กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

Lichen Planus (ไลเคนพลานัส)

เผยแพร่ครั้งแรก 31 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคไลเคนพลานัส คือ การเกิดผื่นคันที่คาดว่ามีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ หรือมีการตอบสนองต่อยาบางประเภท
  • อาการของโรคไลเคนพลานัสโดยหลักๆ เกิดที่บริเวณผิวหนัง ช่องปาก ภายใน และภายนอกอวัยวะเพศทั้งหญิงหญิง และชาย ซึ่งหากอาการแทรกซ้อนมากๆ ก็สามารถเกิดเป็นโรคมะเร็งได้
  • ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไลเคนพลานัสให้หายขาดได้ มีแต่การรักษากับอาการของโรคเพื่อให้บรรเทา และทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตตามปกติได้ง่ายขึ้น เช่น ครีม หรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาต้านฮิสตามิน การรักษาด้วยรังสี UVB
  • นอกจากการรักษาด้วยยา การรักษาโรคไลเคนพลานัสยังต้องมีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วย โดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดโรค เช่น การใช้น้ำอุ่นอาบน้ำแทนการใช้สบู่ ไม่รับประทานอาหารรสเผ็ด หรือมีกรดสูง ไม่สวมกางเกงชั้นในแน่นเกินไป
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้

โรคไลเคนพลานัส (Lichen Planus) คือ โรคที่ก่อให้เกิดผื่นคันที่ไม่ใช่การติดเชื้อที่สามารถเกิดกับส่วนใดของร่างกายก็ได้ เช่น แขน ขา ต้นขา ปาก (รอยไลเคนพลานัสในช่องปาก) เล็บ หนังศีรษะ อวัยวะเพศภายนอก และภายในของสตรี และองคชาต

สาเหตุของโรคไลเคนพลานัส

สาเหตุการเกิดโรคไลเคนพลานัสนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่คาดกันว่า เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายหรือความผิดปกติของการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่มีต่อยาบางประเภท โรคไลเคนพลานัสไม่ใช่โรคติดเชื้อ ไม่ส่งต่อทางพันธุกรรม และไม่แพร่ไปยังผู้อื่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หมดปัญหาเหงื่อออกมากที่มืออย่างถาวร รักษาแล้วมือแห้ง ชีวิตง่ายขึ้น!

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / เบิกประกันได้ / ผ่อน 0% ได้ / ปรึกษาหมอก่อนผ่าตัดได้ไม่จำกัดครั้ง

คาดกันว่าโรคไลเคนพลานัสเกิดกับผู้คนทั่วโลกประมาณ 1-2% และพบได้มากในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยโรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนังจะพบได้ในผู้ชายและผู้หญิงพอๆ กัน 

แต่สำหรับโรคไลเคนพลานัสในช่องปากนั้นพบได้ในผู้หญิงมากที่สุด ส่วนการเกิดโรคขึ้นที่ปากจะเกิดขึ้นประมาณ 50% ของผู้ป่วยโรคไลเคนพลานัส

อาการของโรคไลเคนพลานัส

อาการของไลเคนพลานัสจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับบริเวณของร่างกายที่ติดโรค โดยพื้นที่ร่างกายที่มักได้รับผลกระทบจากไลเคนพลานัสมากที่สุด คือ ผิวหนัง ช่องปาก องคชาต อวัยวะเพศหญิงภายนอก และช่องคลอด

1. โรคไลเคนพลานัสบนผิวหนัง

  • เกิดผื่นนูนสีแดงแกมม่วงปูดออกมาและมีส่วนบนแบน โดยปุ่มที่เกิดขึ้นมักมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-5 มิลลิเมตร และอาจมีร่างแหสีขาว (Wickham's striae) พาดอยู่ด้วย
  • มีปื้นสะเก็ดที่มักเกิดขึ้นรอบข้อเท้า
  • คันที่ผิวหนัง
  • หลังจากที่ผื่นนูนหายไปแล้ว ผิวหนังที่เคยติดโรคอาจเกิดการเปลี่ยนสีได้

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนังมักจะเกิดขึ้นรอบข้อเท้า ข้อมือ และแผ่นหลังส่วนล่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นตำแหน่งใดของร่างกายก็ได้ 

ส่วนโรคไลเคนพลานัสชนิดหนา (Hypertrophic) จะเกิดขึ้นบริเวณหน้าแข้ง และโรคไลเคนพลานัสรูปร่างคล้ายวงแหวนมักจะเกิดขึ้นบนรอยย่นของผิวหนัง เช่น บนรักแร้ 

2. โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

  • มีลายสีขาวบนลิ้น และกระพุ้งแก้ม 
  • มีปื้นสีขาวและแดงในช่องปาก 
  • มีอาการแสบร้อนหรือไม่สบายในช่องปากขณะดื่มหรือรับประทานอาหาร 
  • เหงือกแดงและเจ็บปวด

กรณีที่มีไลเคนพลานัสในช่องปากไม่รุนแรงอาจไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดใดๆ ก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

3. โรคไลเคนพลานัสที่องคชาติ

  • มีปื้นสีขาวหรือสีม่วงรูปวงแหวนบนปลายองคชาต 
  • มีผื่นนูนสีสดที่ยอดแบนเกิดขึ้น 
  • มีผื่นที่ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน

4. โรคไลเคนพลานัสที่อวัยวะเพศภายนอก และช่องคลอดของผู้หญิง

  • ปวดเมื่อย แสบร้อนรอบอวัยวะเพศ ภายนอกปกคลุมด้วยลายสีขาวที่อาจเป็นสีขาวซีด แดง หรือชมพู 
  • หากช่องคลอดติดโรคจะทำให้รู้สึกปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่
  • หากชั้นผิวหนังภายนอกเสียหายหรือชื้นจะทำให้เกิดปื้นสีแดงขึ้น 
  • อาจเกิดรอยแผลเป็นจนทำให้รูปร่างของช่องคลอดเปลี่ยนไป มีของเสียเหนียวสีเขียวหรือเหลืองออกมา ซึ่งอาจมีเลือดปนด้วย และช่องเปิดของช่องคลอดตีบลง

5. โรคไลเคนพลานัสที่บริเวณอื่น

โรคไลเคนพลานัสสามารถเกิดกับบริเวณอื่นนอกเหนือจากข้างต้นได้ด้วย เช่น

  • เล็บบาง หนาขึ้น ร่น หรือมีสีเข้มขึ้น บางทีอาจทำให้เล็บลอกหรือหยุดงอกได้
  • เกิดปื้นสีแดงรอบกระจุกผม ในบางกรณีอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงถาวรได้

โรคไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อน

ไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อนเป็นไลเคนพลานัสชนิดที่หายาก และจะแสดงอาการนาน ภาวะเช่นนี้จะก่อให้เกิดแผลในช่องปาก และบริเวณอวัยวะเพศที่เจ็บปวด และสามารถเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง 

ในบางกรณีไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อนที่เกิดขึ้นระยะยาวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย

การวินิจฉัยโรคไลเคนพลานัส

แพทย์ หรือทันตแพทย์สามารถวินิจฉัยพบโรคไลเคนพลานัสได้จากการตรวจร่างกายบริเวณที่มีอาการของโรค และสอบถามอาการของคุณ สำหรับไลเคนพลานัสในช่องปากนั้นมักจะวินิจฉัยพบโดยทันตแพทย์ในระหว่างการตรวจฟัน

การรักษาโรคไลเคนพลานัส

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไลเคนพลานัสให้หายขาด มีเพียงการรักษาจัดการกับอาการของโรค และเพื่อทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เช่น การใช้ครีม หรือขี้ผึ้งสเตียรอยด์ในการควบคุมอาการคัน และผื่น

ไลเคนพลานัสบนผิวหนังส่วนมากจะหายไปเองภายในเวลา 6-9 เดือน โดยผื่นมักจะอยู่ไม่นานไปกว่า 18 เดือน แต่สำหรับไลเคนพลานัสช่องปากกับไลเคนพลานัสที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศนั้นอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

ปฏิกิริยาที่มีต่อยา

ปฏิกิริยาที่ร่างกายตอบสนองต่อยาบางประเภทอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคไลเคนพลานัสขึ้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น

  • การฉีดยา เป็นการใช้ยาปรับเปลี่ยนโรครูมาตอยด์ (DMARD) ที่เป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ เพื่อลดอาการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวดที่ข้อต่อ
  • ยาต้านมาลาเรียชนิดเม็ด ยาที่ใช้ป้องกันโรคมาลาเรีย (โรคเขตร้อนที่มียุงเป็นพาหะนำโรค)

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง

แพทย์จะวินิจฉัยโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนังได้จากการสังเกตลักษณะของผื่น แต่กระนั้นภาวะไลเคนพลานัสก็อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะผิวหนังอื่นๆ แทนได้ เช่นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง แห้ง แตก และคัน

หากแพทย์ไม่มั่นใจกับการวินิจฉัยผิวหนัง อาจมีการเจาะตัวอย่างผิวหนังไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ด้วย โดยหากจำต้องมีการเก็บตัวอย่างผิวหนังไปตรวจ คุณจะได้รับยาชาเฉพาะที่ก่อนเพื่อทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวด ณ บริเวณที่ถูกดำเนินการ

โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

แพทย์หรือทันตแพทย์จะวินิจฉัยไลเคนพลานัสในช่องปากได้จากการสังเกตอาการภายในช่องปากของคุณ

นอกจากนี้ อาจมีการเจาะตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยก็ได้ ซึ่งจะเป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อภายในปาก และส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เช่นเดียวกับกระบวนการตรวจไลเคนพลานัสบนผิวหนัง อีกทั้งต้องมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เช่นเดียวกัน

การรักษาโรคไลเคนพลานัส

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไลเคนพลานัส มีเพียงการรักษาบรรเทาอาการต่าง ๆ และกำจัดผื่นเท่านั้น สำหรับไลเคนพลานัสที่ไม่รุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาก็ได้

หลักการดูแลตนเอง

หลักปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยภาวะไลเคนพลานัส เพื่อบรรเทาและป้องกันการทรุดของโรค มีดังต่อไปนี้

1.โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง

  • เลี่ยงการชำระล้างร่างกายด้วยสบู่หรือฟองอาบน้ำ แต่ให้ใช้น้ำอุ่นธรรมดาอาบแทน
  • ป้องกันอย่าให้แชมพูสระผมโดนผิวหนังที่เป็นโรค
  • ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง

2. โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเผ็ด หรือที่เป็นกรดสูงอย่าง เช่น น้ำผลไม้บางประเภท เนื่องจากกรดจะไปทำให้บริเวณที่เป็นโรคในช่องปากระคายเคืองขึ้นมา
  • เลี่ยงการทานอาหารที่มีความคม อย่างเช่นขนมปังกรอบ
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • หากมีความเจ็บปวดในช่องปากจากภาวะไลเคนพลานัส พยายามทานอาหารเหลวหรืออ่อนอย่างเช่นมันฝรั่งบดหรือข้าวต้มแทน
  • หากเป็นไปได้ให้ใช้ยาสีฟันที่คุณใช้เป็นประจำต่อไป
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เพราะอาจจะแรงเกินไปสำหรับปากของคุณได้
  • พยายามรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี
  • ให้เข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพของฟันและเหงือก

3. โรคไลเคนพลานัสที่อวัยวะเพศ

  • หลีกเลี่ยงการชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ หรือฟองอาบน้ำให้ใช้น้ำอุ่นธรรมดา หรือสารที่ใช้แทนสบู่แทน
  • ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นกับบริเวณอวัยวะเพศก่อน และหลังขับถ่าย
  • ประคบเย็น ณ บริเวณที่เป็นโรคเพื่อลดอาการคันและบวม (ห้ามประคบน้ำแข็งกับผิวหนังโดยตรง ให้พันน้ำแข็งด้วยผ้าเช็ดตัวหรือถุงชาก่อน)
  • สำหรับผู้หญิงไม่ควรสวมกางเกงที่คับแน่นเกินไป

4. โรคไลเคนพลานัสที่เล็บ ผม และผิวหนัง

มีการใช้ยา และการรักษามากมายที่แนะนำสำหรับจัดการกับโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนัง เล็บ และผม ดังนี้:

ครีมและขีผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์

ครีม และขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาทาที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสเตียรอยด์ (ฮอร์โมนเทียม) และถูกใช้เพื่อการรักษาการอักเสบของภาวะผิวหนัง ซึ่งยาประเภทนี้มักจะถูกเรียกว่ายาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่จะช่วยลดการอักเสบ และอาการแดงของผิวหนังที่เกิดจากโรคไลเคนพลานัส ตัวอย่างยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ชนิดแรงเช่น โคลเบทาโซล โพรพิโอเนต ซึ่งมีฤทธิ์บรรเทาอาการคันได้ดีมาก

การรักษาปุ่มแดง หรือม่วงควรจะหยุดทันทีที่ผื่นเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลหรือเทา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อการอักเสบลดน้อยลงมาก หากยังคงใช้ยาทาไปเรื่อย ๆ หลังจากนี้จะทำให้ผิวหนังบางลง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์มีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยได้แก่ ประเภทและความรุนแรงของการรักษาที่ใช้ ระยะเวลาที่ดำเนินการรักษา ธรรมชาติของภาวะที่กำลังทำการรักษาอยู่

ผลข้างเคียงของคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มีดังนี้ 

  • ผิวหนังแดงหรือแสบร้อน 
  • ผื่นผิวหนัง 
  • ผิวหนังบาง 
  • ผิวแตกลาย 
  • โรคผื่นอักเสบสัมผัส:

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ด

ในบางกรณีแพทย์จะทำการจ่ายยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ดในการรักษาโรคไลเคนพลานัสรุนแรง หรือเมื่ออาการของโรคไม่ตอบสนองต่อครีมหรือขี้ผึ้งเท่าไรนัก

ผลข้างเคียงของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ดที่ใช้ในระยะสั้นมีดังนี้: ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น นอนไม่หลับ คั่งน้ำ (ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติ) อารมณ์เปลี่ยนแปลง อย่างเช่นรู้สึกฉุนเฉียวหรือวิตกกังวล

การรักษาวิธีอื่น

การรักษาโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนังอื่น ๆ มีดังนี้:

  • การใช้ยาต้านฮิสตามีน มักใช้รักษาอาการของภูมิแพ้ อย่างเช่นคันผิวหนัง ในกรณีที่คุณเป็นภาวะไลเคนพลานัสที่ผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน ยาตัวนี้สามารถใช้เพื่อลดอาการดังกล่าวได้
  • การรักษาด้วยแสง มีการรักษาด้วยแสงสองวิธีคือการใช้แสงอัลตราไวโอเล็ต B (UVB) และ Psoralen Plus Ultraviolet A (PUVA)
    UVB มักจะเป็นวิธีรักษาด้วยแสงที่ใช้กันมากที่สุด แต่ PUVA จะนำมาใช้กับกรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสที่เป็นรุนแรง หรือลุกลามมากจนไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ
  • การใช้ยาอาซิเทรติน ยาตัวนี้จะจ่ายโดยผู้เชี่ยวชาญ และจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยไลเคนพลานัสที่เป็นรุนแรงเท่านั้น ยาเม็ดตัวนี้จะมีผลข้างเคียงหลายอย่างและอาจไม่เข้ากับยาตัวอื่น

5. โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

กรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสในช่องปากที่เป็นไม่รุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงนั้นจะมีการรักษาดังนี้

  • การใช้ยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาระงับประสาทเพื่อทำให้ช่องปากชาชั่วคราวจนทำให้รับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น
  • สเปรย์ น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน หรือยาอมคอร์ติโคสเตียรอยด์
  • เจล หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อเพื่อช่วยป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก
  • ในกรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสรุนแรง อาจมีการใช้ยาเม็ดคอร์ติโคสเตียรอยด์ในระยะสั้น

6. การรักษาวิธีอื่น

หากการรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ไม่สามารถควบคุมอาการของคุณ แพทย์อาจทำการจ่ายยากดภูมิคุ้มกันแก่คุณเพื่อจำกัดปฏิกิริยาคุ้มกันอัตโนมัติของร่างกายที่คาดว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะไลเคนพลานัสแทน

การรักษาประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของร่างกายได้ได้รับผลกระทบจากโรคไลเคนพลานัส

การใช้ยาภายนอก (ยาที่ใช้รักษาไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง): เช่นการใช้ขี้ผึ้งทาโครลิมัสและครีมพิเมโครลิมัสกับผิวหนังโดยตรง

การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (ใช้รักษาไลเคนพลานัสในช่องปาก): ยาที่ใช้มักอยู่ในรูปของยาเม็ดหรือแคปซูล และสามารถใช้เพื่อรักษาไลเคนพลานัสในช่องปากที่เป็นรุนแรงได้

การรักษาเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ชี้แจงคุณอีกที

คุณอาจต้องเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำหากต้องรับยากดภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในช่วงแรกของการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไลเคนพลานัส

ภาวะไลเคนพลานัสก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่าง เช่น ผิวหนังเปลี่ยนสี และในบางกรณี การเป็นไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อนก็อาจเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งบางประเภทอีกด้วย

การเกิดสีคล้ำตามผิวหนัง

หลังจากที่คุณหายจากผื่นของภาวะไลเคนพลานัส ผิวหนังที่ติดโรคอาจมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งอาจเป็นสีน้ำตาลหรือเทาที่คงอยู่นานหลายเดือน ภาวะเช่นนี้เรียกว่า การเกิดจุดด่างดำหลังการอักเสบ และมักจะมองเห็นได้ชัดในผู้ที่มีสีผิวเข้มอยู่แล้ว

โรคไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อน ภาวะไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อน คือ ภาวะไลเคนพลานัสประเภทหนึ่งที่มีอาการเรื้อรังระยะยาวและทำให้มีแผลเจ็บปวดขึ้น และก่อให้เกิดอาการแสบร้อน และไม่สบายบริเวณอวัยวะเพศ

บางกรณีหรือผู้ป่วยไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อนประมาณ 2% จะประสบกับภาวะมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งช่องปาก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาต

ซึ่งการตรวจร่างกายด้วยตัวเอง และการสังเกตหาความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้คุณสามารถพบปัญหาต่างๆ ได้เร็ว โดยการมองหาตำแหน่งที่เป็นแผลในช่องปาก หรือบนอวัยวะเพศที่เป็นมานาน หรือไม่ยอมหายเอง ซึ่งหากพบคุณต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

คุณควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าฟัน และเหงือกของคุณมีสุขภาพดี และคอยสังเกตปื้นหรือแผลในช่องปาก หรือบนอวัยวะเพศตลอดเวลาและรีบทำการรักษาความผิดปรกติที่พบทันที สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปนั้น ควรเข้ารับการตรวจฟันทก ๆ 3-24 เดือนตามกรณีบุคคล

วิธีป้องกันโรคไลเคนพลานัส

การป้องกันโรคไลเคนพลานัสทำได้ยากมาก แต่ก็สามารถช่วยคงสภาพเยื่อบุช่องปากให้มีสุขภาพดีด้วยการปฏิบัติตนดังนี้ 

  • เลิกสูบบุหรี่  
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก  
  • รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และดีต่อสุขภาพ 
  • ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง 
  • ตรวจสภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อจัดการกับปัญหาฟันหรือปากให้เร็วที่สุด

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ และภาวะแพ้ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


16 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Oral Lichen Planus: Symptoms, Causes, and Treatments. WebMD. (Available via: https://www.webmd.com/oral-health/oral-lichen-planus#1)
Lichen planus. MedlinePlus. (Available via: https://medlineplus.gov/ency/article/000867.htm)
Lichen Planus. Johns Hopkins Medicine. (Available via: https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/lichen-planus)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
ีเป็นแผลคีลอยด์ที่ใบหน้าถ้าไปตัดออกแล้วยังจะมีโอกาศเป็นอีกไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ผิวหนังเป็นจ้ำๆ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เป็นรองช้ำมีวิธีรักษาไหมคะ นอกจากแช่น้ำอุ่น
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อยากทราบว่า จะทำอย่างไรได้บ้างในการรักษาไม่ให้ผิวแห้งค่ะ บริเวณมือและเท้า เพราะเป็นคนผิวแห้งค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ภูมิแพ้ผิวหนังที่ไม่รู้สาเหตุแล้วมีผื่นขึ้นตลิดต้องดูแลตัวเองยังไง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การจัดการปานแดงที่แก้มขนาดเหรียญ 5 บาท ควรทำเลเซอร์ตอนอายุเท่าไหร่ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)