กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.รุจิรา เทียบเทียม
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.รุจิรา เทียบเทียม

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป ต้องตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสุขภาพไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด สละเวลาอ่านสักนิดเพื่อตัวคุณเอง
เผยแพร่ครั้งแรก 11 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 10 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป ต้องตรวจอะไรบ้าง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การตรวจสุขภาพผู้ชายที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คล้ายกับการตรวจสุขภาพทั่วไปคือ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกาย และตรวจห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด หรือตรวจปัสสาวะ
  • หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ หรือตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่
  • ผู้ชายที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการทดสอบความหนาแน่นของกระดูก และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • นอกจากการตรวจสุขภาพแล้ว แพทย์อาจให้รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ ป้องกันไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก หรืองูสวัด
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ

การดูแลผู้ใหญ่ในครอบครัว นอกจากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์แล้ว การพาไปตรวจสุขภาพก็เป็นอีกสิ่งที่ลูกหลานไม่ควรละเลย 

คุณควรคอยย้ำเตือนให้ผู้สูงอายุเห็นถึงความสำคัญของการไปพบแพทย์เป็นประจำ มาดูกันว่า ผู้ชายในวัย 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจอะไรกันบ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

เป้าหมายของการตรวจสุขภาพ

คุณควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ แม้ว่าจะมีสุขภาพดีก็ตาม เป้าหมายของการตรวจในแต่ละครั้งเพื่อ

  • คัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น
  • ประเมินความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต
  • ส่งเสริมสุขภาพและสุขลักษณะที่ดี
  • รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค

ผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจอะไรบ้าง?

แบ่งเป็นการตรวจพื้นฐานและการตรวจจำเพาะ มีรายละเอียดดังนี้

การตรวจพื้นฐาน

  • การซักประวัติและ การตรวจร่างกายโดยแพทย์
  • การตรวจประเมินสุขภาพจิตทั่วไป การใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่
  • การตรวจดัชนีมวลกาย
  • การตรวจวัดสัญญาณชีพทั่วไป
  • ตรวจการได้ยินทั่วไป (Finger Rub Test)
  • ตรวจตาทั่วไป
  • การตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
  • การตรวจเม็ดเลือด (CBC)
  • การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน (FBS)
  • การตรวจคัดกรองโรคไขมันในเลือดสูง
  • ตรวจดูการทำงานของไต
  • ตรวจปัสสาวะ
  • การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

การตรวจจำเพาะ

  • การตรวจสมรรถภาพและความแข็งแรงของร่างกาย (Fitness Test)
  • การตรวจฟัน
  • การตรวจสายตา
  • การตรวจหาโรคจากสิ่งแวดล้อม เช่น โลหะหนัก เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหาโรคปอดจากสิ่งแวดล้อม การตรวจสมรรถภาพปอด
  • การตรวจหาโรคการทำงาน เช่น การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน สมรรถภาพการมองเห็น การตรวจหาโรคจากความร้อน/ความเย็น/แรงสั่นสะเทือน สารเคมีที่ตกค้างในร่างกาย โรคปอดจากการทำงาน เป็นต้น
  • โรคติดเชื้อในวัยเจริญพันธุ์
  • มะเร็งทวารหนัก (สำหรับกลุ่มเฉพาะ)
  • ตรวจหาภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน
  • ประเมินการใช้ชีวิตประจำวันด้วย Barthel ADL index
  • ประเมินภาวะทางโภชนาการ
  • ประเมินประสิทธิภาพของสมองด้วยปบบสอบถาม Modified IQCODE
  • ประเมินภาวะซึมเศร้าทั่วไป

การตรวจความดันโลหิต 

  • คุณควรตรวจความดันโลหิตทุกปี และหากมีเลขความดันโลหิตตัวบน (Systolic number) อยู่ระหว่าง 120-139 หรือเลขความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic number) อยู่ระหว่าง 80-89 mmHg หรือมากกว่านั้น ก็ยิ่งควรตรวจอย่างสม่ำเสมอทุกปี
  • หากเลขความดันโลหิตตัวบนสูงกว่า 140 หรือเลขความดันโลหิตตัวล่างสูงกว่า 90 ให้รีบปรึกษาแพทย์ หรือไปพบแพทย์ทันที
  • หากคุณเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีปัญหาโรคไต หรือเป็นโรคอื่นๆ คุณควรตรวจความดันโลหิตบ่อยครั้งกว่าปกติ หรืออย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

การตรวจระดับคอเลสเตอรอลและการป้องกันโรคหัวใจ

  • คุณควรตรวจระดับคอเลสเตอรอลทุก 5 ปี หากคอเลสเตอรอลในเลือดของคุณอยู่ในระดับปกติ
  • หากคุณมีคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีปัญหาโรคไต หรือมีปัญหาสุขภาพที่มีความเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจคอเลสเตอรอลบ่อยครั้งกว่าปกติ

การตรวจเบาหวาน

  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะเบาหวานทุกๆ 3 ปี
  • หากคุณมีน้ำหนักเกิน หรือมีความดันโลหิตของสูงกว่า 135/80 mmHg และมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจเบาหวานบ่อยครั้งขึ้น

การตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่

ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่จนถึงอายุ 75 ปี การทดสอบทำได้หลายวิธี โดยอาจใช้เพียงวิธีเดียว หรือใช้ร่วมกันก็ได้ ดังนี้

  • การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปี
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทุกๆ 10 ปี พร้อมกับการตรวจเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปี
  • การตรวจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกๆ 10 ปี

คุณอาจต้องเข้ารับการตรวจส่องกล้องบ่อยขึ้น หากมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด

คณะป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้มีอายุระหว่าง 55-80 ปี ที่มีประวัติสูบบุหรี่ 30 แพ็คต่อปี และยังคงสูบบุหรี่อยู่ หรือเลิกบุหรี่ไปแล้วภายในช่วง 15 ปี เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเป็นประจำทุกปีด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเข้มรังสีต่ำ (LDCT) 

การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • ผู้ชายที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะผู้มี่มีบุคคลในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคนี้
  • คุณสามารถเข้ารับการตรวจเลือด PSA เพื่อคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากได้ทุกปี
  • ผู้ชายที่ไม่มีอาการของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะไม่แนะนำให้ตรวจเป็นประจำ

การตรวจโรคกระดูกพรุน

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เช่น ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน น้ำหนักตัวน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด เคยกระดูกหักหลังจากอายุ 50 ปี หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคกระดูกพรุนคุณควรปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับการตรวจโรคกระดูกพรุน
  • ผู้ชายที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการทดสอบความหนาแน่นของกระดูก

การตรวจฟัน

ควรเข้าพบทันตแพทย์ 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อตรวจสุขภาพฟันและทำความสะอาดช่องปาก เช่น ขูดหินปูน แต่ทันตแพทย์อาจประเมินและแจ้งให้คุณมาพบบ่อยกว่านั้นตามกรณี

การตรวจตา

  • คุณควรตรวจสายตาทุก 1-2 ปี
  • ผู้ที่เป็นโณคเบาหวาน ควรตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขึ้นจอตา

การทดสอบการได้ยิน

หากเริ่มมีอาการที่บ่งบอกถึงปัญหาในการได้ยิน ควรเข้ารับการทดสอบการได้ยิน

การฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกัน

  • เมื่อมีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนป้องกันปอดบวม หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนนี้ หรือฉีดครั้งล่าสุดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
  • ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี
  • คุณอาจได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 ครั้ง เมื่อมีอายุ 60 ปี
  • คุณควรได้รับวัคซีนกระตุ้นการป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ทุกๆ 10 ปี
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากสายพันธุ์ที่ระบาดจะเปลี่ยนไปทุกปี
  • วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบควรฉีด 1 ครั้ง และอาจพิจารณาให้ฉีดซ้ำอีกครั้งใน 5 ปี
  • วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ฉีดทั้งหมด 3 เข็มภายใน 6 เดือน สามารถฉีดกระตุ้นได้ทุก 5 ปี
  • วัคซีนป้องกันงูสวัด ฉีดเพียง 1 ครั้ง (ไม่ควรฉีดในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยรังสี)

กรณีที่มีความซับซ้อนของภาวะโรคอื่นๆ ที่เป็นอยู่ด้วย แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินก่อน ส่วนวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ก็สามารถฉีดได้ โดยปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดทุกครั้ง 

เช็ครายการตรวจสุขภาพแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

คลิก เพื่อดูโปรแกรมตรวจสุขภาพและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสุขภาพ

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


8 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
WebMD, Medical Tests in your 60s and Up (https://www.webmd.com/healthy-aging/guide/milestone-medical-tests-60-up), 19 May 2020.
Prostate cancer prevention and early detection (http://www.cancer.org/acs/groups/cid/documents/webcontent/003182-pdf.pdf), 20 May 2020.
MedlinePlus, Health screenings for men over age 65 (https://medlineplus.gov/ency/article/007466.htm), 20 May 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 18-39 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 18-39 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 18-39 ปี ผู้ชายควรเริ่มเข้ารับการตรวจระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

อ่านเพิ่ม
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 40–64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 40–64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสุขภาพไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด สละเวลาอ่านสักนิดเพื่อตัวคุณเอง

อ่านเพิ่ม