กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล

เลิกยาเสพติดให้สำเร็จ ต้องทำอย่างไร?

อะไรทำให้เกิดพฤติกรรมติดยาเสพติด ตรวจหาสารเจอได้อย่างไร จะเลิกต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนการบำบัดยาเสพติดอะไรบ้าง
เผยแพร่ครั้งแรก 30 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 2 ต.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 2 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
เลิกยาเสพติดให้สำเร็จ ต้องทำอย่างไร?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาติดยาเสพติดมักมาจากผู้เสพมีสภาพจิตใจไม่มั่นคง เครียด ซึมเศร้า มีปัญหาครอบครัวไม่อบอุ่น รู้สึกว่า ตนเองไม่มีคุณค่าในสังคม และต้องการการยอมรับจากคนรอบตัว
  • ยาเสพติดมีโทษทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมในครอบครัว และชุมชน ทั้งยังทำให้ร่างกายผู้เสพอ่อนแอลง และอาจถูกไล่ออกจากงานหากทางนายจ้างรู้ว่า ติดยาเสพติด
  • การเลิกยาเสพติดให้ได้ผลดีที่สุด ผู้เสพควรเข้ารับการบำบัดกับสถานบำบัดอย่างเหมาะสม และอยู่ในการดูแลของแพทย์ อีกทั้งญาติ ผู้อยู่ใกล้ชิดก็ต้องเป็นกำลังใจสำคัญเพื่อให้ผู้เสพสามารถเลิกยาให้สำเร็จให้ได้
  • ระหว่างเลิกยาเสพติด ผู้เสพต้องไม่เอาตัวไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงทำให้กลับเสพยาอีกครั้ง และอาจต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานระหว่างเลิกยา หรือเรียกว่า “อาการถอนยา” นั่นเอง
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสารเสพติด

ถึงแม้ปัญหายาเสพติดจะเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยังไม่สามารถขจัดออกไปได้จากประเทศไทย แต่ก็มีผู้เสพจำนวนมากที่ต้องการเลิกเสพยา และกลับไปอยู่ร่วมกับสังคมอย่างคนปกติอีกครั้ง

มาดูพร้อมกันว่า วิธีเลิก และบำบัดยาเสพติดเป็นอย่างไร แล้วหากคุณเป็นสมาชิกครอบครัวที่สังเกตว่า อาจมีคนใกล้ชิดเป็นผู้เสพยาเสพติด จะมีวิธีตรวจสอบได้อย่างไรบ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 14

สาเหตุของการติดยาเสพติด

การเลิกยาเสพติดให้สำเร็จจำเป็นจะต้องได้รับกำลังใจ และแรงจูงใจที่ดีจากคนใกล้ชิด ดังนั้นทุกคนจึงควรรู้สาเหตุที่หลายคนมักจะเลือกเสพยาเสพติดเพื่อเป็นทางออกให้กับชีวิตเสียก่อน โดยสาเหตุที่มักทำให้เกิดพฤติกรรมเสพยาเสพติด ได้แก่

  • สภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เช่น มีความเครียด เศร้า วิตกกังวล หาทางออกให้กับปัญหาไม่ได้ และอยากมีความสุขกับชีวิตแม้จะเป็นระยะชั่วคราวจากฤทธิ์ยาเสพติดก็ตาม
  • ต้องการความกล้า ความมั่นใจ และมีตัวตนในสังคม เพราะฤทธิ์ยาเสพติดบางชนิดสามารถเปลี่ยนจากคนขี้อาย ไม่กล้าพูด เก็บเนื้อเก็บตัว ให้กลายเป็นคนกล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงออกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนได้
  • สภาพครอบครัวที่ไม่อบอุ่น เช่น มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ผู้ใหญ่ในบ้านมีปากเสียงใช้ถ้อยคำหยาบคาย เด็กๆ ในครอบครัวเหล่านี้เกือบทั้งหมดไม่มีที่ระบายในสิ่งที่เขารู้สึกเกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง จึงลงท้ายด้วยการหันไปพึ่งยาเสพติดเพื่อลืมปัญหา และทำให้รู้สึกได้รับความอบอุ่น
  • การรักษาโรค บางครั้งยารักษาโรคที่ใช้รักษาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเสพติดได้ ถึงแม้จะไม่ต้องใช้ยานั้นในการรักษาโรคแล้วก็ตาม
  • สภาพแวดล้อมรอบตัว ผู้เสพยาบางรายยอมติดยาเสพติดเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน หรือเขาอาจอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีผู้เสพยาอยู่ใกล้ชิดด้วย และมักจะชักชวนให้เสพยาด้วยกันบ่อยๆ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตกกังวล ความไม่มั่นใจในบางอย่าง หรือมีปัญหาที่แก้ไม่ตก การได้พูดคุย ปรึกษากับคนใกล้ชิด คนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิท น่าจะเป็นทางออกที่ดี 

