การบวมส่วนปลายกับโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เมื่อมีอาการบวมส่วนปลายจะรุนแรงกว่าคนปกติ วิธีการรักษาเบื้องต้นอย่างไร ควรพบแพทย์หรือไม่
เผยแพร่ครั้งแรก 1 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 14 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 12 พ.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
การบวมส่วนปลายกับโรคเบาหวาน

การบวมส่วนปลาย (Peripheral edema) คือการบวมที่เกิดจากการสะสมสารน้ำในเท้า ข้อเท้าหรือขา โดยอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และหากคุณเป็นโรคเบาหวาน ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเกิดการบวม 

เนื่องจากการบวมเป็นผลจากการทำลายเส้นเลือดฝอย หรือการมีความดันเพิ่มขึ้นจนทำให้มีสารน้ำรั่วจากเส้นเลือดออกมาสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้เกิดการบวม ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือดซึ่งอาจทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าลงหรือไม่หายเลย ดังนั้น การควบคุมการบวมจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวานวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4705 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 7

สาเหตุของการบวมส่วนปลาย

สาเหตุของการบวมส่วนปลายที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน 

  • การไม่ได้ขยับร่างกาย 
  • การยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน 
  • การผ่าตัด 
  • การถูกไฟไหม้ 
  • อากาศร้อน 
  • การตั้งครรภ์ 
  • การมีประจำเดือน 
  • การหมดประจำเดือน 
  • การรับประทานยาคุมกำเนิด 
  • การรับประทานยาบางชนิด 
  • การรับประทานเกลือมากเกินไป 
  • ภาวะทุพโภชนาการ หมายถึงโภชนาการไม่ดี เป็นได้ทั้งได้รับสารอาหารน้อย หรือมากเกินไป

สาเหตุการบวมส่วนปลายเพียงข้างเดียว

  • เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันของเส้นเลือดดำ (Deep venous thrombosis: DVT
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ (Cellulitis) 
  • การอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อ (Osteomyelitis) 
  • อุบัติเหตุ
  • ถุงน้ำ Baker (ถุงน้ำบริเวณใต้ข้อพับเข่า) แตก 
  • การอุดตันระบบหมุนเวียนน้ำเหลือง

สาเหตุการบวมส่วนปลายจากภาวะอันตรายอื่นๆ 

  • โรคหัวใจ
  • ปัญหาของการไหลเวียนเส้นเลือดดำ
  • โรคตับและโรคไต 
  • ยาลดความดับโลหิตบางชนิด เช่น ยากลุ่ม Calcium channel blocker
  • ยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานบางตัวทำให้เกิดอาการบวมได้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Thiazolidinedione

    ในปี 2007 องค์การอาหารและยา ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับการใช้ยา Avandia ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคหัวใจอื่นๆ ได้มากขึ้น และแนะนำให้แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยซึ่งรับประทานยานี้ติดตามอาการแสดงของโรคหัวใจวาย เช่น การบวมส่วนปลาย

    ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ หรือหัวใจวายมากกว่าปกติถึง 2 เท่า หากผู้ป่วยมีอาการชา อาจไม่มีอาการแสดงของโรคหัวใจหรือหัวใจวายได้ ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเกิดอาการบวม ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

ลักษณะอาการของการบวมส่วนปลาย

  • ผิวหนังตึงหรือเป็นมันวาว
  • ข้อเท้า เท้า ข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง บวมขึ้น และนิ่ม
    การบวมที่กดบุ๋ม หรือไม่บุ๋ม จะบอกสาเหตุของการเกิดอาการนี้แตกต่างกัน
  • ความรุนแรงของอาการ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการบวม

ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องทำอย่างไร เมื่อมีอาการบวมส่วนปลาย

  • ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที เพื่อหาสาเหตุของการบวมที่เป็นอันตรายรุนแรง 
  • วิธีลดอาการบวมเบื้องต้นด้วยตนเอง
    • ยกขาที่บวมสูงตลอดวัน
    • ใส่ถุงน่องแบบกระชับ (ควรตรวจสอบกับแพทย์ก่อนว่าคุณไม่มีโรคของหลอดเลือดดงส่วนปลาย)
    • ออกกำลังกาย
    • รับประทานอาหารที่มีเกลือน้อย
  • หากมีแผล มีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อที่ผิวหนัง ผิวหนังแตกหรือคัน ควรแจ้งแพทย์ทันที
  • โทรหาแพทย์อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 
    • หากอาการบวมไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง 
    • หากคุณเป็นโรคตับ และมีอาการบวมที่ขา ท้อง 
    • หากขาที่บวมมีสีแดงและอุ่น 
    • มีไข้ 
    • ปัสสาวะลดลง
    • ตั้งครรภ์ 
    • มีอาการบวมระดับปานกลางถึงรุนแรงอย่างฉับพลัน

หมายเหตุ ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคเบาหวาน หรือไม่ได้เป็น หากมีอาการบวมเกิดขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นข้างเดียว หรือสองข้าง จะต้องได้รับการตรวจทันที 

การมีอาการบวมข้างเดียวอาจแสดงว่า ต้องตรวจหาภาวะลิ่มเลือดอุดตันของเส้นเลือดดำ (DVT) อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีประวัติเดินทางนานกว่า 3 ชั่วโมงโดยเครื่องบินหรือรถโดยสารโดยที่ไม่ได้ขยับขา มีประวัติสูบบุหรี่ หรือมีประวัติใช้ยาคุมกำเนิด


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Wu SC et al., Control of Lower Extremity Edema in Patients with Diabetes: Double Blind Randomized Controlled Trial Assessing the Efficacy of Mild Compression Diabetic Socks (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5429175/)
Practical diabetes, Lower limb oedema in diabetes (https://www.practicaldiabetes.com/article/lower-limb-oedema-diabetes/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม