กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

อาการเรอเกิดจากอะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

บทความเดียวรู้ครบเรื่องเรอ ทั้งสาเหตุ พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้เรอ วิธีป้องกัน และการรักษาที่ถูกต้อง
เผยแพร่ครั้งแรก 14 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 7 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
อาการเรอเกิดจากอะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เรอ คืออาการที่มีลมในกระเพาะอาหารอะเกินไป ร่างกายจับขับกลับออกมาทางหลอดอาหาร จนหูรูดหลอดอาหารสั่นสะเทือนเป็นเสียงเรอ 
  • อาการเรอเกิดจากการกินอาหารเยอะเกินไป เร็วเกินไป อาหารย่อยไม่หมด กลืนลมเข้าไปเยอะ เช่น กินน้ำจากหลอด หายใจเร็วไป เป็นต้น
  • การรักษาสามารถทำได้โดยใช้ยาลดกรดและยาขับลม ยาเพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยอาหารที่ย่อยมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร
  • การป้องกันสามารถทำได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดการพูดคุยขณะกินอาหาร เลี่ยงอาหารที่มีแก๊สเยอะอย่างน้ำอัดลม ดื่มน้ำจากแก้วแทนหลอด หากมีอาการกรดไหลย้อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา
  • ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่

ในปัจจุบันหลายๆ คนมักประสบปัญหากับอาการอาหารไม่ย่อย จนกระทั่งทำให้มีอาการท้องอืด แน่นท้อง รู้สึกแสบร้อนในท้องช่วงบน หรืออาจจะมีอาการเรอบ่อย (Belching) จนรู้สึกรำคาญตัวเอง เนื่องจากเป็นๆ หายๆ และยังทำให้เสียบุคลิกอีกด้วยเช่นกัน

อาการท้องอืด แน่นท้อง อาจแก้ไขได้ด้วยการกินใยอาหารหรือไฟเบอร์มากขึ้น ไม่ว่าจะจากผัก ผลไม้ หรืออาหารเสริมก็ตาม แตะตรงนี้ เพื่อดูแพ็กเกจอาหารเสริมไฟเบอร์ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

 สาเหตุของอาการเรอ

สาเหตุหลักๆ ของอาการเรอคือมีปริมาณลมในกระเพาะอาหารจำนวนมาก โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยๆ คือการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในปริมาณมากเกินไป 

โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีแก๊สมากหรือทำให้เรอบ่อย ได้แก่ น้ำอัดลม กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถั่วต่างๆ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หัวหอม บร็อกโคลี่ กล้วย ขนมปัง และอาหารที่มีแป้งกับน้ำตาลสูง

สำหรับคนที่ชอบกินขนมปัง อาจเปลี่ยนมาเลือกกินขนมปังสูตรไร้แป้งเพื่อสุขภาพ แตะตรงนี้เพื่อเช็กราคา หรือสอบถามแอดมินเพื่อขอรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติม แตะตรงนี้

การกลืนลม (Aerophagia) ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเรอได้เช่นกัน ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเช่นการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเร็วเกินไป 

เช่น การดื่มน้ำจากหลอดดูด เคี้ยวหมากฝรั่ง สูบบุหรี่ ใส่ฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดี คุยระหว่างรับประทานอาหาร มีกรดในกระเพาะอาหาร มีอาหารตกค้างในกระเพาะอาหารจำนวนมากแล้วไม่ย่อย

นอกจากนี้อาการเรอยังเกิดจากการหายใจยาวหรือเร็วกว่าปกติ เด็กอ่อนที่ดูดนมแม่ ปัญหาทางด้านจิตใจและอารมณ์อย่างเช่นความเครียดวิตกกังวล การรับประทานยาบางชนิด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

เช่น ยาระบายประเภทยาซอร์บิทอลและยาแลคทูโตส ยาแก้ปวดประเภทยาไอบูโพรเฟนและยานาพรอกเซน รวมถึงความเจ็บป่วยจากโรคที่เกี่ยวกับช่องท้องและภาวะการแพ้อาหารบางชนิด

 อาการเรอมีลักษณะอย่างไร

อาการเรอจะทำให้ร่างกายขับลมออกจากกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหารแล้วออกทางปาก ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของหูรูดหลอดอาหารกลายเป็นเสียง และมีกลิ่นของอาหารที่ยังคงตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร 

ซึ่งในกระเพาะอาหารมีลมมากเกินไปจนทำให้กระเพาะอาหารพองตัวนั่นเอง โดยการเรอจะช่วยลดการพองตัวของกระเพาะอาหารได้

 วิธีรักษาอาการเรอ

  1. ยาลดกรดและยาขับลม ช่วยในการรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก ลดอาการเรอเปรี้ยว เช่น ยาไซเมทิโคน ถ่านกัมมันต์

  2. เอนไซม์จากตับอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ผิดปกติ อันเกิดมาจากภาวะการทำงานของตับอ่อนบกพร่อง เพื่อช่วยเพิ่มเอนไซม์ที่ขาดหายไป

  3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทเอนไซม์ จะช่วยย่อยน้ำตาลในผักหรือธัญพืชที่ย่อยได้ยาก หรือก่อให้เกิดแก๊สปริมาณมาก (ดูแพ็กเกจอาหารเสริมประเภทไฟเบอร์ แตะตรงนี้)

  4. ปรึกษาแพทย์ กรณีที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและรับประทานยาตามแพทย์สั่ง 

สามารถเลือกดูโปรแกรมตรวจสุขภาพหลากหลายแบบ เปรียบเทียบราคาและสถานที่ที่เหมาะสมได้ผ่าน HDmall แตะตรงนี้

 วิธีป้องกันอาการเรอ

เราสามารถลดหรือบรรเทาอาการเรอด้วยตัวเองได้แบบง่ายๆ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันและการรับประทานอาหาร เริ่มตั้งแต่การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้ช้าลง 

ไม่พูดคุยขณะเคี้ยวอาหาร ลดปริมาณการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแก๊สเยอะ รวมถึงการบริโภคน้ำตาลแล็กโทส ฟรุกโทส หรือสารให้ความหวานซอร์บิทอล ผู้ที่ชอบกินขนมปังอาจเลือกเปลี่ยนเป็นขนมปังที่ไม่มีแป้งแทน แตะตรงนี้เพื่อเช็กราคา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้นมโค ให้รับประทานโยเกิร์ตแทนเพราะทำให้เกิดแก๊สได้น้อยกว่า เนื่องจากแบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ตจะช่วยย่อยน้ำตาลแล็กโทส ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาในการย่อยของบางคนนั่นเอง 

ควรดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มจากแก้วแทนการใช้หลอด รวมทั้งลดการเคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมและการสูบบุหรี่ จะช่วยลดการนำเอาแก๊สเข้าสู่กระเพาะอาหารได้พอสมควร

ผู้ที่ใส่ฟันปลอมควรตรวจสอบฟันปลอมอยู่เสมอว่า ใส่แล้วกระชับกับช่องปากดีหรือไม่ เพราะถ้ามีขนาดไม่พอดีจะทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปมากขณะที่กำลังรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ (ต้องการเปลี่ยนฟันปลอม เช็กราคาได้ที่นี่)


นอกจากนี้ควรทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวล ก็จะช่วยบรรเทาอาการเรอได้เช่นกัน

 หากเราปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังคงมีอาการเรอ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยรักษาโรคต่อไป เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชันล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
By the way, doctor: What can I do about excessive belching and feeling full?. Harvard Health. (https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/what-can-i-do-about-excessive-belching-and-feeling-full)
Burping & Excessive Belching: Why It Happens & How To Make It Stop. WebMD. (https://www.webmd.com/digestive-disorders/burping-reasons#1)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม