กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
มะเร็งและโรคร้าย

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

หนึ่งในวิธีป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่ง่าย และมีประสิทธิภาพมากถึง 70% หากได้รับวัคซีนในช่วงที่เหมาะสม
เผยแพร่ครั้งแรก 17 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 7 ต.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 5 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกคือ การติดเชื้อจากไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่งสายพันธุ์ไวรัส HPV ที่มีความเสี่ยงสูงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ได้แก่ สายพันธุ์ 16 และ 18 ส่วนสายพันธุ์ไวรัส HPV ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ สายพันธุ์ 6 และ 11
  • ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ได้แก่ ชนิด 2 สายพันธุ์ ครอบคลุมสายพันธุ์ 16 และ 18 และชนิด 4 สายพันธุ์ ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 
  • วัคซีนในปัจจุบันสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้เพียง 70% ดังนั้นผู้หญิงทุกคนที่ได้รับการฉีดวัคซีน HPV แล้ว ก็ยังต้องเข้ารับการตรวจภายในและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำตามแพทย์แนะนำ
  • วัคซีน HPV จะให้ผลป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้สูงสุดก็ต่อเมื่อได้รับวัคซีนก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในชีวิต แต่หากมีเพศสัมพันธ์แล้วไปฉีดวัคซีนป้องกัน ประสิทธิภาพการป้องกันก็จะลดลงตามลำดับ
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจฉีดวัคซีน HPV

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงทั่วโลกรวมทั้งผู้หญิงไทย เพราะระยะแรกๆ ของโรคจะไม่แสดงอาการใดๆ ทำให้กว่าจะตรวจพบมะเร็ง โรคก็มักเข้าสู่ระยะท้ายๆ แล้ว นั่นจึงทำให้การรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรและนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด  

อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งปากมดลูกก็เป็นมะเร็งไม่กี่ชนิดที่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคหลายวิธี รวมทั้งมีวัคซีนป้องกันการเกิดโรคที่มีประสิทธิภาพนั่นก็คือ วัคซีนเอชพีวี (HPV) เนื่องจากสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกคือ การติดเชื้อจากไวรัสชนิดเอชพีวี 

หากคุณเป็นผู้หญิง หรือมีคนใกล้ตัวเป็นผู้หญิง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จักโรคมะเร็งปากมดลูกแบบทุกซอกทุกมุมเพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้ ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักวัคซีนเอชพีวีซึ่งสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 

สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก 

สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกคือ การติดเชื้อจากไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus : HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีหลากหลายสายพันธุ์ทั้งชนิดที่รุนแรงเป็นอันตรายและชนิดที่ไม่เป็นอันตราย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 3467 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

สายพันธุ์ไวรัส HPV ที่มีความเสี่ยงสูงก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ สายพันธุ์ 16 และ 18 ส่วนสายพันธุ์ไวรัส HPV ที่มีความเสี่ยงต่ำในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้แก่ สายพันธุ์ 6 และ 11 

การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย หรือผู้หญิงที่มีเชื้อ HPV นอกจากนี้เชื้อ HPV ยังสามารถก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้ เช่น มะเร็งทวารหนัก หูดหงอนไก่ ซึ่งทั้งสองโรคนี้สามารถพบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

วัคซีนเอชพีวี (HPV)

วัคซีนคือ สารทางชีววิทยาเฉพาะแต่ละโรค เมื่อร่างกายได้รับวัคซีนของเชื้อชนิดใด (อาจเป็นเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย) วัคซีนนั้นๆ จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันต้านทานการเกิดโรค หรือการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคนั้นๆ ได้

ภายหลังจากได้รับวัคซีน ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคติดเชื้อเอชพีวี ดังนั้นเมื่อได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวี ร่างกายจึงมีภูมิคุ้มกันต้าน ทาน ทำให้ไม่เกิดการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั่นเอง

ประเภทของวัคซีน HPV

ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ได้แก่

  1. ชนิด 2 สายพันธุ์ ครอบคลุมสายพันธุ์ 16 และ 18
  2. ชนิด 4 สายพันธุ์ ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18

วัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ18 ได้มากถึง 70% ส่วนวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้หญิงวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 551 บาท ลดสูงสุด 8195 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 6

ปัจจุบันการฉีดวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกใช้การฉีดเข้ากล้ามเนื้อและต้องฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยมีวิธีการฉีดดังนี้ กล่าวคือ 

วัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์

  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เมื่อต้องการฉีด
  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ภายหลังการฉีดเข็มแรก 2 เดือน (ในเด็ก หรือวัยรุ่นก่อนอายุ 15 ปี ให้ฉีดเพียง 2 เข็ม โดยฉีดห่างกัน 6-12 เดือน (จากเข็มแรก))
  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ภายหลังการฉีดเข็มแรก 6 เดือน  จึงจะได้ประสิทธิภาพในการป้องกัน โรคมะเร็งปากมดลูกสูงสุด 

วัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์

  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เมื่อต้องการฉีด
  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ภายหลังการฉีดเข็มแรก 1 เดือน (ในเด็ก หรือวัยรุ่นก่อนอายุ 15 ปี ให้ฉีดเพียง 2 เข็ม โดยฉีดห่างกัน 6-12 เดือน (จากเข็มแรก))
  • ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ภายหลังการฉีดเข็มแรก 6 เดือน จึงจะได้ประสิทธิภาพในการป้องกัน โรคมะเร็งปากมดลูกสูงสุด

หลังจากได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานสามารถป้องกันการติดเชื้อขึ้นภายใน 1 เดือน ส่วนระยะเวลาในการป้องกันโรคของวัคซีน เชื่อว่า สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้นานอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 4-6 ปี แต่ยังไม่มีข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนยาวเกินกว่า 10 ปี 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีน HPV ควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อ HPV นั่นคือก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

อ่านเพิ่มเติม: วัคซีน HPV คืออะไร? ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% เลยหรือไม่?

ข้อดีของการฉีดวัคซีน HPV

  • มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันไวรัส HPV ได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
  • ผลข้างเคียงน้อยมาก อาจมีอาการปวด บวม แดง คัน ไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ อาการนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เอง แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น ช็อก และอาจเสียชีวิต ได้ (โอกาสเกิดน้อยมาก) ในผู้มีประวัติภูมิแพ้รุนแรง หรือเคยแพ้วัคซีนครั้งแรก แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน
  • สามารถฉีดร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้จริงหรือ ?

เนื่องจากเชื้อเอชพีวีมีหลากหลายสายพันธุ์ประมาณ 100 สายพันธุ์ย่อย แต่วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบัน ป้องกันได้เพียงโรคที่เกิดจาก 2 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก จึงสามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้เพียง 70% เท่านั้น

ดังนั้นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนถูกต้องแล้วก็ยังมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากสายพันธุ์เอชพีวีย่อยอื่นๆ ได้ประมาณ 30% จึงควรต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยให้เกิดการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้หญิงวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 551 บาท ลดสูงสุด 8195 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 6

หนึ่งในสาเหตุที่อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้คือ การมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม

ดังนั้นเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ การตรวจ STD ทั้งตัวคุณเองและคู่นอนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ  

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันโรคอื่น ๆ ที่เกิดจากไวรัสเอชพีวีได้หรือไม่ ?

คุณสมบัติของวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในการป้องกันโรคมะเร็งอื่นๆ ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชพีวี เช่น โรคมะเร็งคอหอย ส่วนปาก (oropharynx) โรคมะเร็งช่องคลอด และโรคมะเร็งทวารหนักยังอยู่ในระหว่างการศึกษา

ฉีดวัคซีนแล้วยังต้องตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกอีกหรือไม่ ?

ดังที่กล่าวแล้วว่า วัคซีนในปัจจุบันสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้เพียง 70% ดังนั้นผู้หญิงทุกคนที่ได้รับการฉีดวัคซีน HPV แล้ว ก็ยังคงต้องเข้ารับการตรวจภายในและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำตามแพทย์แนะนำ

ปัจจุบันมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็ให้ความแม่นยำและประสิทธิผลแตกต่างกันไป เช่น การตรวจแป๊ป สเมียร์ (Pap smear) การตรวจแบบตินแพร็พ (ThinPrep) และการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test) อีกทั้งยังมีค่าบริการการตรวจที่แตกต่างกัน 

ทั้งนี้การตรวจแป๊ป สเมียร์ จัดเป็นวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีราคาถูกที่สุด

ใครบ้างที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน ?

วัคซีน HPV จะให้ผลป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้สูงสุดก็ต่อเมื่อ ได้รับวัคซีนก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในชีวิต 

ดังนั้นในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงแนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีนในเด็กผู้หญิงอายุ 9-12 ปี (การศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า เด็กผู้หญิงในสหรัฐอเมริกามักเริ่มมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีอายุประมาณ 13 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้ในประเทศไทย) 

สำหรับประเทศอื่นๆ มีคำแนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีนในเด็กผู้หญิงตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปเช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นวัยที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว วัยนี้ยังเป็นวัยที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้ดี โดยการฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้ง จะได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการฉีด 3 ครั้ง ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ส่วนผู้หญิงในวัย 13-26 ปี ทั้งที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วและยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์สามารถรับวัคซีนได้ แต่ผลในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกอาจลด ลงหากเคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 

ส่วนเด็กผู้ชายอายุ 9 – 26 ปี สามารถฉีดวัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ เพื่อป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักได้ โดยเน้นให้ฉีดวัคซีนช่วงอายุ 11 – 12 ปี

อ่านเพิ่มเติม: รวมราคาวัคซีน HPV 2020

ผู้หญิงที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ฉีดวัคซีนได้หรือไม่ ?

ปัจจุบันยังไม่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีนในผู้หญิงที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เพราะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกไม่ใช่วัคซีนชนิดเชื้อเป็น แต่วัคซีนอาจให้ผลในการป้องกันโรคได้ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วไป 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษายืนยันในเรื่องนี้ ผู้ป่วยควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เป็นรายๆ ไป

หากตั้งครรภ์หลังจากได้รับวัคซีนไปแล้ว 1-2 ครั้ง จะทำอย่างไร ?

จะฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรได้หรือไม่? เนื่องจากวัคซีนผลิตจากสารบางส่วนของเชื้อไวรัส ไม่ใช่วัคซีนเชื้อเป็นจึงไม่น่าจะมีผลต่อทารกในครรภ์ 

อย่างไรก็ตาม กองควบคุมโรค ของประเทศสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control Prevention : CDC) ได้แนะนำว่า ไม่ควรให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ เพราะยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจนถึงความปลอดภัยในกรณีนี้ ดังนั้นจึงควรรับวัคซีนครั้งต่อไปภายหลังคลอดแล้ว 

เรื่องเหล่านี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา ดังนั้นในกรณีนี้จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การฉีดวัคซีนก่อน 

แนะนำว่า ผู้ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี หรือในระยะเวลาตามคำแนะนำของแพทย์ 

นอกจากนี้หากมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายควรสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีก็จะสามารถลดโอกาสการติดเชื้อเอชพีวีลงได้บ้าง แม้จะน้อยกว่าการฉีดวัคซีนก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ป้องกันใดๆ เลย 

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจฉีดวัคซีน HPV จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน HPV 


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
World Health Organization (WHO), Vaccinating against cervical cancer (https://www.who.int/bulletin/volumes/85/2/07-020207/en/), 24 September 2020.
Planned Parenthood, Should I get the HPV vaccine? (https://www.plannedparenthood.org/learn/stds-hiv-safer-sex/hpv/should-i-get-hpv-vaccine), 3 October 2020.
NHS (National Health Service), HPV vaccine overview (https://www.nhs.uk/conditions/vaccinations/hpv-human-papillomavirus-vaccine/), 3 October 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
6 สิ่งที่ผู้หญิงมักทำผิดพลาดเป็นประจำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
6 สิ่งที่ผู้หญิงมักทำผิดพลาดเป็นประจำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

สิ่งที่คุณต้องทำก่อน ระหว่าง และหลังจากตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้ว

อ่านเพิ่ม
มะเร็งปากมดลูก: สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย การรักษา และ วัคซีนป้องกัน
มะเร็งปากมดลูก: สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย การรักษา และ วัคซีนป้องกัน

รู้จักสาเหตุของมะเร็งปาดมดลูก วิธีรักษา และข้อควรรู้อื่นๆ เพื่อป้องกันโรคดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่ม
มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)
มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

รู้จักมะเร็งปากมดลูกในทุกแง่มุม ทั้งสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง วิธีการรักษา ทำความเข้าใจและป้องกันก่อนจะสายเกินไป

อ่านเพิ่ม