กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

เอชพีวี (HPV)

เผยแพร่ครั้งแรก 24 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เชื้อ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อหากันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสรอยโรคโดยตรง อีกทั้งสายพันธุ์เชื้อไวรัสของโรคนี้ยังมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ด้วย
  • กลุ่มผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อ HPV คือ ผู้ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย อายุน้อยกว่า 25 ปี ผู้ชายที่ได้ขลิบอวัยวะเพศ
  • เชื้อ HPV สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน และงดมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งวัคซีนจะจะสามารถป้องโรคได้ดีที่สุด ก็คือ เมื่อฉีดก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
  • โรคมะเร็ง คือ โรคแทรกซ้อนที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ HPV มากที่สุด โดยเฉพาะโรคมะเร็งปากมดลูกที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตัวนี้มากถึง 70%
  • คุณควรมีพฤติกรรมทางเพศที่ถูกสุขอนามัย สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือหากไม่มั่นใจว่า ตนเองติดเชื้อใดๆ จากคู่นอนมาก่อนหรือไม่ ก็สามารถไปตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับแพทย์ได้ (ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่นี่)

ความหมายของเชื้อ HPV

HPV คือ ชื่อย่อของเชื้อไวรัสชื่อว่า "Human Papilloma Pirus" อยู่ในตระกูลไวรัสพาพิลโลมา (Papilloma virus) ซึ่งมีมากกว่า 150 สายพันธุ์ย่อย เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่เยื่อบุผิว รวมถึงก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศ และทวารหนักทั้งในผู้หญิง และผู้ชาย 

โดยปกติแล้วเชื้อไวรัส HPV จะหายไปได้เองภายใน 1-2 ปีหลังจากติดเชื้อ แต่ก็มีผู้ป่วยบางส่วนที่เชื้อที่จะติดฝังแน่นอยู่ในร่างกาย ซึ่งเชื้อเหล่านี้ก็คือ สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ที่อาจอาศัยในร่างกายนานถึง 10-15 ปี โดยไม่แสดงอาการ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ประเภทของเชื้อ HPV

เชื้อ HPV จะสามารถอาศัยอยู่ในเซลล์เยื่อบุผิวหนัง และในเยื่อมูกที่ปกคลุมหลายส่วนของร่างกาย เช่น

  • ภายในจมูก ปาก และลำคอ
  • ด้านในของเปลือกตา
  • ด้านในของผิวหนังและท่อปัสสาวะที่องคชาติ
  • ช่องคลอด ปากมดลูกและอวัยวะเพศภายนอก
  • ทวารหนัก

เชื้อ HPV ที่พบในปัจจุบันมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยประมาณ 75% ของจำนวนสายพันธุ์ที่พบ สามารถทำให้เกิดหูดที่ผิวหนัง เช่น บริเวณแขน หน้า หน้าอก มือ และเท้า (อ้างอิงจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา) 

นอกจากนี้ ยังมีเชื้อ HPV อีกประมาณ 40 สายพันธุ์ที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศได้ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 

  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย (Low risk type) คือ เชื้อไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น สายพันธุ์ 6 และ 11 แต่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ได้
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) คือ เชื้อที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ เช่น สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 68, 69, 73, 82  โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากถึง 70%
    ทั้งนี้มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม

คุณติดเชื้อ HPV ได้อย่างไร

เชื้อ HPV สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ส่วนมากมักได้รับเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก 

ส่วนมาก ผู้ชายมักเป็นฝ่ายนำเชื้อ HPV ไปสู่ผู้หญิงโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คู่นอนของคุณนอกใจ เพราะไม่มีใครไม่สามารถตอบได้ว่า ได้รับเชื้อมาเมื่อไร

นอกจากนี้ เชื้อ HPV ที่ก่อให้เกิดหูดที่ผิวหนัง ก็สามารถติดต่อหากันได้ด้วยการสัมผัสจากรอยโรคโดยตรง ทั้งยังสามารถแพร่เชื้อนี้ไปยังบุคคลอื่น หรืออวัยวะส่วนอื่นของตัวคุณเองได้ด้วย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นหูดที่ผิวหนัง ประกอบด้วยเด็กเล็ก กลุ่มวัยรุ่น ผู้ที่ชอบกัดนิ้ว และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง 

อาการของการติดเชื้อ HPV อาจเกิดขึ้นหลายปีหลังจากติดเชื้อ และสามารถแพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้ในช่วงที่ไม่มีอาการ จึงทำให้เชื้อนี้แพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ง่าย โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า ตนเอง หรืออีกฝ่ายมีเชื้อ HPV อยู่

ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ HPV 

  • ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV
  • มีคู่นอนหลายคน
  • มีคู่นอนที่มีคู่นอนหลายคน
  • มีอายุน้อยกว่า 25 ปี
  • เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 16 ปี
  • เป็นผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ
  • เป็นผู้หญิงที่มีคู่นอนเป็นชายที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ

การวินิจฉัยโรคติดเชื้อ HPV

แพทย์สามารถตรวจคัดกรองการติดเชื้อ HPV ได้จากวิธีหลักๆ ดังต่อไปนี้

  1. การตรวจ Papanicolaou Smear หรือ "แปบเสมียร์ (Pap smear)" แพทย์จะใช้แผ่นไม้บางๆ เล็กๆ รูปร่างคล้ายไม้พายป้ายบริเวณรูปากช่องคลอด ก่อนจะนำมาป้ายบนสไลด์แล้วนำไปย้อมสี จากนั้นจึงนำมาส่องดูลักษณะของเซลล์
    หากมีการติดเชื้อจะพบว่า ลักษณะเซลล์มีความผิดปกติไปจากเดิม 
  2. การตรวจด้วยเทคนิคที่เรียกว่า "Liquid-based solution" การตรวจจะคล้ายคลึงกับการตรวจแปบสเมียร์ แต่จะเป็นการเก็บเซลล์ที่จะตรวจในน้ำยาเฉพาะ แทนการป้ายเซลล์บนแผ่นแก้ว (Slide) ซึ่งจะให้ความแม่นยำในการตรวจสูงกว่าการตรวจแปบสเมียร์ 
  3. การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อ ซึ่งสามารถบอกได้ถึงชนิดของเชื้อ HPV ว่า เป็นกลุ่มที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งสูง หรือต่ำ

การรักษาโรคติดเชื้อ HPV

ภาวะติดเชื้อ HPV ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อชนิดนี้มักหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป โดยหากตรวจพบเชื้อ แพทย์จะนัดมาติดตามอาการเพื่อดูว่า เชื้อยังคงอยู่หรือไม่ และมีสัญญาณที่แสดงว่า เชื้อทำให้เกิดเซลล์มะเร็งขึ้นหรือไม่ 

หากแพทย์พบว่า มีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้น แพทย์จะได้ให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยการรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีเซลล์มะเร็งจากเชื้อไวรัส HPV ได้แก่ การทำเคมีบำบัด การฉายรังสี และการผ่าตัด ซึ่งอาจใช้หลายวิธีร่วมกันได้

ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคหูดหงอนไก่จากเชื้อ HPV สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา การจี้หูดด้วยไฟฟ้า หรือการจี้ด้วยความเย็น แต่การกำจัดหูดออกก็ไม่ได้ช่วยกำจัดไวรัสด้วยแต่อย่างใด และมีโอกาสที่จะเกิดหูดหงอนไก่ขึ้นอีกครั้งได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การรักษาเพื่อยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งจากเชื้อ HPV

ในผู้หญิงบางคนที่ติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดการเจริญของเซลล์ระยะก่อนเป็นมะเร็งบริเวณผิวของปากมดลูก ซึ่งในเวลาต่อมา ก็จะสามารถเกิดเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้ในภายหลัง 

เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดนั้น มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ HPV อ้างอิงจากศูนย์ป้องและควบคุมโรค 70% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูก จะเกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 

ดังนั้นการตัดเซลล์ผิดปกติที่ยังไม่เป็นมะเร็งออกก่อน จึงช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ การมีเซลล์ผิดปกติระดับรุนแรงสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดหลายวิธี เช่น

  • ไครโอเซอเจอรี่ (Cryosurgery)
  • การทำเลเซอร์
  • โคลด์ ไนฟ์ โคไนเซชั่น (Cold knife conization) หรือ โคลด์ ไนฟ์ โคน ไอออบซี (Cold Knife Cone Biopsy) ซึ่งเป็นการตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติด้วยมีด หรือเลเซอร์เป็นรูปโคน
  • การผ่าตัดด้วยไฟฟ้า

ในบางกรณีแพทย์อาจต้องตัดมดลูกออกบางส่วน หรือทั้งหมดด้วย แต่พบได้น้อย

การติดเชื้อ HPV สามารถรักษาหายได้หรือไม่

ยังไม่มียาฆ่าเชื้อ HPV ได้โดยเฉพาะ แต่มีวิธีดูแลหลายทางที่สามารถทำได้เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัย 

ยิ่งไปกว่านั้น HPV ยังสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ได้  

นอกจากนี้ โดยส่วนใหญ่ร่างกายของเราจะสามารถต่อสู้กับไวรัส HPV ได้ ก่อนที่มันจะทำอันตรายต่อร่างกาย และก่อนที่คุณจะรู้ว่า ตนเองติดเชื้อ HPV ด้วยซ้ำ 

เชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ ดังนั้นการตรวจแป้บ (Pap) เพื่อคัดกรองเซลล์ผิดปกติ และ / หรือการตรวจหาเชื้อ HPV เป็นประจำ คือ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก

การป้องกันเชื้อ HPV

  • วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันคือ การไม่มีเพศสัมพันธ์ แต่หากต้องการมีเพศสัมพันธ์ ให้สวมถุงยางอนามัยป้องกันทุกครั้ง และยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน และลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น การไปสถานบริการทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย 
  • ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV โดยควรฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธ์ุ ที่สามารถป้องกันได้ทั้งโรคหูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งอื่นๆ จากการติดเชื้อนี้ ปัจจุบันผู้ชายสามารถฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ได้ ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี ส่วนผู้หญิงฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี
  • เข้ารับการตรวจภายในเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงจากมะเร็งปากมดลูก เพราะแม้จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันแล้วก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งชนิดนี้ หรือมะเร็งอื่นๆ ได้

คำถามจากผู้ป่วยเกี่ยวกับเชื้อ HPV

ไวรัส HPV ในผู้ชายเป็นอันตรายมากไหมครับ?

คำตอบ: ไวรัส HPV เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อนี้จึงพบได้บ่อยในผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และการติดเชื้อ HPV บางชนิดยังมีความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงด้วยค่ะ

สำหรับผู้ชายการติดเชื้อชนิดนี้อาจทำให้เกิดโรคหูดที่อวัยวะเพศ และที่ทวารหนัก หรือที่เรียกกันว่า "หูดหงอนไก่" รวมถึงมะเร็งบริเวณช่องทวาร มะเร็งอวัยวะเพศ และมะเร็งบริเวณช่องปาก หรือบางรายอาจไม่มีอาการใดๆ หลังได้รับเชื้อ 
ตอบโดย วิภา สุวรรณชีวะศิริ (พญ.)

เด็กสามารถเริ่มฉีดวัคซีน HPV ได้ตั้งแต่กี่ขวบคะ?

คำตอบ: สำหรับอายุของผู้ฉีด งานวิจัยชุดแรกทำในคนอายุ 9-26 ปี จึงเป็นคำแนะนำมาตรฐานว่า วัคซีนนี้เหมาะสำหรับคนอายุ 9-26 ปี แต่ภายหลังก็มีงานวิจัยอื่นๆ ที่ชี้ว่า อายุมากกว่านี้ก็สามารถฉีดได้ครับ
ตอบโดย Dr.Chaiwat J.(หมอเปี๊ยก) (นพ.)

การเลือกฉีดวีคซีนป้องกัน HPV มีความคุ้มค่าเพียงใด?

คำตอบ 1: การฉีดวัคซีน HPV จะได้ประโยชน์สูงสุด ถ้าฉีดก่อนที่จะติดเชื้อ HPV หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะการติดเชื้อ HPV ส่วนมากเกือบทั้งหมดเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อ HPV อยู่ ซึ่งผู้ชายจะไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็นก่อนได้เลย

การฉีดวัคซีน HPV สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป โดยในต่างประเทศจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 12-14 ปี ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1. ส่วนมากยังไม่มีเพศสัมพันธ์  2. ยังไม่ติดเชื้อ HPV และ 3. วัคซีนสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าในผู้ใหญ่ 

แต่หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ยังจะควรฉีดอยู่ดี เพราะเชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ ที่พบได้บ่อย คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 นอกจากนี้ วัคซีนบางชนิดยังมีการเสริมสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้สามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็งอื่นๆได้ 

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมีเพศสัมพันธ์แล้วก็เป็นไปได้ว่า อาจยังไม่เคยติดเชื้อ HPV หรือหากติดเชื้อมาแล้วก็ยังได้ประโยชน์จากวัคซีนอยู่ เนื่องจากยังสามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้
ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

คำตอบ 2: วัคซีน HPV จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกเฉพาะสายพันธ์ุที่วัคซีนนั้นผลิตเท่านั้น และจะป้องกันโรคหูดหงอนไก่เฉพาะสายพันธ์ุที่ผลิตในวัคซีน ส่วนสายพันธ์อื่นๆ ป้องกันไม่ได้ 

ดังนั้นหลังฉีดวัคซีนแล้ว คุณยังคงต้องตรวจหามะเร็งปากมดลูกอยู่เสมอด้วยการทำแปปสเมียร์ เพราะวัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นได้ และแม้ว่าจะฉีดวัคซีนครบ คุณก็ต้องมีความตระหนักในการมีพฤติกรรมทางเพศที่สุขอานามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยค่ะ
ตอบโดย วลีรักษ์ จันทร (พว.)

คำตอบ 3: วัคซีน HPV สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ค่ะ แต่เนื่องจากวัคซีนมีราคาค่อนข้างสูง (เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนชนิดอื่นๆ ที่ใช้ในการป้องกันโรค) ดังนั้นการเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคลค่ะ 

ความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม ส่วนระยะเวลาในการป้องกันโรคของวัคซีนยังคงต้องติดตามผลต่อไป 

เนื่องจากวัคซีนยังไม่มีข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนยาวเกินกว่า 10 ปี และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีน HPV ควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อ HPV นั่นคือ ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งวัคซีนนี้สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9–26 ปี
ตอบโดย รัชนี รุ่งราตรี (พญว.)

อายุ 24 สามารถไปฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เปล่าคะ แล้วเข็มละเท่าไหร่คะ ค่าใช้จ่ายแต่ละโรงพยาบาล เท่ากันเปล่าคะ?

คำตอบ: อายุ 24 ปี ถ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้เลยค่ะ 

แต่หากคุณเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว คุณควรตรวจแปปสเมียร์เพื่อหาเชื้อ HPV ก่อน เพราะถ้าได้รับเชื้อไวรัส HPV มาแล้ว วัคซีนนี้จะไม่สามารถช่วยป้องกัน หรือรักษาได้ค่ะ ส่วนราคาของวัคซีน โดยเฉลี่ยเข็มละ 2,000-4,000 บาทค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า เป็นวัคซีนชนิดกี่สายพันธุ์

โดยปกติ หากไปรับวัคซีรที่โรงพยาบาลของรัฐ ราคาจะถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนนะคะ ดังนั้นให้คุณลองสอบถามโรงพยาบาลที่สะดวกจะไปรับบริการก่อนได้ค่ะ 
ตอบโดย ศิรินทิพย์ ผอมน้อย (นักจิตวิทยาคลินิก)

HPV แม้จะมีอันตรายสูง ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้ แต่อย่างน้อยโรคนี้ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันให้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรค และอีกวิธีป้องกันโรคนี้ซึ่งทำได้ง่ายๆ ก็คือ มีเพศสัมพันธ์อย่างถูกสุขอนามัยทุกครั้ง

ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


16 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer. World Health Organization (WHO). (https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus-(hpv)-and-cervical-cancer)
HPV - Human Papillomavirus | Pap Smear. MedlinePlus. (https://medlineplus.gov/hpv.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเดียวกันในช่วงๆเวลาใกล้กันได้หรือไม่คะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เชื้อ HPV เกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ถ้าได้..สามารถตรวจเช็คได้ทางไหนบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เรื่องความเข้มข้นของเลือดในการบริจาคเลือดค่ะ เคยบริจาคได้ แต่สองสามปีมานี้ ทั้งพักผ่อน อกล ก็ยังไม่สามารถบริจาคเลือดได้ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม