Aldosterone และ Renin

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตรวจ Aldosterone และ Renin จากเลือด เพื่อประเมินการทำงานของต่อมหมวกไต พร้อมวิธีปฏิบัติเพื่อให้ผลการตรวจแม่นยำยิ่งขึ้น
เผยแพร่ครั้งแรก 7 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
Aldosterone และ Renin

การตรวจ Aldosterone และ Renin โดยเก็บตัวอย่างจากเลือดไปทดสอบ ทำเพื่อประเมินว่าต่อมหมวกไตมีความผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะ Primary aldosteronism (PA) ที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงหรือไม่

ชื่ออื่น: Aldosterone and Plasma Renin Activity, PRA

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ชื่อทางการ: Aldosterone, Serum; Aldosterone, Urine; Renin

จุดประสงค์การตรวจ Aldosterone และ Renin

การตรวจ Aldosterone และ Renin ทำเพื่อประเมินว่าต่อมหมวกไตกำลังทำงานตามปกติหรือไม่ การตรวจเหล่านี้มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับตรวจหาภาวะ Primary aldosteronism (PA) หรือ Conn’s syndrome ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูง

ระดับของอัลดอสเตอโรนและเรนินจะมีค่ามากที่สุดในตอนเช้าและจะผันผวนตลอดวัน การทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน ความเครียด และการรับประทานยาหลายชนิด สามารถส่งผลต่อระดับของอัลดอสเตอโรนและเรนินได้ทั้งนั้น

เมื่อไรที่ต้องตรวจ Aldosterone และ Renin?

แพทย์มักตรวจ Aldosterone และ Renin พร้อมกัน เมื่อผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงและมีโพแทสเซียมต่ำ แต่ถึงแม้โพแทสเซียมอยู่ในระดับปกติ ก็อาจต้องได้รับการตรวจหากไม่สามารถควบคุมภาวะนี้ด้วยยาทั่วไปได้ เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีภาวะ Primary aldosteronism

หากแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยมีภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตหรือโรคแอดดิสัน ก็อาจจะตรวจระดับของอัลดอสเตอโรนควบคู่กับการตรวจประเภทอื่นๆ เช่น การตรวจ ACTH Stimulation ที่มีการตรวจระดับของอัลดอสเตอโรนควบคู่กับคอร์ติซอล ซึ่งมีจุดประสงค์ดังนี้

  • ตรวจหาโรคแอดดิสัน
  • ตรวจการทำงานของต่อมใต้สมอง
  • ตรวจหาเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง

หากผลตรวจเป็นปกติ คอร์ติซอลจะเพิ่มขึ้น และอัลดอสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น หลังจากกระตุ้นโดย ACTH

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

วิธีเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจ Aldosterone และ Renin

ผู้เข้ารับการตรวจจะถูกเข็มเจาะที่เส้นเลือดดำเพื่อเก็บตัวอย่างเลือดสำหรับวัดปริมาณของอัลดอสเตอโรนและเรนิน นอกจากนี้ผู้เข้ารับการตรวจอาจต้องเก็บปัสสาวะในช่วง 24 ชั่วโมง เพราะระดับของอัลดอสเตอโรนในเลือดจะผันผวนตลอดวัน

ในบางกรณี อาจต้องเก็บตัวอย่างเลือดจากไตหรือเส้นเลือดดำที่ต่อมหมวกไตโดยใช้สายสวน ซึ่งจะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้คุณจัดอิริยาบทให้อยู่ในลักษณะตั้งตรงหรือนอนราบระยะหนึ่งก่อนเก็บตัวอย่าง 15-30 นาที นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งให้คุณหลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม อาหาร หรือยาบางชนิดก่อนเข้ารับการตรวจ

รายละเอียดการตรวจ Aldosterone และ Renin

อัลดอสเตอโรน (Aldosterone) เป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่รักษาระดับความเข้มข้นของโซเดียมและโพแทสเซียมในเลือด ควบคุมปริมาณเลือด และความดันโลหิต ในขณะที่เรนิน (Renin) เป็นเอนไซม์ที่ควบคุมการผลิตอัลดอสเตอโรน

ต่อมหมวกไตจะผลิตฮอร์โมนอัลดอสเตอโรน ส่วนไตจะผลิตเรนินเพื่อควบคุมการทำงานของฮอร์โมน Angiotensin ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้ไปช่วยกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ผลิตอัลดอสเตอโรน โดยไตจะหลั่งเรนินเมื่อความดันโลหิตลดลง เพื่อให้ต่อมหมวกไตผลิตอัลดอสเตอโรน ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและรักษาระดับของโซเดียมและโพแทสเซียมให้อยู่ในระดับปกติ

มีหลายภาวะที่อาจทำให้ต่อมหมวกไตผลิตอัลดอสเตอโรนมากหรือน้อยเกินไป ด้วยความที่เรนินและ อัลดอสเตอโรนสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แพทย์จึงมักตรวจสารเหล่านี้พร้อมกันเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้น

การตรวจ Aldosterone suppression เพื่อใช้ยืนยันการวินิจฉัยภาวะ Primary aldosteronism มีวิธีการตรวจ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3
  • แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้เข้ารับการตรวจรับทานอาหารที่มีเกลือสูงเป็นเวลา 3 วัน ก่อนตรวจอัลดอสเตอโรนและโซเดียมในปัสสาวะ
  • ผู้เข้ารับการตรวจอาจถูกฉีดน้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดดำ แล้วค่อยวัดระดับของอัลดอสเตอโรน
  • ผู้เข้ารับการตรวจอาจต้องทานอาหารที่มีเกลือสูง และได้รับยา Fludrocortisone ก่อนจะถูกวัดระดับของอัลดอสเตอโรน

ความหมายของผลตรวจ Aldosterone และ Renin

ตารางด้านล่างบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเรนิน อัลดอสเตอโรน และคอร์ติซอลที่เกิดขึ้นในผู้ที่มีความผิดปกติต่างกัน

โรค

อัลดอสเตอโรน

คอร์ติซอล

เรนิน

Primary aldosteronism

สูง

ปกติ

ต่ำ

Secondary aldosteronism

สูง

ปกติ

สูง

โรคแอดดิสัน

ต่ำ

ต่ำ

สูง

กลุ่มอาการคูชชิ่ง

ต่ำ

สูง

ต่ำ

ภาวะ Primary aldosteronism เกิดจากการที่ต่อมหมวกไตผลิตอัลดอสเตอโรนมากเกินไป โดยมักเกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง การมีระดับของอัลดอสเตอโรนสูงทำให้การดูดกลับโซเดียมเพิ่มขึ้น และไตจะทำลายโพแทสเซียม ซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหาอิเล็กโทรไลต์เสียสมดุล ผู้ป่วยจะมีสัญญาณและอาการต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ และกล้ามเนื้ออ่อนแอ

บางครั้งอาจต้องเก็บเลือดจากเส้นเลือดดำของต่อมหมวกไตทั้งสองข้าง เพื่อที่จะพิจารณาว่าต่อมหมวกไตฝั่งเดียวหรือสองฝั่งที่ได้รับผลกระทบ และเพื่อตัดสินว่า ปริมาณของอัลดอสเตอโรนที่ต่อมหมวกไตแต่ละข้างผลิตแตกต่างกันหรือไม่

ภาวะ Secondary aldosteronism สามารถพบได้บ่อยกว่าภาวะ Primary aldosteronism โดยสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดภาวะ Secondary aldosteronism คือ การมีเส้นเลือดที่ลำเลียงสารต่างๆ ไปยังไตตีบแคบ (Renal artery stenosis) ภาวะนี้มักมาพร้อมกับภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะตับแข็ง โรคไต โรคพิษแห่งครรภ์ระยะก่อนชัก และภาวะขาดน้ำ

ส่วนการมีอัลดอสเตอโรนต่ำ มักเป็นส่วนหนึ่งของภาวะต่อมหมวกไตทำงานน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะดังนี้

  • ภาวะขาดน้ำ
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ
  • ระดับโพแทสเซียมสูง

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจ Aldosterone และ Renin

  • ปริมาณของเกลือในอาหารและยาบางชนิดสามารถส่งผลกระทบต่อผลตรวจ เช่น
    • ยาบรรเทาปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ที่ซื้อได้ตามร้านขายยา
    • ยาขับปัสสาวะ
    • ยาต้านเบต้า
    • สเตียรอยด์
    • ยาต้านเอนไซม์เอซีอี
    • ยาคุมกำเนิดชนิดทาน
  • ความเครียด การออกกำลังกาย และการตั้งครรภ์ก็สามารถส่งผลต่อผลตรวจเช่นกัน
  • ชะเอมเทศอาจเลียนแบบสารอัลดอสเตอโรน จึงควรหลีกเลี่ยงการทานชะเอมเทศอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการตรวจ
  • ไม่ควรตรวจอัลดอสเตอโรนในช่วงที่ป่วยหนัก เพราะระดับของอัลดอสเตอโรนจะต่ำมาก

ที่มาของข้อมูล

Lab Test Online, Aldosterone and Renin (https://labtestsonline.org/tests/aldosterone-and-renin), 21 December 2018.


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
What is the role of aldosterone-to-renin ratio (ARR) in the diagnosis of hyperaldosteronism?. Medscape. (https://www.medscape.com/answers/920713-68762/what-is-the-role-of-aldosterone-to-renin-ratio-arr-in-the-diagnosis-of-hyperaldosteronism)
[Aldosterone/renin ratio in the diagnosis of primary aldosteronism]. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22167725)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม