อาการโรคเอดส์แต่ละระยะ

เมื่อติดเชื้อ HIV ไปถึงระยะที่มีอาการ จะเรียกว่า ระยะเอดส์ อาการโรคเอดส์แต่ละระยะแตกต่างกัน ที่สำคัญคือหากมีอาการให้สงสัยว่าเป็นโรคไว้ก่อน แล้วหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เผยแพร่ครั้งแรก 21 พ.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
อาการโรคเอดส์แต่ละระยะ

โรคเอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDS) เป็นโรคหรือกลุ่มอาการของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) ที่เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่ายกว่าปกติ

การติดเชื้อเอชไอวีมักมาจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ มีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อโดยไม่มีการป้องกัน การได้รับเชื้อทางเลือด ที่มักพบในกรณีการใช้เข็มฉีดยาหรือกระบอกฉีดยาร่วมกันในกลุ่มผู้ฉีดสารเสพติด และการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ STD วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 409 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 10

อาการโรคเอดส์และการดำเนินของโรค

การติดเชื้อเอชไอวี จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายค่อยๆ ถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นตามเวลาที่ได้รับเชื้อ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะแรกของการติดเชื้อเอชไอวี (Acute HIV infection) เป็นระยะที่ได้รับเชื้อมาประมาณ 1-6 สัปดาห์ มากกว่า 50% ของผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอและรักแร้โต เจ็บคอแต่ไม่มีเสมหะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร

    บางรายมีผื่นขึ้นตามลำตัว จะมีอาการ 1-2 สัปดาห์ และจะหายไป ในระยะนี้หากไปการตรวจเลือดจะยังไม่พบการติดเชื้อ จะตรวจพบเชื้อได้หลังจากติดชื้อแล้ว 2-12 สัปดาห์ แต่ผู้ติดเชื้อสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่คู่ทางการมีเพศสัมพันธ์ได้แล้ว

  2. ระยะการติดเชื้อไม่ปรากฏอาการ (Asymptomatic หรือ Clinical latent period) เป็นระยะที่เกิดหลังได้รับเชื่อ 8 เดือนถึง 1 ปี ผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เมื่อตรวจเลือดหรือน้ำลาย จะได้ผลบวกหรือแสดงว่ามีการพบเชื้อเอชไอวี

  3. ระยะที่มีอาการ (Symptomatic HIV Infection) หรือ ระยะเอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDS) มักเกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อมาแล้วหลายปี จะเริ่มมีการติดเชื้อราในช่องปาก ลำคอ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณรักแร้ ขาหนีบ อาจเกิดงูสวัด มีแผลเริมลุกลาม และมีอาการเรื้อรัง มีไข้ไม่ทราบสาเหตุต่อเนื่องมากกว่า 10 วัน อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ท้องเสียเรื้อรัง เกิดผื่นคันตามแขน ขา หรือที่เรียกว่าตุ่ม PPE ซึ่งอาการเหล่านี้ ไม่ได้เป็นอาการจำเพาะของโรคเอดส์ จึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกวิธี

    เมื่อมีการติดเชื้อจนภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกทำลายลงมาก จะทำให้เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เช่น วัณโรค ปวดอักเสบ ติดเชื้อในระบบประสาท สมองและไขสันหลัง ติดเชื้อราเกิดแผลอักเสบในปาก ลำคอ และช่องคลอด หรืออาจมีการติดเชื้อที่นำไปสู่การตาบอด เกิดแผลหนองอักเสบ ท้องเสียรุนแรง หรืออาจเกิดเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ ได้

    อาการโรคเอดส์จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

อาการโรคเอดส์ในเพศหญิงกับเพศชายแตกต่างกันหรือไม่?

อาการโรคเอดส์ในผู้ป่วยเพศหญิงและเพศชายจะคล้ายกัน แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ในผู้ป่วยเอดส์เพศหญิงจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้เป็นพิเศษคือ ประจำเดือนผิดปกติ อาจมาน้อยลง มากขึ้น หรือมาไม่ปกติ หรืออาจมีอาการปวดประจำเดือนมาก ปวดท้องน้อย เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เจ็บขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาทางช่องคลอด แต่อาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการเฉพาะเจาะจงของโรคเอดส์ ดังนั้นหากสงสัยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างแน่ชัด

โรคเอดส์เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความทุกข์ด้านร่างกายอย่างมากแก่ผู้ที่ได้รับเชื้อ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วย เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ไม่รับการรักษา เมื่อก่อนส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 3 ปี แต่ในปัจจุบันมีการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ การดูแลรักษามีตั้งแต่การใช้ยาต้านไวรัส ใช้ยารักษาตามอาการ และการปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยดำเนินชีวิตตามปกติและมีชีวิตที่ยืนยาวได้

ที่สำคัญคือ โรคเอดส์เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากเข้าใจความเสี่ยง และไม่ละเลยการป้องกันการติดเชื้ออย่างถูกวิธี


8 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, ชุดความรู้การดูแลรักษาสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ (http://irem2.ddc.moph.go.th/uploads/file/research/technical%20Products-DDC/Diseases%20touch-28.pdf).
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, ความรู้เกี่ยวกับเอชไอวีและเอดส์ (https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2016/hiv-aids-infection-treatment ), 24 พฤศจิกายน 2559.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
รายชื่อโรคติดต่อ
รายชื่อโรคติดต่อ

ค้นหารายชื่อโรคติดต่อได้ง่ายๆ ในลิ้งค์เดียว ไม่ต้องนั่งหาทีละโรค พร้อมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคติดต่อ รวมมาตอบไว้แล้วที่นี่

อ่านเพิ่ม
โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้
โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้

ตอบชัดเจน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเอดส์ เชื้อ HIV ติดได้อย่างไร ทำแบบไหนติดบ้าง และจะป้องกันอย่างไร?

อ่านเพิ่ม