หากคุณตัดสินใจจะมีเพศสัมพันธ์ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและการตั้งครรภ์ด้วยล่ะ มาดูกันว่ายาเม็ดคุมกำเนิดคืออะไรและทำงานอย่างไร
ยาเม็ดคุมกำเนิดคืออะไร
ยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นยาที่ใช้ทานเป็นประจำทุกวันที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์และสามารถป้องกันการตั้งครรภ์โดยยับยั้งการตกไข่และควบคุมการทำงานของมดลูก
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง
ยาเม็ดคุมกำเนิดทำงานอย่างไร
ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ผลิตออกมาส่วนใหญ่ เป็นยาที่มีลักษณะของฮอร์โมนผสม คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ เนื่องจากผู้หญิงจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หากไม่มีการปฏิสนธิกันระหว่างไข่และอสุจิของผู้ชาย
นอกจากนี้ ยาเม็ดคุมกำเนิดยังออกฤทธิ์ทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้น เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิทำให้ไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ในท่อนำไข่ได้ ทั้งยังทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีสภาพไม่พร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อนหากมีการปฏิสนธิระหว่างไข่และอสุจิเกิดขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
วิธีการทานยาเม็ดคุมกำเนิด
ยาเม็ดคุมกำเนิดมี 2 แบบคือ ชนิดฮอร์โมน 21 เม็ดและชนิด 28 เม็ด ซึ่งผู้ใช้ต้องทานยาเป็นประจำทุกวันจนหมดแผงตามจำนวนยาที่ให้มา และในแต่ละรอบเดือนจะหยุดทานไป 7 วัน ส่วนชนิด 28 เม็ด คุณจะทานยาเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนเป็นเวลา 7 วัน และในช่วง 7 วันนั้นก็จะมีประจำเดือนตามปกติ สาวๆ บางคนชอบทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ดมากกว่าเพราะช่วยทำให้พวกเธอไม่ลืมที่จะทานยาเพราะต้องทานยาทุกวันนั่นเอง ในขณะที่ชนิด 21 เม็ดพวกเธอต้องหยุดทานยาไป 7 วันทำให้อาจลืมทานยาหรือนับวันผิดได้
นอกจากนี้ ยังมียาเม็ดคุมกำเนิดอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความถี่ของการมีรอบเดือนได้ โดยการทานยาเม็ดฮอร์โมนเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์และทานยาเม็ดไม่มีฮอร์โมนเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งการทานยาชนิดนี้จะลดรอบการมีประจำเดือนให้เหลือเพียง 1 ครั้งในรอบ 3 เดือน
ยาเม็ดคุมกำเนิดอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงรอบเดือนได้ คือ “mini-pill” ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน โปรเจสเตอโรนเพียงชนิดเดียวที่มีปริมาณของฮอร์โมนน้อย mini-pill แตกต่างจากยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวมประเภทอื่น โดยจะออกฤทธิ์ต่อมูกที่ปากมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก และไข่ ทว่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิดนี้อาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์น้อยกว่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวม ลักษณะการใช้คือ ใช้ทานเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาวๆ ที่ทานยาชนิดนี้จะไม่มีรอบเดือนหรืออาจมีรอบเดือนมากะปริดกะปรอย โดยต้องทานยาเวลาเดิมทุกวันและห้ามขาดการทานยา
การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดหากทานในเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน โดยไม่เกี่ยงว่าจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ซึ่งการทาน mini-pill จำเป็นต้องเข้มงวดกับการทานยามากยิ่งขึ้น
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง
เมื่อเริ่มต้นทานยาเม็ดคุมกำเนิด คุณจำเป็นต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยโดยเฉพาะใน 7 วันแรก อย่างการใช้ถุงาอนามัย เพราะยาเม็ดคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์หลังจากทานยาไปแล้วประมาณ 7 วัน ซึ่งระยะเวลาออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของยาและวันที่เริ่มทานยา และเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณควรใช้ถุงยางอนามัยด้วยเสมอเมื่อมีเซ็กส์
การขาดการทานยาหรือลืมทานยาแม้เพียงวันเดียวก็ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นหากคุณลืมทานยาคุณจะต้องใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์หรืออาจต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน และต้องไม่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดของเพื่อนหรือของญาติพี่น้องเป็นอันขาด
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด
พบว่า 9 จาก 100 คู่รักมีโอกาสตั้งครรภ์จากการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในปีแรก ซึ่งสถิติดังกล่าวเป็นเพียงผลเฉลี่ยทางตัวเลข ดังนั้นโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์นั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการทานยาว่าคุณทานเป็นประจำทุกวันหรือไม่ เพราะหากคุณลืมทานยาเพียงวันเดียวก็อาจทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้
โดยทั่วไปแล้ว ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดแต่ละชนิดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ การใช้ยารักษาโรค การใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพร ที่อาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา ดังนั้น คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาเม็ดคุมกำเนิดเพื่อให้แน่ใจว่าการทานยาอื่นๆ จะส่งผลต่อฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดหรือไม่ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดนั้นยังขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้และคุณต้องไม่ลืมที่จะทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน
การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ยาเม็ดคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคติดต่อ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ การงดมีเพศสัมพันธ์ (abstinence)
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีความปลอดภัย เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบว่ามีผลข้างเคียงจากการใช้มากนัก โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ดังนี้
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมีเลือดออกกระปริดกระปรอยแม้ไม่ได้เป็นช่วงรอบเดือน (มักเกิดขึ้นจากการทาน mini-pill)
- คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ และปวดคัดเต้านม
- อารมณ์แปรปรวน
- เกิดภาวะเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากในหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีที่ไม่สูบบุหรี่
โดยอาการที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นใน 3 เดือนแรกที่เริ่มทานยา แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น คุณควรพบแพทย์และแพทย์จะแนะนำให้คุณทานยาเม็ดคุมกำเนิดยี่ห้อหรือชนิดอื่นแทน
นอกจากนี้ ยาเม็ดคุมกำเนิดยังส่งผลข้างเคียงทางบวกที่ทำให้สาวๆ รู้สึกดีขึ้นได้ เช่น การทานยาจะทำให้ประจำเดือนมาน้อยลง ลดอาการปวดเกร็งที่ท้อง และยานี้มักถูกใช้กับสาวๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรอบเดือน อย่างไรก็ตาม การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวมอาจทำให้ผู้ทานมีสิวมากขึ้น ทว่ายาเม็ดคุมกำเนิดสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม โรคโลหิตจาง ภาวะซีสต์รังไข่ มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
ยาเม็ดคุมกำเนิดเหมาะกับใคร
ยาเม็ดคุมกำเนิดเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ลืมทานยาและสามารถทานยาตรงตามเวลาเป็นประจำทุกวัน และเหมาะกับผู้ที่ต้องการป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพ
ใช่ว่าสาวๆ ทุกคนจะสามารถใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้ สำหรับผู้ที่มีการทานยารักษาโรคหรือมีปัญหาทางสุขภาพอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิดและอาจเป็นอันตรายได้ โดยแพทย์จะไม่แนะนำวิธีคุมกำเนิดนี้กับผู้ป่วยที่มีอาการเกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่ม โรคมะเร็งบางชนิด และผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรน ส่วนสาวๆ ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนหรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ต้องหยุดใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดและรีบพบแพทย์ทันที
สาวๆ ที่สนใจและต้องการทราบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดและผลข้างเคียงของวิธีการคุมกำเนิดรูปแบบต่างๆ รวมถึงการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสม
จะหาซื้อยาเม็ดคุมกำเนิดได้จากที่ใด
การทานยาเม็ดคุมกำเนิดจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติทางสุขภาพของคุณ ของคนในครอบครัว และอาจตรวจร่างกายก่อน อย่างการตรวจภายใน หากแพทย์ยืนยันว่าคุณสามารถทานยาเม็ดคุมกำเนิดได้ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทานยาต่อไป
สาวๆ ที่เริ่มทานยาเม็ดคุมกำเนิดจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอีกครั้งหลังจากการใช้ยาไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าการทานยาไม่ได้มีปัญหาใดๆ หลังจากนั้นแพทย์จะนัดทุก 6 เดือนหรือเมื่อจำเป็นเพื่อตรวจร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ
ราคาของยาเม็ดคุมกำเนิด
การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 0 – 1,500 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือชนิดของยา ซึ่งการซื้อตามโรงพยาบาลรัฐหรือศูนย์อนามัยของรัฐอาจมีราคาถูกกว่าซื้อตามร้านขายยา นอกจากนี้ การปรึกษาแพทย์เพื่อการคุมกำเนิดและการคุมกำเนิดมักได้รับการครอบคลุมอยู่ในแผนสุขภาพของประกันสุขภาพด้วย
ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/contraception-birth.html