รู้จัก “ไฟโบรสแกน” เทคโนโลยีตรวจตับแบบใหม่ที่หลายคนยังไม่รู้

ไฟโบรสแกน เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการตรวจโรคเกี่ยวกับตับ โดยจะใช้เพื่อตรวจหาไขมันที่สะสมอยู่ในตับและภาวะพังผืดในเนื้อตับโดยเฉพาะ
เผยแพร่ครั้งแรก 30 มิ.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รู้จัก “ไฟโบรสแกน” เทคโนโลยีตรวจตับแบบใหม่ที่หลายคนยังไม่รู้

ไฟโบรสแกน (FibroScan) ศัพท์ใหม่ทางการแพทย์ที่หลายคนอาจไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดความสงสัยว่า มันคืออะไร และมีความสำคัญกับการรักษาทางการแพทย์อย่างไร

ไฟโบรสแกนคืออะไร

ไฟโบรสแกน เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการตรวจโรคเกี่ยวกับตับโดยจะใช้เพื่อตรวจหาไขมันที่สะสมอยู่ในตับและภาวะพังผืดในเนื้อตับโดยเฉพาะ ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนเหมือนกับการตรวจแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้วิธีการเจาะตับ นอกจากนี้ก็สามารถตรวจก่อนป่วยได้อีกด้วย เพราะยิ่งตรวจก่อน รู้ก่อนก็จะยิ่งทำให้รักษาได้ทันและมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 674 บาท ลดสูงสุด 425 บาท

ตรวจตับ วันนี้ เปรียบเทียบราคา / ประหยัดกว่า / ผ่อน 0% ได้ / แอดมินพร้อมให้บริการ กดที่นี่

Ads h 1

หลักการทำงานของไฟโบรสแกน

ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี VCTETM (Vibration Controlled Transient Elastrography) โดยปล่อยคลื่นความถี่ 50 เฮิรตซ์ ที่ทำใหรู้สึกสั่นสะเทือนบรเิวณผิวหนัง ผ่านเขำ้ไปยังตับ และวัดความเร็วของคลื่นที่เคลื่อนกระจายผ่านเนื้อตับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง แล้วเครื่องจะประมวลผลออกมาว่า มีปริมาณพังผืดในตับมากน้อยเพียงใด 

ส่วนการตรวจหาไขมันในตับจะใช้เทคนิค CAP (Controlled Attenuation Parameter) โดยวัดการลดทอนของคลื่นเสียงความถี่สูงที่เข้าและออกจากตับ หากตับมีไขมันสะสมมากก็จะได้ผล CAP ที่สูงนั่นเอง 

การตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกนเจ็บหรือไม่

สำหรับการตรวจรักษาด้วยเครื่องไฟโบรสแกนไม่มีอาการเจ็บปวด หรืออันตรายใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะใช้เวลาเพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น แต่ในขณะตรวจอาจจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับปลายหัวตรวจเล็กน้อย ฉะนั้นสำหรับใครที่ต้องตรวจเช็คสุขภาพตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกนก็หมดกังวลในเรื่องนี้ได้ แถมยังสามารถตรวจซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่เป็นอันตรายอีกด้วย

ขั้นตอนการตรวจไฟโบรสแกน

สำหรับขั้นตอนในการตรวจสุขภาพด้วยเทคโนโลยีไฟโบรสแกนมีขั้นตอนที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากดังนี้

  • ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องนอนหงายลงบนเตียงที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ โดยให้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไว้เหนือศีรษะของตนเอง
  • แพทย์จะทาเจลที่หัวตรวจ หรือผิวหนังของผู้เข้ารับการตรวจเล็กน้อย ซึ่งเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผลในการตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ใช้เครื่องมือตรวจไฟโบรสแกนตรวจวัดที่บริเวณกลางเนื้อตับประมาณ 10 ครั้งในจุดเดียวกัน
  • รอผลที่ได้ โดยแพทย์จะแปลข้อมูลจากผลให้ผู้รับการตรวจทราบพร้อมให้คำแนะนำ หากพบว่า มีภาวะพังผืดและไขมันในตับสูงก็จะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

คำแนะนำในการตรวจไฟโบรสแกน

  • งดน้ำและอาหาร 3 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจ 
  • ห้ามใช้ตรวจกับอวัยวะอื่นๆ เนื่องจากไฟโบรสแกนถูกออกแบบมาให้ใช้กับการตรวจความผิดปกติของตับเท่านั้นจึงไม่ควรใช้กับการตรวจอวัยวะอื่นๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดผลกระทบจนเป็นอันตรายได้
  • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่ติดอุปกรณ์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pace maker) สามารถตรวจวัดได ้หากมีความจำเป็นต้องตรวจตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ 
  • สำหรับผู้มีภาวะท้องมานซึ่งมีน้ำในช่องท้องมาก  สามารถตรวจวัดได้และมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยแต่จะไม่ประสบผลสำเร็จในการตรวจวัด เนื่องจากคลื่นของเครื่องไฟโบรสแกนที่ใช้ตรวจวัดจะไม่สามารถผานน้ำในช่องท้องได้ 
  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หากมีความจำเป็นต้องตรวจตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

อาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจความผิดปกติของตับ

จะรู้ได้อย่างไรว่า กำลังป่วยด้วยโรคตับซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยด่วน แนะนำให้สังเกตจากอาการและปัจจัยดังต่อไปนี้

  •  มีอาการตาเหลืองและตัวซีดเหลืองผิดปกติ เพราะนั่นอาจหมายถึงการทำงานของตับที่ผิดปกติไปจึงไม่สามารถขจัดสารที่ทำให้ตัวเหลืองได้นั่นเอง
  •  อ่อนเพลีย แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมักจะมีอาการอาหารไม่ย่อยบ่อยๆ เนื่องจากตับไม่สามารถหลั่งเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหารออกมาได้
  •  มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งตับเพราะมีโอกาสที่บุคคลอื่นๆจะป่วยด้วยโรคนี้ได้สูง
  •  เป็นผู้ที่เคยดื่มสุราเรื้อรังหรือในปัจจุบันก็ยังดื่มอยู่ เพราะพิษสุราจะทำลายตับโดยตรง

ไฟโบรสแกนเป็นเครื่องมือในการตรวจความผิดปกติของตับที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยสามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรืออาการแทรกซ้อนใดๆ อีกด้วย ปัจจุบันมีการไฟโบรสแกนมาใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลายแทนวิธีตรวจแบบดั้งเดิม ดังนั้นหากใครมีอาการผิดปกติ หรือมีปัจจัยที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับสามารถเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกนพร้อมทำการรักษาได้ทันที


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ภาวะมีลมในช่องท้อง ท้องอืด และมะเร็งลำไส้ใหญ่
ภาวะมีลมในช่องท้อง ท้องอืด และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ถอดรหัสสัญญาณแสดงอาการปวดในทางเดินอาหาร

อ่านเพิ่ม
ตับโต (Liver Enlarged or Hepatomegaly)
ตับโต (Liver Enlarged or Hepatomegaly)

ภาวะตับโต สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคบางอย่าง กรรมพันธุ์ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

อ่านเพิ่ม