กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.ธนู โกมลไสย
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.ธนู โกมลไสย

ชวนอ่าน 7 สิ่งที่มีอิทธิพลต่อสมอง

"อะไร" ที่ทำให้สมองเสื่อมประสิทธิภาพก่อนวัย และ "อะไร" ที่ทำให้สมองแข็งแรง ดี มีประสิทธิภาพ
เผยแพร่ครั้งแรก 22 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 23 ธ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 16 ก.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ชวนอ่าน 7 สิ่งที่มีอิทธิพลต่อสมอง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • สมอง (Brain) เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อมนุษย์ ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลาย ความคิด การวางแผน การแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความจำ สติปัญญา และการใช้ภาษา 
  • กีฬาและกิจกรรมทางกายหลายอย่างสามารถช่วยพัฒนาสมองได้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้หายใจถี่ขึ้น หัวใจได้สูบฉีดเลือดมากขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตจึงทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งมีเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้นและเปลือกสมองหนาขึ้น
  • การตั้งใจอ่านหนังสือใช้ความร่วมมือจากสมองหลายส่วน เช่น การประมวลผลจากภาพ ตัวหนังสือ การเรียนรู้ การเชื่อมโยง ความคิด จินตนาการ และช่วยลดความเครียด กระตุ้นจิตใจ เพิ่มทักษะการเข้าสังคม ทำให้มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น พัฒนาความทรงจำ และทักษะการคิด
  • การรับประทานน้ำตาลมากเกินไป และความเครียดสะสมส่งผลต่อการทำงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการรับรู้ การเรียนรู้ การจดจำ และอารมณ์
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ

สมอง (Brain) เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อมนุษย์และเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

สมองแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ สมองส่วนหน้า (Fore brain) สมองส่วนกลาง (Mid brain) และสมองส่วนท้าย (Hind brain) แต่ละส่วนของสมองจะทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาททั้งหมด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง

นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบด้วยว่า มีบางสิ่งในชีวิตของเราที่มีอิทธิพลต่อบางส่วนของสมอง หรือการทำงานของสมอง บทความนี้จะพาไปรู้จักสิ่งเหล่านี้ 

หน้าที่สำคัญของสมอง

  • ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลาย ความคิด การวางแผน การแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความจำ สติปัญญา และการใช้ภาษา
  • ควบคุมการได้ยิน การดมกลิ่น ความเข้าใจด้านภาษา และการฟัง
  • การรับรส และความรู้สึกจากการสัมผัส อุณหภูมิ ความเจ็บปวด
  • ควบคุมการมองเห็น การรวมภาพที่เห็นเข้ากับประสบการณ์และความรู้สึก
  • ความทรงจำ
  • ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมอง
  • เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทอัตโนมัติ
  • ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
  • ควบคุมความรู้สึกหิว-อิ่ม
  • ควบคุมความต้องการทางเพศ
  • ควบคุมเรื่องการหายใจ
  • ดูแลเรื่องการนอนหลับและการตื่น
  • ควบคุมการทรงตัว และควบคุมกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวให้ราบรื่น

ทั้งนี้เราใช้สมอง 100% ในการทำงานตลอดทั้งวัน ไม่เว้นแม้แต่ขณะที่เรานอนหลับ 

7 สิ่งที่มีอิทธิพลต่อบางส่วนของสมอง

1. กีฬา

มีงานวิจัยพบว่า กีฬาและกิจกรรมทางกายหลายอย่างสามารถช่วยพัฒนาสมองได้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้หายใจถี่ขึ้น หัวใจได้สูบฉีดเลือดมากขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตจึงทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งมีเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้นและเปลือกสมองหนาขึ้น

กีฬาที่แนะนำได้แก่ กีฬาประเภทแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง 

ผลที่ตามมาคือ ทำให้การประมวลผลข้อมูลในสมองส่วนกลางดีขึ้น ความจำทั้งระยะสั้นและยาวดีขึ้น มีการตัดสินใจดีขึ้น มีสมาธิดีขึ้น รวมทั้งอารมณดีขึ้น สดชื่น 

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบด้วยว่า การเล่นกีฬาจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมและผลการเรียนดีขึ้น ในทางกลับกันการไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองและกระบวนการรับรู้ หรือเข้าใจ ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง

2. อ่านหนังสือ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) สหรัฐอเมริกา ได้ลองหาความสัมพันธ์ระหว่างการอ่านหนังสือ ความตั้งใจ และความวอกแวก โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองอ่านหนังสือเรื่อง Jane Austin 

ในตอนแรกคนกลุ่มนี้จะต้องอ่านหนังสือแบบแค่ให้พอผ่านสายตา และในภายหลังจะต้องอ่านแบบตั้งใจราวกับตอนอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ 

นักวิจัยพบว่า การอ่านหนังสือแบบตั้งใจจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ทำให้กระบวนการรับรู้ หรือความเข้าใจ รวมถึงการมีสมาธิจดจ่อต่อสิ่งต่างๆ ดีขึ้น 

นั่นอาจเป็นเพราะว่าการตั้งใจอ่านหนังสือจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากสมองหลายส่วน เช่น การประมวลผลจากภาพ ตัวหนังสือ การเรียนรู้  การเชื่อมโยง ความคิด และจินตนาการ ดังจะเห็นได้ว่า สมองทำให้เรามองเห็นภาพที่อธิบายเป็นตัวหนังสือได้แจ่มชัดราวกับได้เคลื่อนไหวจริงๆ 

นอกจากนี้การอ่านหนังสือยังมีประโยชน์ในการลดความเครียด กระตุ้นจิตใจ เพิ่มทักษะการเข้าสังคม ทำให้มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น พัฒนาความทรงจำและทักษะการคิด  

3. รับประทานน้ำตาลมากเกินไป

การรับประทานของหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง แม้จะทำให้รู้สึกสดชื่นกระปี้กระเปร่าทันทีที่ได้รับประทาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงปรี๊ด แต่หลังจากนั้นไม่นานเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สมองก็จะเริ่มเซื่องซึม คิดช้า ทำให้เริ่มเสพติดรสหวาน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสมอง วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1,567 บาท ลดสูงสุด 69%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

เหตุผลที่สมองเซื่อมซึม อธิบายได้จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พบว่า การรับประทานน้ำตาลมากเกิน ไปอาจมีผลต่อการดูดซึมโปรตีนของร่างกาย ส่งผลกระทบด้านลบต่อความสามารถในการรับรู้ เรียนรู้ และอารมณ์ โดยเฉพาะการมีความจำและการเรียนรู้เชิงพื้นที่แย่ลง 

การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปยังไม่เพียงแต่ทำให้คุณมีโอกาสฟันผุและเสี่ยงเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวานมากขึ้นเท่านั้น แต่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติทางจิตได้ เช่น โรคซึมเศร้า ความผิดปกติทางจิต การรับรู้ที่แย่ลง

4. ความรัก

เมื่อคุณมีความรัก สมองจะหลั่งสารออกซิโทซิน โดพามีน อะดรีนาลีน และนอร์อิพิเนฟริน ซึ่งล้วนแต่ทำให้คุณรู้สึกดี และทำให้หัวใจเต้นระรัว อีกทั้งยังทำให้กระวนกระวายใจ ลุ่มหลง และมีความสุขมากผิดปกติ 

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยพบว่า คนที่อึดอัดกับการเข้าสังคมก่อนที่จะได้คบหากับคนรัก เมื่อมีความรักอาจมีการเรียนรู้ทางสังคมดีขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากฮอร์โมนออกซิโทซิน ซึ่งทำให้เรามีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม คนที่เข้าสังคมเก่งอยู่แล้วอาจไม่เห็นผลลัพธ์นี้ชัดเจนสักเท่าไรนัก

5. การตั้งครรภ์

นักวิจัยพบว่า การตั้งครรภ์จะทำให้สมองเนื้อสีเทาในผู้หญิงจะหดตัวลง พร้อมกับสูญเสียปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเข้าอกเข้าใจผู้อื่นไปด้วย แต่ไม่ได้สูญเสียความทรงจำไปแต่อย่างใด 

สมองเนื้อสีเทาส่วนนี้มีหน้าที่ควบคุมความจำ อารมณ์ การควบคุมกล้ามเนื้อ การรับรู้ประสาทสัมผัส การพูด การตัดสินใจ และการควบคุมตัวเอง 

เชื่อกันว่า สมองเนื้อสีเทามีการหดตัวเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ความรัก ความผูกพันระหว่างแม่และลูก การระวังภัย 

นักวิจัยยังพบว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี หลังการคลอดบุตร

6. ความเครียด

ความเครียดทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ ความเครียดสามารถส่งผลต่อการทำงานของสมอง มีงานวิจัยพบว่า ความเครียดจะเร่งให้กระบวนการรับรู้ หรือเข้าใจแย่ลง 

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า การสะสมความเครียดเป็นเวลานานจะทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียด “คอร์ติซอล” เพิ่มสูงขึ้น เซลล์ประสาทถูกทำลาย โดยเฉพาะเซลล์สมองในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ความจำระยะสั้นไปจนถึงความจำระยะยาว ความจำจึงแย่ลง

นอกจากนี้ความเครียดยังเป็นปัจจัยก่อให้เกิดสารโปรตีนที่เรียกว่า "เบตาแอมีลอยด์ (Beta-amyloid)" ซึ่งเป็นต้นเหตุของการสูญเสียความจำ และการภาวะสมองเสื่อม

7. ภาวะขาดน้ำ

น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตเพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของเลือดซึ่งต้องไหลเวียนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย น้ำยังเป็นส่วนประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายด้วย รวมทั้งน้ำยังทำให้เกิดความสมดุลของระดับเกลือแร่ในร่างกายด้วย 

เราจึงมักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือ 1.5-2 ลิตรต่อวัน ยิ่งหากมีการสูญเสียน้ำมาก เช่น ในช่วงฤดูร้อน ยิ่งต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากมีกิจกรรมที่ต้องออกแรง เสียเหงื่อมาก การดื่มน้ำให้เพียงพอก็เป้นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

ภาวะขาดน้ำสามารถทำให้มีอาการปากแห้ง คอแห้ง มึนงง เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หัวใจเต้นแรง หากขาดน้ำเป็นเวลานานๆ อาจส่งผลให้สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการรับรู้แย่ลง การเรียนรู้แย่ลง สมาธิต่ำลง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่ำลง และเกิดการสูญเสียความทรงจำตามมาได้ 

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรดื่มน้ำให้เพียงพออยู่เสมอ เพราะน้ำดีต่อทุกระบบต่างๆ ในร่างกายรวมทั้งดีต่อสมอง อวัยวะสำคัญของเรา

เมื่อรู้แล้วว่า มีสิ่งใดที่ส่งผลเสียต่อสมองทั้งด้านความจำ กระบวนการรับรู้ หรือเรียนรู้ ก็ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้สมองไม่เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร หรือสิ่งไหนที่ส่งเสริมการทำงานของสมองก็ควรฝึกทำ เพื่อให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่กับเราไปได้นานๆ 

นอกจากนี้ยังควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เล่นเกม เล่นดนตรี ลองเรียนรู้ ฝึกทำอะไรใหม่ๆที่ต่างไปจากเดิม พบปะเพื่อนฝูง ออกงานสังคมบ่อยๆ เพื่อให้สมองได้ฝึกลับคมอยู่เสมอ

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Verywell Mind, Debunking 7 Popular Myths About the Brain (https://www.verywellmind.com/myths-about-the-brain-2794884), 23 June 2020.
Von Bartheld, CS; Bahney, J; Herculano-Houzel, S (15 December 2016). "The search for true numbers of neurons and glial cells in the human brain: A review of 150 years of cell counting". The Journal of Comparative Neurology. 524 (18): 3865–3895. doi:10.1002/cne.24040. PMC 5063692. PMID 27187682.
Saladin, Kenneth. Human anatomy (3rd ed.). New York: McGraw-Hill Education, 2011.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)

หากจำนวนเชื้อราแคนดิดาในร่างกายมีมากเกินไป อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ่านเพิ่ม
มาตรฐาน การอบประคบสมุนไพร : การอบสมุนไพร
มาตรฐาน การอบประคบสมุนไพร : การอบสมุนไพร

ภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่า บรรเทาอาการเจ็บป่วย รักษาโรค และบำรุงสุขภาพได้ หากใช้อย่างถูกวิธี

อ่านเพิ่ม
เชื้อราในสมอง ภาวะแทรกซ้อนอันตราย
เชื้อราในสมอง ภาวะแทรกซ้อนอันตราย

หากรักษาไม่ถูกวิธี เชื้อราทั้งสองชนิดนี้อาจทำลายสมองและติดเชื้ออย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

อ่านเพิ่ม