โรคขาดวิตามินเอ โรคทางโภชนาการที่พบในเด็ก

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
โรคขาดวิตามินเอ โรคทางโภชนาการที่พบในเด็ก

โรคขาดวิตามินเอ มักพบบ่อยในเด็ก เนื่องจากวิตามินเอ ถือได้ว่าเป็นวิตามินชนิดหนึ่ง ที่สามารถละลายในไขมันได้ อีกทั้งยังคงพบได้มากในน้ำมันตับปลา ตับ ไข่แดง พืชใบเขียวทุกชนิด และผลไม้สีส้ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอโดยตรง โดยเฉพาะ ตับ ถือได้ว่าเป็นแหล่งสะสมของวิตามินเออย่างมากที่สุดเลยทีเดียว

สาเหตุหลัก ๆ ของการขาดวิตามินเอ

  1. เนื่องจากผู้ป่วยมีลักษณะขาดอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เลือกบริโภคข้าวเป็นหลัก เนื่องจากข้าวที่บริโภคกันอยู่นี้ ประกอบไปด้วยวิตามินเอค่อนข้างต่ำ หากไม่รับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินเอร่วมด้วย ย่อมส่งผลทำให้ขาดวิตามินเอได้อย่างแน่นอน
  2. มีผลมาจากการดูดซึม หรือการสะสม หรือแม้กระทั่งกลไกภายในร่างกายที่ผิดปกติไป เช่น การเกิดโรคท้องร่วงเรื้อรัง การเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยเป็นโรคท่อน้ำดีอุดตัน เป็นต้น
  3. ผู้ที่มีลักษณะรับประทานอาหารน้อย
  4. ผู้ที่ดื่มสุราอย่างเป็นประจำ

อาการโดยรวมของผู้ป่วยที่ขาดวิตามินเอ

ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินเอนั้น หากผู้ป่วยขาดวิตามินเอตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กเล็ก โรคขาดวิตามินเอย่อมส่งผลรุนแรงได้ในทันที

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

อาการที่เกิดขึ้นได้ต่อระบบการมองเห็น

  1. ผู้ป่วยอาจจะมีอาการตาบอดกลางคืน  ถ้าหากผู้ป่วยเป็นเด็ก ย่อมส่งผลทำให้มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน หรือในที่มืด ส่งผลทำให้เด็กหกล้มได้อย่างง่าย ๆ
  2. ผู้ป่วยมีลักษณะตาแห้ง อาการตาแห้งที่ว่านี้ คือ อาการของตาขาวมีลักษณะแห้งและมีรอยย่น สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า สะเก็ดปลากระดี่ แต่ความสามารถในการมองเห็นนั้น ยังคงเป็นปกติเช่นเดิม
  3. ผู้ป่วยอาจเป็นตาวุ้น สำหรับในระยะแรก ผู้ป่วยจะต้องพบเจอกับกระจกตาที่แห้งและขุ่น ซึ่งต่อมากระจกตาจะเหลว เนื่องจากโปรตีนมีการติดเชื้อได้ง่ายนั่นเอง

อาการที่เกิดขึ้นได้ต่อระบบสืบพันธุ์

สำหรับผู้ป่วยเพศชาย อาจจะมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายที่น้อยลง ส่วนผู้ป่วยเพศหญิง อัตราการผสมของไข่และน้ำเชื่อต่ำ พร้อมทั้งอัตราการเสียชีวิตของเด็กทารกในครรภ์เป็นไปได้สูง

อาการที่เกิดขึ้นต่อระบบการเจริญเติบโต

ในกลุ่มเด็กเล็กที่ขาดวิตามินเอ จะมีลักษณะการเจริญเติบโตช้า โดยเฉพาะกระดูกอ่อนและฟัน มีลักษณะการเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ส่งผลทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของเด็กกลุ่มนี้  มีการเจริญเติบโตที่ช้ามาก

อาการที่อาจจะเกิดขึ้นได้ต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ผู้ที่ขาดวิตามินเอ ย่อมมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ลดลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการสร้างเม็ดเลือดขาวที่ผิวหนัง ผนังลำไส้ และผนังหลอดลม ทำให้สามารถติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น และใช้ระยะเวลานานในการรักษาตัว

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินเอ

กลุ่มเด็กเล็กหรือทารก

  1. เด็กทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ หรือทารกที่ได้กินนมแม่ แต่กลับอย่าหรือเลิกกินนมแม่เร็วจนเกินไป และใช้เลี้ยงต่อด้วยนมชนิดอื่น ๆ เข้ามาทดแทน ซึ่งถือได้ว่าเป็นนมที่ไม่เหมาะสมต่อวัยของเด็กทารกโดยตรง
  2. เด็กที่ไม่ได้รับอาหารตามวัย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สมควร
  3. กลุ่มเด็กที่มักจะมีการติดเชื้ออยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด หรือแม้กระทั่งอีสุกอีใส เป็นต้น
  4. กลุ่มเด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทโปรตีนหรือแม้กระทั่งพลังงาน
  5. กลุ่มเด็ก ๆ ที่ไม่ได้รับบริการด้านสาธารณสุขที่มีความเหมาะสมกับวัยของพวกเขาอย่างแท้จริง

กลุ่มเด็ก ๆ ในวัยเรียนและผู้ใหญ่

  1. กลุ่มเด็ก ๆ ในวัยเรียนที่ขาดสารอาหารประเภทโปรตีนและพลังงานที่เหมาะสม ซึ่งไม่ได้บริโภคอาหารที่มีวิตามินเอเป็นหลัก
  2. สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร
  3. สตรีที่มักจะเลือกงดอาหารที่ดีและมีประโยชน์

การวินิจฉัยโรคจากแพทย์

สำหรับโรคขาดวิตามินเอ ถือได้ว่าเป็นโรคที่จะมีการวินิจฉัยเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้เกิดอาการป่วยอย่างชัดเจนแล้วเสียส่วนมาก โดยที่มักจะพบผู้ป่วยที่มีอาการต่าง ๆ ที่สามารถสื่อให้เห็นได้ว่า ผู้ป่วยอาจจะกำลังขาดวิตามินเอเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยที่มีกลุ่มเสี่ยงในการขาดสารอาหาร หรือผู้ป่วยที่มักจะเป็นโรคท้องร่วงเรื้อรัง ซึ่งแพทย์อาจจะทำการวินิจฉัย ด้วยการเจาะเลือดเพื่อที่จะตรวจหาระดับของวิตามินเอในร่างกายของผู้ป่วยโดยตรง

การป้องกันเพื่อไม่ให้เป็นโรคขาดวิตามินเอ

สำหรับเด็ก ๆ หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงว่าจะขาดวิตามินเอ  ควรป้องกันด้วยการให้วิตามินเอเพิ่มเติมประมาณ 200000 ยูนิตทุก ๆ 3-6 เดือนเป็นหลัก และที่สำคัญกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง ควรเน้นย้ำไปกับการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอให้มากยิ่งขึ้น โดยอาหารที่ประกอบไปด้วยวิตามินเอคือ  พืชใบเขียว และ ผลไม้สีเหลือง  โดยเฉพาะเด็ก ๆ หรือกลุ่มคนที่เป็นโรค Celiac disease และโรคตับอ่อนเรื้อรัง ส่งผลทำให้มีอาการท้องร่วงอย่างเป็นประจำ ควรได้รับวิตามินเอเพิ่มเติมโดยตรง

ถึงแม้ว่าโรคขาดวิตามินเอ ยังคงเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าหากคุณรู้จักป้องกันตนเอง เพื่อไม่ต้องพบเจอหรือเสี่ยงกับการเป็นโรคชนิดนี้ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณโดยรวมมากกว่า เนื่องจากวิธีการป้องกันโรคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก และทุกคนก็ยังคงสามารถทำได้กันอย่างแน่นอน เพียงแค่คุณหันมาใส่ใจ และดูแลสุขภาพ ด้วยการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์อย่างครบถ้วนให้มากยิ่งขึ้นก็เพียงพอ


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Vitamin A Deficiency: Background, Pathophysiology, Epidemiology. Medscape. (https://emedicine.medscape.com/article/126004-overview)
Vitamin A Deficiency in Children - UNICEF DATA. UNICEF DATA. (https://data.unicef.org/topic/nutrition/vitamin-a-deficiency/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
10 ประโยชน์ของแครอทกับผู้หญิง
10 ประโยชน์ของแครอทกับผู้หญิง

ผักหัวสีส้มรสหวานกรอบอร่อย ยิ่งกิน ยิ่งสวย และสุขภาพดี

อ่านเพิ่ม
วิตามินเอสำคัญอย่างไร
วิตามินเอสำคัญอย่างไร

ทำความรู้จักประโยชน์ของวิตามินเอรอบด้าน และปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน

อ่านเพิ่ม