มะเร็งและโรคร้าย

วิธีรักษาริดสีดวง

แนวทางการรักษาริดสีดวงทวาร ทั้งแบบแผนปัจจุบันและทางเลือก
เผยแพร่ครั้งแรก 30 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
วิธีรักษาริดสีดวง

บทความนี้เขียนโดยทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HonestDocs วันที่ 27/05/2562

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจและรักษาริดสีดวงทวารวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 940 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

192

ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง เพียงแต่สร้างความรำคาญและความไม่สุขสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน การรักษาที่ถูกวิธีและเหมาะสมกับอาการของโรค สามารถช่วยให้อาการริดสีดวงอาการดีขึ้นได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

ริดสีดวงทวารคืออะไร

ริดสีดวงทวาร เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก ทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นโป่งพอง เกิดก้อนเนื้อที่ปากทวารหนัก และเมื่อถ่ายอุจจาระจะมีเลือดปนออกมาด้วย สาเหตุริดสีดวงทวารส่วนใหญ่มักเกิดจากการเบ่งถ่าย เนื่องจากภาวะท้องผูก ริดสีดวงทวารอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น เกิดจากภาวะการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้เพิ่มการขยายตัวของเส้นเลือดที่ปากทวารหนัก ยิ่งไปกว่านั้นโรคริดสีดวงทวารอาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรมได้อีกด้วย

วิธีรักษาริดสีดวงทวารหนัก

วิธีรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก ทั้งตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันและทางเลือกมีหลายวิธี ดังนี้

  1. ใช้ยาเหน็บทวารหนัก ช่วยลดการอักเสบของริดสีดวง เช่น อาการบวมเต่ง แสบร้อน อาการปวด
  2. รับประทานยาระบายหรือยาที่ทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น
  3. รักษาโดยการรับประทานยาสมุนไพร
  • ว่านหางจระเข้ ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ลดการอักเสบ อาการปวด ลดอาการคันด้วยฤทธิ์เย็นจากเนื้อวุ้น สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบยาภายในและยาภายนอก วิธีการคือ นำใบว่านหางจระเข้สดมาปอกเปลือกออก จากนั้นนำไปล้างน้ำเอายางสีเหลืองออกให้หมด ให้เหลือเฉพาะเมือกกับเนื้อวุ้นสีขาวใส แล้วหั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก รับประทานก่อนอาหารตอนเช้า ครั้งละประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ติดต่อกันทุกวัน ประมาณ 15-30 วัน ส่วนการใช้เป็นยาภายนอก ให้เริ่มต้นด้วยวิธีการเดียวกับการใช้เป็นยารับประทาน คือ ปอกเปลือกใบว่านหางจระเข้แล้วล้างเอายางสีเหลืองออกจนหมด จากนั้นเหลาให้ปลายแหลมเล็กน้อย เพื่อใช้เหน็บในช่องทวารหนัก อาจนำไปแช่ตู้เย็นหรือน้ำแข็งให้แข็งจะทำให้สอดได้ง่ายขึ้น หมั่นเหน็บวันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าจะหาย
  • เพชรสังฆาต ช่วยลดการอักเสบ ช่วยให้หลอดเลือดดำที่บวมเป่งบริเวณทวารหนักหดตัว วิธีการใช้คือนำเพชรสังฆาตสด 1 ปล้อง หั่นเป็นข้อเล็กๆ หุ้มด้วยกล้วยสุกหรือมะขามเปียก แล้วกลืนวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น รับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 10-15 วัน อาการจะทุเลาลง หรือจะรับประทานแบบแคปซูล ตามบัญชียาหลักแห่งชาติของกระทรวงสาธารณสุข ตำรับยาผสมเพชรสังฆาต ชนิดผง ครั้งละประมาณ 1 กรัมละลายน้ำ วันละ 3 ครั้งหลังอาหารทันที
  • เม็ดแมงลัก มีสรรพคุณเป็นยาระบาย วิธีรับประทานคือ ให้ตักเม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่ไว้ในน้ำ ทิ้งไว้จนกว่าจะพองเต็มที่ แล้วนำมารับประทานก่อนนอน รับประทานได้ทุกวันหรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์
  • ตำรับยาริดสีดวงมหากาฬ จากบัญชียาหลักแห่งชาติ ช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม-1 กรัม วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร
  1. นั่งแช่น้ำอุ่น ผสมน้ำอุ่นลงในกะละมังขนาดพอเหมาะ ผสมด่างทับทิมเล็กน้อยลงไปให้น้ำกลายเป็นสีชมพูอ่อนๆ จากนั้นให้นั่งเอาก้นลงไปแช่น้ำอุ่นนานประมาณ 15-30 นาที ควรทำก่อนและหลังอุจจาระ โดยน้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น คลายเส้นโลหิตที่โป่งพองที่เกิดเป็นริดสีดวงทวารได้ 
  2. การฉีดยาที่ริดสีดวงทวารหนัก เพื่อทำให้หัวริดสีดวงทวารหนักยุบลง และรั้งเนื้อเยื่อริดสีดวงไม่ให้เลื่อนตัวลงมา การรักษาในรูปแบบนี้เหมาะกับหัวริดสีดวงที่ย้อยออกมาไม่มาก และต้องฉีดซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนอาการทุเลา
  3. การใช้ยางรัด เหมาะกับผู้มีหัวริดสีดวงที่ย้อยและมีขั้วขนาดพอรัดได้ การรัดช่วยให้หัวริดสีดวงหลุดออก และพังผืดที่เกิดจากแผลจะรั้งริดสีดวงที่เหลือให้หดกลับเข้าไปในทวารหนัก ทำได้ครั้งละไม่เกิด 3 ตำแหน่ง และการรัดเพิ่มทำได้ทุก 3-4 สัปดาห์
  4. การจี้ริดสีดวงทวารด้วยอินฟราเรด เหมาะสำหรับริดสีดวงทวารในระยะที่ 1 (ริดสีดวงขนาดเล็กมีเลือดออกและไม่มีก้อนยื่น) และระยะที่ 2 (ริดสีดวงที่ยื่นออกมาจากปากทวารขณะเบ่งถ่ายอุจจาระและสามารหดกลับเข้าที่เองได้) ผลข้างเคียงอาจเกิดเลือดออกจาแผลได้หลังการจี้ 1-2 สัปดาห์แรก แต่ไม่มากและมักหยุดเองได้
  5. การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก เหมาะสำหรับริดสีดวงทวารในระยะที่ 3 (ริดสีดวงที่ยื่นออกจากปากทวาร สามารถกลับเข้าที่ได้โดยต้องใช้นิ้วดันกลับ) และระยะที่ 4 (ริดสีดวงที่ยื่นออกมาตลอดเวลาไม่สามารถดันกลับเข้าที่ได้) อาจมีการฉีดยาหรือรับประทานยาแก้ปวดก่อนการผ่าตัด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ปวดแผลน้อย และส่วนใหญ่กลับบ้านได้ใน 1-2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด โดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดริดสีดวงทวารหนัก

  1. รับประทานที่มีกากใยสูง เช่น ผักสด ผลไม้สด กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ข้าวที่ไม่ได้ผ่านกระบวรการขัดสี  ช่วยให้การขับถ่ายอุจจาระสะดวกขึ้น อุจจาระนิ่ม ไม่เจ็บแสบทวารหนัก นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2-3 วัน ครั้งละประมาณ 20-30 นาที เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวและบีบให้อุจจาระและเกิดการขับถ่ายของเสียออกมา
  3. ควรงดการรับประทานชา กาแฟ เนื่องจากมีสารคาเฟอีน มีฤทธิ์ทำให้ท้องผูกได้
  4. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 7-8 แก้ว เพื่อให้อุจจาระมีน้ำอุ้ม ส่งผลให้อุจจาระนุ่มไม่ต้องเบ่งถ่าย และควรดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนตอนเช้าช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
  5. หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระ ควรขับถ่ายให้เป็นเวลา ฝึกให้ลำไส้มีพฤติกรรมอัติโนมัติ และควรเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรุ้สึกอยากถ่าย ไม่ควรกลั้นอุจจาระ
  6. ผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากความเครียดทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวน รวมไปถึงระบบขับถ่ายด้วย เพราะเมื่อเกิดความเครียดจะทำให้เบื่ออาหาร จากนั้นลําไส้จะหยุดบีบตัวชั่วคราวพร้อมกับถ่ายไม่ออก
  7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย เนื่องจากทำให้กลไกลการเคลื่อนไหวของลำไส้อัตโนมัติเสียไป ถ้าไม่ได้รับยาลำไส้จะไม่ทำงานและทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
  8. หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก เช่น ยาระงับอาการปวด ยารักาโรคพาร์กินสัน ยาต้านซึมเศร้า ยาขับปัสสาวะ ยาต้านการซัก ยารักษาความดันโลหิตสูง (กลุ่มยับยั้งแคลเซียม) และยาลดกรดบางชนิด
  9. เมื่อมีอาการขับถ่ายผิดปกติ หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดปริมาณมาก ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรค และหาวิธีการรักษาที่ถูกต้อง


    5 แหล่งข้อมูล
    กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
    บัญชียาหลักแห่งชาติ, บัญชียาจากสมุนไพร (http://www.dms.moph.go.th/dmsweb/main_page/herbal_book.pdf), 25 พฤษภาคม 2554.
    วิไล ตระกูลโอสถ, ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ริดสีดวงทวาร (http://oldweb.pharm.su.ac.th/thai/Organizations/DIS/Articles/health001.asp), 12 มิถุนายน 2545.
    ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย, แนวทางการรักษาพยาบาลด้านศัลยกรรม สาขาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวรหนัก, ริดสีดวงทวาร (http://www.rcst.or.th/view.php?group=8&id=211), 12 กุมภาพันธ์ 2551.

    บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

    ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

    ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
    (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

    ตั้งกระทู้ถามหมอ

    เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


    แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
    เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
    เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
    * ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

    คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

    รับทราบและถามคำถาม
    บทความต่อไป
    โรคริดสีดวงทวาร มีเลือดออกขณะขับถ่ายและหลังขับถ่าย
    โรคริดสีดวงทวาร มีเลือดออกขณะขับถ่ายและหลังขับถ่าย

    โรคริดสีดวงคืออะไร บอกสาเหตุและอาการ รวมถึงวิธีการรักษาและป้องกัน

    การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร
    การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

    อะไรที่คุณคาดว่าจะเกิดขึ้นได้บ้างหลังจากรักษาริดสีดวงทวาร