กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs
พญ.นันทิดา สาลักษณ
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.นันทิดา สาลักษณ

โรคอีสุกอีใส (Chicken pox)

เผยแพร่ครั้งแรก 2 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 8 ต.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 8 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) อาการเด่นคือ ผื่นแดง ตุ่มใส และตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย ระหว่างที่มีผื่นและตุ่มต่างๆ ขึ้นนี้จะมีอาการคันมาก ร่วมกับมีไข้และไม่มีแรง
  • เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและส่วนมากจะไม่เป็นซ้ำอีก แต่เชื้อไวรัสอาจหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ภายหลังหากมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง เชื้อไวรัสที่ว่านี้ก็อาจจะก่อให้เกิดโรคงูสวัดตามมาได้
  • กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคอีสุกอีใส ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 ถ้าติดเชื้ออาจทำให้ทารกพิการได้ หญิงใกล้คลอด หากติดเชื้อในระยะก่อนคลอด 5 วันหรือหลังคลอด 2 วัน ทารกที่เกิดมาอาจเป็นอีสุกอีใสชนิดรุนแรงได้
  • ปัจจุบันมีวัคซีนอีสุกอีใสที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ หรือลดความรุนแรงของโรคได้หากติดเชื้อ วัคซีนนี้สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้การป้องกันโรคที่สำคัญคือ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายทุกวัย

อีสุกอีใส หรือโรคสุกใส (Chicken pox) เป็นโรคที่มีอาการเด่นคือ ตุ่มแดง ตุ่มใส และตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย คัน ร่วมกับมีไข้และไม่มีแรง พบได้บ่อยในฤดูร้อน เกิดบ่อยในเด็กและพบประปรายในผู้ใหญ่

เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว โรคนี้ก็มักทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้าอีก แต่ข้อดีของโรคนี้ก็ยังพอมีคือ เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและส่วนมากจะไม่เป็นซ้ำอีก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

สาเหตุของโรคอีสุกอีใส 

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) แต่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Chicken pox" ลักษณะจะมีตุ่มเหล่านี้ขึ้นมาตามร่างกาย เรียกว่า "ตุ่มอีสุกอีใส" 

เมื่อเป็นแล้วโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำน้อยมาก เนื่องจากร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัสขึ้นมา 

อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสจะยังไม่หายไปจากร่างกายแต่เชื้ออาจหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ภายหลังหากมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุด้านโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น 

เชื้อไวรัสที่ว่านี้ก็อาจจะก่อให้เกิดโรคงูสวัด (Shingles) ได้

สาเหตุของโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus: VZV) เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่เชื้อได้หลายทาง เช่น

  • มีการสัมผัสกับการไอ จาม ของผู้ป่วย
  • สัมผัสกับตุ่มน้ำ หรือของเหลวภายในตุ่มนั้น
  • โรคอีสุกอีใสส่วนมากจะพบได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่อาจพบได้ในผู้ใหญ่ ซึ่งอาการจะรุนแรงกว่าและเป็นนานกว่าเด็ก โดยปกติจะใช้ระยะฟักตัวประมาณ 14-17 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสก่อนที่จะแสดงอาการของโรค

หลังจากเกิดผื่นแล้วผู้ป่วยไม่ควรออกไปภายนอก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น เนื่องจากเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย จากนั้นประมาณ 7-10 วันผื่นจะแห้งและตกสะเก็ด หลังจากสะเก็ดหลุดหมดจะถือว่า เป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่แพร่โรคสู่ผู้อื่นแล้ว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

ปัจจัยเสี่ยงของการติดโรคอีสุกอีใส

  • ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจะเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคสูงกว่าคนปกติ
  • หญิงตั้งครรภ์ โอกาสที่จะติดโรคสูงจะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 และ 2 รวมถึงในช่วงสัปดาห์ที่ 13 และ 20 ของการตั้งครรภ์ด้วย อัตราความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากที่สุดในช่วง 5 วันก่อนคลอดและ 2 วันหลังคลอด ทั้งแม่และลูก

สำหรับในกรณีของหญิงตั้งครรภ์แนะนำให้เริ่มต้นจาก การฝากครรภ์กับโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลที่ไว้วางใจก่อนเป็นอันดับแรก ยิ่งฝากครรภ์เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น 

เมื่อครรภ์อยู่ในความดูแลของแพทย์ แพทย์จะเป็นดูแลเรื่องสุขภาพของมารดาและทารกไปตลอดอายุครรภ์ ตั้งแต่อาหารการกิน วัคซีนและยาที่จำเป็น ยาที่ควรหลีกเลี่ยง กระทั่งครบกำหนดคลอดเพื่อให้มารดาและทารกปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง   

อาการของโรคอีสุกอีใส

ปกติจะใช้เวลาประมาณ 14-17 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสก่อนที่จะแสดงอาการ

อาการเบื้องต้นคือ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้สูง ปวดศีรษะ ไอ และจาม เบื่ออาหาร ซึ่งทำให้สับสนกับอาการไข้ทั่วไปได้ ทำให้วินิจฉัยผิด แต่หลังจาก 2-3 วันก็จะมีผื่นปรากฏขึ้นและค่อยๆ ลามทั่วร่างกาย มักเริ่มบริเวณหน้า หรือศีรษะแล้วจึงไปที่ลำตัว 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

ผื่นจะมีลักษณะเหมือนตุ่มน้ำและจะแตกออกในเวลา 2 วัน หลังจากนั้นก็จะตกสะเก็ด และมักหลุดไปภายใน 1-3 สัปดาห์ ซึ่งผื่นในผู้ป่วยมักมีหลายระยะ นอกจากนี้ยังมีอาการคันจนกว่าผื่นจะตกสะเก็ดหมด

ทั้งนี้ในเด็กเล็กมักไม่มีอาการนำมาก่อน

การวินิจฉัย

ในเบื้องต้นแพทย์จะตรวจดูรอยโรค หากพบผื่นแดง ก็จะซักประวัติผู้ป่วยว่า มีอาการอื่นที่สอดคล้องกับโรคอีสุกอีใสหรือไม่ ในบางรายแพทย์อาจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อให้แน่ใจในการวินิจฉัย

การรักษา

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่หายเองได้ ปกติแล้วแพทย์จะให้ยาที่รักษาตามอาการ ได้แก่

  • ยาต้านไวรัสอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) ทำให้อาการหายเร็วขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กสุขภาพดี เนื่องจากโรคสามารถหายได้เอง จึงรักษาตามอาการ เช่น ทาโลชั่นคาลาไมน์ ให้ยาลดไข้จำพวกพาราเชตามอล แต่จะมีการให้ในผู้ใหญ่ มักนิยมให้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines) เพื่อลดอาการคัน และบวมแดงของผื่น ในบางครั้งอาจให้ร่วมกับยาแก้ปวดในช่วงที่ตุ่มน้ำแตก
  • ยาปฏิชีวนะ จะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย (เกิดจากการเกา) แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก

โรคแทรกซ้อนอีสุกอีใส

การเป็นอีสุกอีใสต้องระวังภาวะติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยทั่วไปอาการของโรคจะทุเลาลงภายใน 15 วัน และหลังจากเป็นโรคแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคขึ้นทำให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม 

ในบางรายก็ยังมีโอกาสที่เชื้อไวรัสยังคงอยู่ในปลายประสาท ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเจ็บปวด และกลายเป็นโรคงูสวัดในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม การเป็นอีสุกอีใสในผู้ใหญ่จะต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดอักเสบ

การป้องกันโรคอีสุกอีใส

ปัจจุบันมีวัคซีนอีสุกอีใสที่สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มต่อไปนี้ไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส 

  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ 
  • หญิงตั้งครรภ์ 
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน 
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรักษา เช่น ฉายรังสี หรือเคมีบำบัด 

นอกจากการใช้วัคซีนแล้วยังมีวิธีอื่นที่สามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสอีก ได้แก่ 

  • ล้างมืออย่างสม่ำเสมอทุกครั้งหลังจับข้าวของเครื่องใช้ การออกจากบ้านไปพบปะผู้คนภายนอก
  • ผู้ที่เป็นโรคอีสุกอีใสควรถูกกักแยกตัวออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

ข้อควรปฏิบัติ และข้อควรระวัง เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส

  • หยุดเรียน หรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • ไม่เกาบริเวณผื่น เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณแผลที่เกาได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากโรคได้เร็วขึ้น และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ
  • บำรุงร่างกายด้วยครีมบำรุงผิว เพราะการทำให้ผิวชุ่มชื่นจะช่วยลดอาการคันได้
  • ใช้ใบสะเดาใส่ลงในน้ำอุ่นแล้วอาบ เพื่อช่วยลดความคัน และช่วยลดการติดเชื้อได้
  • ซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนของผู้ป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  • หากมีตุ่มอีสุกอีใสขึ้นในปาก ควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อ และป้องกันอาการปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย

อีสุกอีใสแม้ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่หากเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ขึ้นมาก็ควรรีบรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อลดความรุนแรงของโรค ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และลดการแพร่กระจายของโรคไปสู่ผู้อื่น  

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง ผู้ชายทุกวัย จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


11 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
WebMD, Chicken Pox (Varicella): Symptoms, Treatment, & Prevention (https://www.webmd.com/children/what-is-chickenpox), 15 August 2020.
Medscape, Chickenpox: Practice Essentials, Background, Pathophysiology (https://emedicine.medscape.com/article/1131785-overview), 14 August 2020.
MedlinePlus, Chickenpox - Varicella (https://medlineplus.gov/chickenpox.html), 16 August 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
อีสุกอีใส เคยเป็นแล้ว และจะเป็นอีกได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
คนที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาเเล้วจะมีโอกาสเป็นได้อีกมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคอีสุกอีใสกับโรคเบาหวานจะหายขาดได้ไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เป็นอิสุกอิใส ทำยังไงให้หายไวๆ มียากินมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อีสุกอีใสเกิดขึ้นครั้งเเรกที่ใด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อายุ 33 ปี ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส มีโอกาสเป็นอีกไหมค่ะ และจะมีวิธีป้องกันอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม