10 อาหารกำจัดกลิ่นปาก เมื่อต้องอยู่นอกสถานที่

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

กลิ่นปากเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรต้องคำนึงถึง เพราะคงไม่มีใครอยากให้คนที่เราคุยด้วยต้องถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ออกมาจากปากของตัวเองหรอก แต่บางครั้งต้องยอมรับว่าไม่สามารถเอาใจใส่กับกลิ่นปากได้ตลอดเวลา ยิ่งหากต้องออกไปข้างนอก จะให้มานั่งแปรงฟันหรือบ้วนน้ำยาบ้วนปากใหม่อีกรอบก็คงจะไม่สะดวกเป็นแน่ ดังนั้นหากจำเป็นจึงต้องหาวิธีเร่งด่วนเฉพาะหน้าในการกำจัดกลิ่นปากแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ด้วยวิธีดี ๆ ดังนี้

1. ดื่มน้ำเปล่า

เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจแปรงฟันหรือบ้วนปากได้ อย่าได้คิดท้อหรือสิ้นหวัง เพราะการดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว จะสามารถช่วยชะล้างเศษอาหาร รวมถึงเชื้อแบคทีเรียบางส่วนให้ลงไปในกระเพาะอาหารได้ จึงทำให้กลิ่นปากที่มีลดลง ซึ่งน้ำในที่นี้จะเป็นน้ำอุ่น น้ำอุณหภูมิห้อง น้ำเย็นก็ได้ตามสะดวก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

2. ดื่มชา

หากมีความรู้สึกว่ากลิ่นปากเหมือนไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ถ้าสถานที่นั้นมีชาอยู่ ให้ลองหันมาดื่มชาดู ซึ่งควรเป็นชาร้อน เพราะจะสามารถช่วยให้ผ่อนคลาย และยังช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย เนื่องจากในใบชาดำและชาเขียว จะมีสารโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ จึงทำให้กลิ่นปากลดลงได้ แต่ไม่แนะนำให้ชาเขียวบรรจุขวดที่มีวางขายทั่วไป เพราะชาแบบนี้มีน้ำตาลสูง ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยดับกลิ่นปาก บางครั้งอาจเพิ่มกลิ่นปากด้วยซ้ำ

3. เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง

วิธีการลดกลิ่นปากที่ดีที่สุดก็คืองดของหวานทุกชนิด เพราะของหวานทุกชนิด เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว และไม่ได้แปรงฟัน น้ำตาลนั้นจะแปรสภาพพร้อมกับสร้างกลิ่นเหม็น ๆออกมา และความรู้สึกเปรี้ยว ๆ ในปาก ดังนั้นหากไม่ต้องการให้ใครที่อยู่ใกล้ๆเบือนหน้าหนีเพราะกลิ่นปาก ทางที่ดีอย่าแตะของหวานเลยดีที่สุด

4. เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งไม่ว่าจะเป็นสมัยไหนก็เป็นวิธีดับกลิ่นปากที่ดีแบบเร่งด่วนตลอดมา และสาเหตุที่หมากฝรั่งช่วยดับกลิ่นปากได้แบบทันใจสุด ๆ ก็เป็นเพราะการเคี้ยวหมากฝรั่ง ภายในปากจะหลั่งน้ำลายออกมาเพิ่มมากขึ้น จึงป้องกันไม่ให้แบคทีเรียในช่องปากส่งกลิ่นออกมา อีกทั้งยังช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันให้ออกไปได้ด้วย แต่ห้ามเคี้ยวนานเกิน 20 นาที เพราะนอกจากรสชาติจะหมดไป บรรดาเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียที่รวมอยู่ในหมากฝรั่งอาจกลับกลายเป็นตัวการเกิดกลิ่นปากได้แทน

5. ดื่มกาแฟ

ถ้าใครไม่ชอบดื่มชา อาจเลือกดื่มกาแฟเพื่อช่วยดับกลิ่นปากแบบเร่งด่วนได้เช่นกัน เพราะได้มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Tel Aviv พบว่าในการดื่มกาแฟดำ จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียนในช่องปาก อีกทั้งยังช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้ แต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียงด้วย เพราะกาแฟอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

6. เลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง

หากต้องมีการรับประทานอาหารก่อนไปทำกิจกรรมใดๆที่ต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่น ควรหันมาระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากขึ้นโดยเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ เช่น กระเทียม ต้นหอม กระเพรา หรือของหมักดอง แค่นี้กลิ่นปากไม่พึงประสงค์ก็จะไม่มากวนใจ

7. ดื่มนมสักแก้ว

หากใครทานกระเทียมแล้วอยากรีบดับกลิ่นปากแบบเร่งด่วน ให้หานมมาดื่มเลย เนื่องจากไขมันจากนมจะสามารถช่วยทำให้สารกำมะถันในกระเทียมมีความเป็นกลาง จนทำให้กลิ่นกระเทียมในลมหายใจสามารถลดลงได้ แต่ควรเป็นนมแบบธรรมดาเพราะนมแบบพร่องมันเนยไขมันจะน้อยหรืออาจไม่มีไขมัน จึงอาจทำให้ไม่ได้ผล

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

8. ทานแอปเปิ้ล

ผลไม้ที่มากคุณค่าอย่างแอปเปิล มีประโยชน์ในการลดกลิ่นปากแบบฉับพลันได้เช่นกัน แถมมีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากแค่เพียงหยิบแอปเปิลมารับประทานเท่านั้น สารในแอปเปิลจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทางเคมีออกมาจนช่วยดับกลิ่นปากที่แย่ได้ อีกทั้งยังทำให้ท้องอิ่มแบบไม่อ้วนได้ด้วย

9. เคี้ยวมะนาว

มะนาวอาจมีรสเปรี้ยวจนแทบทนไม่ไหว แต่กรดที่อยู่ในมะนาวสามารถดับกลิ่นปากแบบเฉพาะกิจได้เป็นอย่างดี เพียงมองหามะนาวชิ้นเล็ก ๆ หรืออาจนำมะนาวมาฝานแบบบาง ๆ แล้วมาเคี้ยวเล่นจนหมดรสชาติ ซึ่งหากทำแบบนี้ได้รับรองว่ากลิ่นปากไม่มารบกวน

10. รับประทานผักสด

การรับประทานผักสด ๆ เช่น แตงกวา แครอท ขึ้นฉ่าย หรือแอปเปิลสด ๆ จะมีไฟเบอร์จากผักผลไม้เหล่านี้ออกมา จึงสามารถช่วยให้กลิ่นปากหายไปได้ เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ได้เข้าไปช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายจึงสามารถสร้างสารมาต่อสู้กับแบคทีเรียในร่างกายได้มากขึ้น จึงส่งผลให้น้ำลายมีประสิทธิภาพในการขจัดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้ดีนั่นเอง

สำหรับวิธีการทั้ง 10 ข้อข้างต้น เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นปากเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่หากจะให้ดีควรกลับไปแก้ไขที่ต้นเหตุของกลิ่นปากจะดีที่สุด นั่นก็คือรักษาสุขภาพและสุขอนามัยของช่องปากให้ดี แปรงฟันให้สะอาด อย่าปล่อยให้มีฟันผุ ไม่ควรสูบบุหรี่และดื่มเหล้าเป็นประจำ ที่สำคัญอย่ารับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรงเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นทำยังไงกลิ่นปากก็คงไม่หายอย่างแน่นอน


30 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Bad breath: What causes it and what to do about it Blog Publishing. Harvard Health. (https://www.health.harvard.edu/blog/bad-breath-what-causes-it-and-what-to-do-about-it-2019012115803)
John P. Cunha, DO, FACOEP, Bad Breath (https://www.medicinenet.com/bad_breath/article.htm).

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป