การดูแลอาหาร

รู้หรือไม่ อาหารที่เราถวายเพิ่มความเสี่ยงหลายโรคแก่พระสงฆ์!

เพราะพระสงฆ์เลือกฉันไม่ได้ เราจึงควรเลือกเมนูอาหารโดยคำนึงถึงสุขภาพพระ
เผยแพร่ครั้งแรก 10 ก.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
รู้หรือไม่ อาหารที่เราถวายเพิ่มความเสี่ยงหลายโรคแก่พระสงฆ์!

“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง…” หลังจากที่พระกล่าวให้พรแล้ว ผู้ทำบุญทุกคนย่อมรู้สึกอิ่มบุญไปตามกัน แต่หารู้ไม่ว่าบางสิ่งที่เพิ่งถวายพระไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่พิเศษ แกงกะทิเนื้อเยอะๆ หรือไก่ทอดเจ้าเด็ด ล้วนแต่เป็นโทษต่อสุขภาพของพระสงฆ์ โดยปัญหาสุขภาพหลักๆ ที่พระสงฆ์ไทยต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตและไขมันสูง ซึ่งบางรูปถึงขั้นต้องผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ ด้วยเหตุผลเพียงแค่ไม่อยากขัดศรัทธาญาติโยมที่ถวายอาหารมา 

เมนูอาหารใส่บาตร-ถวายเพลยอดฮิต

“ตักบาตรอย่าถามพระ” เป็นสุภาษิตไทยที่มีความหมายว่า หากจะให้สิ่งใดที่ผู้รับเต็มใจรับอยู่แล้ว ก็ไม่ควรจะถาม เฉกเช่นเดียวกันกับการตักบาตรให้พระสงฆ์ ก็ไม่ควรถามว่าท่านจะรับหรือไม่ เพราะตามหลักพระธรรมวินัยแล้ว พระสงฆ์ไม่สามารถเลือกรับอาหารจากญาติโยมได้ และถึงหากทำได้ ก็จะทำให้ญาติโยมเสียศรัทธา และพาลไม่เคารพพระสงฆ์องค์นั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

เมื่อพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกรับอาหารได้ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการอาพาธได้เช่นกัน เพราะอาหารส่วนมากที่โยมใส่บาตร หรือนำไปถวายเพลที่วัด มักจะเป็นอาหารสำเร็จรูป เช่น แกงกะทิ ผัดผัก ของทอดต่างๆ ไปจนถึงอาหารจานเดียว เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นต้น

ทีมงาน HonestDocs ได้สำรวจเมนูอาหารที่พนักงานบริษัทหลายแห่งนิยมนำไปทำบุญถวายพระ พบว่าอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ข้าวมันไก่ พะแนงหมู ผักผัก ปลาทอด ซึ่งเป็นอาหารที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง ส่วนเครื่องดื่มที่นิยมถวายพระ ได้แก่ กาแฟ ชาเขียว น้ำผลไม้ และนมกล่องรสต่างๆ

นับเป็นเรื่องดีที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยยังให้ความสำคัญกับการทำบุญแก่พระสงฆ์ แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารที่นำมาใส่บาตร หรือนำมาถวายเพล เป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพพระสงฆ์มาก ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • ข้าวมันไก่ ให้พลังงานสูงถึง 600 แคลอรีต่อจาน หากใส่เครื่องในไก่ หรือเลือกเนื้อไก่ส่วนติกกระดูก จะทำให้พระสงค์ได้รับสารพิวรีน (Purine) สูง ซึ่งสารนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ทำให้เกิดผลเสียต่อกระดูกและข้อต่อ หากพระสงฆ์มีอาการของโรคเกาต์อยู่แล้ว จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ น้ำจิ้มข้าวมันไก่ยังมีโซเดียมสูงอีกด้วย
  • แกงกะทิ กะทิให้ไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันชนิดนี้จะเปลี่ยนเป็นคอเลสเตอรอล หากร่างกายนำไขมันไปใช้ไม่หมด จะทำให้ไขมันไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • ของทอดทุกชนิด เป็นอาหารที่ให้แคลอรีสูงไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ จากการดูดซับน้ำมันที่ใช้ทอด นอกจากนี้ยังทำให้พระสงฆ์เสี่ยงต่อการอาพาธด้วยโรคมะเร็งจากน้ำมันที่ได้รับความร้อนเป็นเวลานาน และเนื้อสัตว์ที่ทอดเกรียมจนเกิดสารไนโตรซามีน (Nitrosamines)
  • น้ำผลไม้กล่อง มักไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร และอุดมไปด้วยน้ำตาล หากพระสงฆ์ฉันบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน 

อาหารต่างภาค อันตรายต่อสุขภาพต่างกัน

จากสถิติของกรมอนามัยในปี พ.ศ. 2559 ที่ได้ตรวจคัดกรองสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณรทั่วประเทศ และได้จำแนกการอาพาธของพระสงฆ์ออกตามภูมิภาค ดังนี้

  • ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร พระสงฆ์มีภาวะไขมันสูง และเป็นโรคอ้วนมากที่สุด 
  • ภาคใต้ พระสงฆ์มีค่ากรดยูริกสูงและไตทำงานผิดปกติ 
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระสงฆ์ภาวะโลหิตจาง และมีความเสี่ยงต่อไตทำงานผิดปกติมากถึง 8 เท่า

จากข้อมูลเหล่านี้จะเห็นว่า พระสงฆ์ในแต่ละภูมิภาคอาพาธด้วยโรคแตกต่างกันไป โดยสาเหตุหลักนั้นมาจากโภชนาการทั้งสิ้น 

เนื่องจากแต่ละภูมิภาคมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่ต่างกัน อย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเน้นอาหารที่มีรสชาติ เผ็ด เปรี้ยวและเค็ม และมีผักหลายชนิดเป็นเครื่องเคียงในทุกมื้อ ซึ่งผักบางชนิด เช่น กระถิน และยอดผักต่างๆ มีสารไฟเตต (Phytate) ที่ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก จึงทำให้เกิดภาวะโลหิตจางขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

ส่วนภาคใต้ จะเน้นรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มและเผ็ดจัด มักมีส่วนผสมของกะปิ และอาหารทะเล และนิยมรับประทานหน่อไม้ สะตอ กระถิน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอาหารที่มีกรดยูริกเยอะ จึงทำให้พระสงฆ์ในภาคใต้มีค่ากรดยูริกสูง และมีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต

คนไทยตั้งใจให้พระสงฆ์สุขภาพดี แต่อาหารที่ถวายจริงกลับให้ผลตรงข้าม

ทีมงาน HonestDocs ได้ทำการสำรวจวิธีการเลือกเมนูอาหารถวายพระ จากผู้เข้าชมเว็บไซต์ HonestDocs ด้วยวิธีแจกแบบสอบถามออนไลน์ ผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนทั้งสิ้น 9,133 คน ในจำนวนนี้มี 5,538 คนที่ตั้งใจจะทำบุญหรือถวายเพลในช่วงเข้าพรรษา 

เมื่อดูเฉพาะผู้ที่คิดว่าจะทำบุญหรือถวายเพล พบว่าพวกเขาเลือกเมนูอาหารถวายพระโดยคำนึงถึงสุขภาพพระสงฆ์มากที่สุด (38.4%) รองลงมาเลือกเมนูที่ตัวเองชอบ (22.4%) ส่วนอันดับ 3 คือเลือกเมนูที่หาซื้อสะดวก (21.1%) 

ผลการสำรวจนี้ขัดแย้งกับเมนูอาหารจริงๆ ที่ได้จากการสอบถาม ดังที่ได้กล่าวไปในหัวข้อที่แล้ว นอกจากนี้เมื่อทีมงานหาสถิติและข้อมูลเพิ่มจากแหล่งอื่นๆ ยังพบสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ที่น่าเป็นห่วง ดังนี้

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขใน พ.ศ. 2559 ระบุว่ามีพระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด 348,433 รูป อาพาธประมาณ 28.5% และข้อมูลของกรมการแพทย์ใน พ.ศ. 2559 ระบุว่า พระสงฆ์และสามเณรมารับการรักษาจากโรงพยาบาลสงฆ์มากที่สุด 5 โรค ได้แก่ 

สอดคล้องกับข้อมูลจากการคัดกรองในโรงพยาบาลสงฆ์ที่ได้มีการเปรียบเทียบในช่วงเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2549-2559) พบว่า พระสงฆ์มีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้น 2.1% มีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น 23.6% และมีภาวะอ้วนลงพุงเพิ่มขึ้น 10.9% 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

จากข้อมูลทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า 5 โรคนี้ ล้วนเป็นผลที่เกิดจากการฉันอาหารของพระสงฆ์ทั้งสิ้น แม้พระสงฆ์จะสามารถเลือกฉันอาหารเป็นบางอย่างได้ แต่ในความเป็นจริงหากไม่มีโยมคนไหนถวายผักสด หรืออาหารที่มีประโยชน์ ก็ทำให้พระสงฆ์ต้องทานอาหารต่อไปนี้เรื่อยๆ จนอาพาธ

“พระวินัย” และ “ภาพลักษณ์” ปัจจัยเสริมทำสุขภาพพระแย่

ตามพระวินัยได้ระบุไว้ว่า การบริโภคอาหารที่เหมาะสมสำหรับเพศบรรพชิต คือช่วงเวลาตั้งแต่อรุณขึ้นจนถึงเที่ยงวัน และหลังเที่ยงจนถึงรุ่งอรุญของอีกวันสามารถฉันน้ำปานะ 8 อย่าง ซึ่งเป็นน้ำคั้นจากผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหรือกากปนได้

จากหลักพระวินัยนี้เอง ทำให้พระสงฆ์สามารถฉันอาหารได้เพียงวันละ 2 มื้อ คือมื้อเช้าและมื้อเพล ซึ่งก็ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพ เนื่องจากได้รับพลังงานน้อยกว่าคนทั่วไป แต่อย่าลืมว่าน้ำปานะในปัจจุบันไม่ได้เป็นน้ำคั้นจากผลไม้แล้ว ส่วนมากมักเป็นนมกล่อง น้ำผลไม้กล่อง หรือน้ำสมุนไพรบรรจุขวด ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก หากพระสงฆ์ฉันน้ำเหล่านี้เป็นประจำ จะทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาลในร่างกายจนทำให้เป็นโรคเบาหวานขึ้น

แม้พระสงฆ์บางรูปจะไม่ได้ฉันน้ำปานะ แต่หากรับประทานอาหารประเภทแกงกะทิ ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ญาติโยมมักนำมาถวายบ่อยๆ ทุกวัน ก็มีโอกาสที่จะนำพลังงานจากอาหารเหล่านี้ไปใช้ไม่หมด เนื่องจากพระสงฆ์ไม่มีโอกาสที่จะได้ออกกำลังกายเหมือนคนทั่วไป เช่น เข้าฟิตเนส เตะฟุตบอล เล่นแบดมินตัน เพราะจะดูไม่สำรวม สิ่งที่ท่านทำได้มีเพียงการเดินบิณฑบาต การเดินจงกรม และทำความสะอาดวัด ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ได้เผาผลาญพลังงานมากนัก 

ปรับสูตรอาหารหรือเลือกซื้อให้ Healthy ดีกับสุขภาพพระสงฆ์

ไม่ใช่แค่เรื่องโภชนาการอย่างเดียวที่ทำให้พระสงฆ์เจ็บป่วย คุณภาพอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โยมบางคนก็ไม่รู้ว่าอาหารที่ตัวเองซื้อถวายพระเป็นของบูดเน่า เมื่อพระฉันเข้าไปก็ทำให้ท้องเสีย แทนที่จะได้บุญก็กลายเป็นได้บาปโดยไม่รู้ตัว

หากเป็นไปได้ ขอแนะนำให้ทำอาหารถวายพระสงฆ์เองจะดีกว่า และควรปรับสูตรอาหารให้ดีต่อสุขภาพพระมากขึ้น ดังนี้

  • ลดการใส่กะทิในอาหารลง 50% แล้วเสริมด้วยนมสด นมพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลืองแทน เพื่อลดไขมันอิ่มตัว และเพิ่มแคลเซียมมากขึ้น
  • เลือกเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันต่ำ เช่น อกไก่ สันในไก่ เนื้อไม่ติดมัน หรือเนื้อปลา
  • ลดการใส่เครื่องปรุงลง หากต้องการรสเค็ม สามารถใช้เกลือทะเลที่มีโซเดียมต่ำปรุงรสแทน
  • ถวายผลไม้สดหั่นเป็นชิ้น หรือถวายน้ำปานะเพื่อสุขภาพแทนน้ำผลไม้แบบกล่อง
  • หรือยังอยากถวายน้ำปานะ ลองดูสูตรน้ำปานะที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ได้ ที่นี่

ในกรณีที่ไม่สะดวกทำอาหารเองที่บ้าน แนะนำให้ลองซื้ออาหารที่ถวายพระสงฆ์เป็นประจำมาลองชิมดูสักครั้ง และลองเปรียบเทียบกับหลายๆ ร้านที่ขายในบริเวณเดียวกัน จะได้ทราบว่าคุณภาพของอาหารเป็นอย่างไร เหมาะสมกับการนำไปถวายพระจริงๆ หรือไม่

ถึงจะถามไม่ได้ว่าพระอยากฉันอะไร แต่ตักบาตรหรือถวายเพลคราวหน้า คงจะดีถ้าทุกคนมาช่วยกันใส่ใจสุขภาพพระให้มากขึ้น


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, พระสงฆ์ป่วยเบาหวาน ความดันรุมเร้า (https://www.thaihealth.or.th/Content/44970), 3 ตุลาคม 2561
จงจิตร อังคทะวานิช, บาตรไทย ไกลโรค 4.0 (http://sonkthaiglairok.com/ebook5/mobile/index.html)
United States Department of Agriculture, Basic Report: 12117, Nuts, coconut milk, raw (liquid expressed from grated meat and water) (https://ndb.nal.usda.gov/ndb/foods/show/12117)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป