Macon, Elizabeth Boskey, What Causes Abnormal Heart Rhythms? (https://www.healthline.com/symptom/abnormal-heart-rhythms), 9 October, 2017

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ใจสั่น ใจหวิว เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?
ใจสั่น ใจหวิว เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

ระวังให้ดีเพราะอาการใจสั่นที่เกิดขึ้น บางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพได้ เช็คก่อนสาย

อ่านเพิ่ม