แต่หากรู้สึกว่า ไม่อยากให้ใครมารับรู้เรื่องดังกล่าวด้วย การปรึกษาจิตแพทย์เรื่องปัญหาความเครียด ภาวะทางอารมณ์ต่างๆ แม้กระทั่งสายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต โทร. 1323 ก็เป็นทางออกที่ดี 

หรือหากอยากปรึกษาแพทย์ผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านทางวีดีโอคอล ปัจจุบันก็มีหลายแห่งให้บริการเช่นกัน 

ผลกระทบจากการติดยาเสพติด

ผลกระทบจากการติดยาเสพติดสามารถส่งผลกระทบได้หลักๆ 5 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านร่างกาย ผู้เสพยาเสพติดจะมีสภาพร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงเป็นโรคร้ายมากกว่าปกติ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคปอดอักเสบ โรคซึมเศร้า การติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  2. ด้านพฤติกรรม และภาพลักษณ์ ผู้เสพยาจะมีภาพลักษณ์ ท่าทางที่เปลี่ยนไปในทางแย่ลง เช่น พูดจาไม่รู้เรื่อง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ขอบตาดำคล้ำ มีกลิ่นตัว ผิวหนังหยาบกร้าน รูปร่างซูบผอมลง

  3. ด้านครอบครัว ความรุนแรงในครอบครัวสามารถเกิดขึ้นได้หากมีผู้เสพยาเป็นหนึ่งในสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เพราะผู้เสพมักต้องการเงินไปซื้อยามาเสพเพิ่ม และมักจะขู่บังคับเอาเงินจากคนในครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก

    นอกจากนี้ครอบครัวยังต้องเป็นฝ่ายรับภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้เสพยาที่ป่วยเป็นโรคร้ายจากยาเสพติดในภายหลังด้วย

  4. ด้านหน้าที่การงาน หากนายจ้างรู้ว่า มีพนักงานในองค์กรกำลังติดยาเสพติด ความเชื่อถือในตัวพนักงานคนนั้นย่อมหมดไป อีกทั้งการเสพยาในระหว่างทำงานยังเสี่ยงที่จะสร้างความเดือดร้อนต่อบริษัท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้อีกด้วย สุดท้ายผู้เสพอาจต้องสูญเสียโอกาสทางการทำงานด้วยการถูกให้ออกจากงาน

  5. ด้านชุมชน ปัญหายาเสพติดสามารถส่งผลให้เกิดเหตุก่ออาชญากรรมในชุมชนได้ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ การจี้ ปล้น เพื่อที่ผู้เสพจะได้นำทรัพย์สินไปซื้อยาเสพติดมาเพิ่มต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: ปัจจัยทำให้เกิดพฤติกรรมเสพยาเสพติด พร้อมผลกระทบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 14

จะเห็นได้ว่า การติดยาเสพติดนั้นส่งผลเสียมากมายต่อสังคมมากมายทุกด้าน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ในสิ่งแวดล้อมใกล้บ้านและครอบครัวของคุณ คุณจึงควรสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้างและคนในชุมชน 

หากพบว่า ใครเสี่ยงเป็นผู้เสพยาก็ควรแจ้งผู้ใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดำเนินการตรวจสอบต่อไปโดยในการตรวจสอบว่า มีการเสพยาเสพติดหรือไม่ จะมีการใช้ชุดทดสอบเฉพาะสำหรับตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

รูปแบบของชุดตรวจหาสารเสพติด

รูปแบบของชุดตรวจหาสารเสพติดที่นิยมใช้กันทั่วไปแบ่งออกได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. แบบแถบ (Strip) เป็นชุดตรวจที่ราคาถูก มีลักษณะเป็นแถบทดสอบขนาดยาวและแคบ ใช้ทดสอบผ่านการจุ่มลงไปในปัสสาวะของผู้ถูกตรวจ จากนั้นรอประมาณ 5 นาที เพื่ออ่านผลที่เป็นแถบทดสอบ

  2. แบบตลับ (Cassette) เป็นชุดตรวจที่มีราคาแพงกว่าแบบแถบ แต่จะคงทนแข็งแรงกว่า ใช้ทดสอบโดยการหยดน้ำปัสสาวะของผู้ถูกตรวจลงไปในตลับทดสอบ 3 หยด จากนั้นวางตลับไว้ในแนวราบ แล้วรอ 5 นาทีเพื่ออ่านผล บางคนมักเรียกชุดตรวจแบบนี้ว่า “ชุดตรวจแบบหยอด”

การตรวจหาสารเสพติดแต่ละประเภทด้วยชุดตรวจ เป็นการตรวจแบบเบื้องต้นเท่านั้น การตรวจหาสารเสพติดยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น น้ำหนักตัว ปริมาณ และความถี่ในการเสพยา

นอกจากนี้ระยะเวลาหลังจากเสพยังมีผลในการตรวจหาสารเสพติดด้วย เช่น ผู้เสพยาอี หากเสพเป็นประจำ จะสามารถตรวจพบสารได้ภายใน 2-6 วัน หลังเสพ ผู้เสพโคเคน สามารถตรวจพบสารได้ภายใน 1-4 วัน หลังเสพ

อ่านเพิ่มเติม: ชุดตรวจสารเสพติดเป็นอย่างไร พร้อมวิธีอ่านผล

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 14

นอกจากการตรวจจากชุดตรวจแล้ว คุณยังสามารถสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่น่าสงสัยว่า จะเป็นผู้เสพได้ว่า มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมผู้เสพยาหรือไม่ เช่น

  • ง่วงซึม
  • เก็บเนื้อเก็บตัว
  • ตัวสั่น
  • มีอาการคล้ายคนมึนเมาอยู่บ่อยๆ
  • ก้าวร้าว อารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าปกติ
  • พูดจาไม่รู้เรื่อง
  • ที่แขนมีรอยแผลคล้ายถูกเข็มฉีดยา
  • มีพฤติกรรมลักขโมย
  • ใบหน้าหมองคล้ำ คล้ายคนพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ริมฝีปากดำคล้ำ

การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

หากตรวจสอบแล้วว่า บุคคลน่าสงสัยดังกล่าวเสพยาเสพติด และเป็นคนในครอบครัวของคุณเอง หรือเป็นคนใกล้ชิด ให้เข้าไปพูดคุยกับเขาด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ อย่าตะคอก หรือขึ้นเสียงให้ผู้เสพรู้สึกว่า เขาเป็นคนผิด หรือกำลังทำผิดอย่างร้ายแรง 

เพราะการตัดสินใจเลิกยาเสพติดให้สำเร็จได้ จะต้องมีแรงจูงใจมาจากตัวผู้เสพเองด้วย หากผู้เสพตัดสินใจว่า จะเลิกเสพยาอย่างแน่นอน แนะนำให้ญาติ หรือผู้ใกล้ชิดนำตัวผู้เสพไปที่สถานพยาบาล หรือสถานบำบัดยาเสพติด เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป 

ขั้นตอนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

แบ่งออกได้ 4 ขั้นตอน ได้แก่

  1. ขั้นตอนเตรียมการ (Pre-admission) เป็นขั้นตอนยื่นเอกสารขอรับการบำบัด คัดกรองประวัติผู้เสพ รวมถึงประเมินปัญหาทางจิตเวช และบุคลิกภาพของผู้เสพ ตรวจถึงตรวจร่างกาย เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ชั่งน้ำหนัก

  2. ขั้นตอนถอนพิษยา (Detoxification) เป็นขั้นตอนที่เริ่มทำการบำบัดร่างกายผู้เสพที่ยังคงอยู่ภายใต้อาการติดยาอยู่ให้บรรเทาอาการอยากยาน้อยลง และแพทย์อาจจ่ายยาบางตัวเพื่อทดแทนยาเสพติดที่ใช้เสพประจำ เพื่อไม่ให้การถอนพิษยาหักดิบหนักจนเกินไป

    การบำบัดในขั้นตอนนี้จะแบ่งเป็นการบำบัดผู้ป่วยในคือ มีการพักค้างคืนที่สถานพยาบาลเพื่อติดตามอาการถอนพิษยา และอีกแบบคือ การบำบัดผู้ป่วยนอกคือ ให้ผู้บำบัดสามารถกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ และมาบำบัดต่อตามนัดกับแพทย์เป็นครั้งๆ ไป 

  3. ขั้นตอนการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabillitation) เป็นการบำบัดหลังจากผู้เสพมีอาการอยากเสพยาน้อยลง ทางสถานบำบัดจึงจะเริ่มกระบวนการบำบัดเพื่อปรับบุคลิกภาพผู้เสพให้สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ตามปกติ มีการทำกิจกรรมเพื่อบำบัดจิตใจ และฝึกให้ควบคุมอารมณ์ รับมือกับสถานการณ์กับปัญหาต่างๆ ได้

  4. ขั้นตอนการติดตามดูแล (After-Care) เป็นขั้นตอนที่ผู้เสพยาจะได้รับอิสระมากขึ้น โดยอาจกลับไปพักที่บ้านได้หากไม่มีแนวโน้มจะกลับไปติดยาอีกครั้ง และทางสถานบำบัดจะโทรมาให้คำแนะนำ และสอบถามอาการเป็นระยะๆ บางรายอาจมีการขอตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารเสพติดอีกครั้งด้วย

    หรือหากยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ทางสถานบำบัดก็จะเปิดโอกาสให้ทางญาติเข้ามาเยี่ยมเยียนเพื่อพูดคุยสอบถามอาการได้

อาการลงแดง หรืออาการถอนยาเป็นอย่างไร

ระหว่างกระบวนการบำบัด ผู้เสพอาจต้องเผชิญกับอาการลงแดง หรืออาการถอนยา ซึ่งเป็นอาการแสดงของร่างกายเมื่อไม่ได้เสพยาเสพติดอย่างที่เคยเสพเป็นประจำ ซึ่งเป็นอาการที่ทุกข์ทรมานมาก เช่น

  • มีไข้
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้อง
  • อุจจาระเป็นเลือด
  • ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
  • นอนไม่หลับ
  • หงุดหงิดง่าย 
  • อารมณ์แปรปรวน

หากผู้เสพรู้สึกทรมานกับอาการลงแดงจนทนไม่ไหว ก็ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล หรือสถานบำบัดโดยทันที

ผู้เสพยาที่ตัดสินใจบำบัดรักษาด้วยวิธีหักดิบอย่างผิดวิธี หรือเคยเสพยาในปริมาณมากมาก่อนมีโอกาสเสียชีวิตจากอาการลงแดงได้ ดังนั้นการบำบัดเพื่อรักษาผู้ติดยาเสพติดจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ และสถานบำบัดอย่างใกล้ชิด

เคล็ดลับสำหรับเลิกยาเสพติด

หากตัดสินใจแล้วว่า ต้องการจะเข้ารับการบำบัดเพื่อเลิกเสพยาเสพติด คุณควรจัดการกับอุปสรรครอบตัวที่อาจเป็นปัจจัยทำให้กลับไปเสพยาอีกครั้งได้ เช่น

  • บอกเพื่อนๆ ว่า คุณกำลังเลิกเสพยา เพื่อให้พวกเขารับรู้และสนับสนุนการเลิกยาเสพติดของคุณ แต่หากกลุ่มเพื่อนเหล่านั้น คือ ตัวการที่ทำให้คุณกลายเป็นผู้เสพยา คุณก็อาจต้องเลิกคบหากับพวกเขาแล้วมองหาเพื่อนใหม่แทน

  • บอกคนใกล้ชิด และคนในครอบครัว เพื่อให้พวกเขาเตรียมพร้อมกับอาการขาดยา และพฤติกรรมของคุณที่จะเปลี่ยนไประหว่างเข้ารับการบำบัด หรือหากคุณต้องการความช่วยเหลือในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเสพยา พวกเขาจะได้เตรียมตัวเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเสพยา เช่น การดื่มสังสรรค์ การจัดงานปาร์ตี้ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของมึนเมา และการเสพยาของวัยรุ่น หรือหากถูกชักชวนให้เสพยาจริงๆ ให้คุณติดต่อผู้ที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ เพื่อให้เขาพาคุณออกจากสถานการณ์นั้นๆ 

นอกจากตัวผู้เสพเองที่จะต้องมีจิตใจเข้มแข็ง ความอดทน มุ่งมั่น ในการปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับการบำบัดยาเสพติดแล้ว ครอบครัว และคนใกล้ชิดผู้เสพเองก็ต้องมีการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน ไม่มีใครรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง หรือรู้สึกโกรธในระหว่างอยู่ในกระบวนการต่อไปนี้

เนื่องจากคนใกล้ชิดจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบำบัดยาเสพติดด้วย เริ่มตั้งแต่การเข้าใจในสาเหตุและพฤติกรรมของผู้เสพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้อง เข้าใจว่า “การเลิกยาไม่ใช่เรื่องง่าย” 

คนใกล้ชิดควรให้กำลังใจผู้บำบัดอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้รับฟัง เป็นที่ปรึกษาที่ดี ให้ความใส่ใจ และไม่ตำหนิ ไม่ต่อว่าต่อขานใดๆ หากผู้เข้ารับการบำบัดมีอาการอยากยา ท้อแท้ อยากล้มเลิก และควรชื่นชมที่ผู้บำบัดที่มีความพยายามในการเลิกยาเสพติด

ทั้งนี้จะทำให้การบำบัดมีความราบรื่นมากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม: วิธีบำบัดยาเสพติด มีขั้นตอนอย่างไร

การเลิกยาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริง แต่หากผู้เสพมีความมุ่งมั่น อดทน มีจิตใจเข้มแข็ง และได้รับความเข้าอกเข้าใจ กำลังใจจากคนใกล้ชิด การบำบัดเพื่อเลิกยาเสพติดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพื่อให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า 

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหา และการบำบัดสารเสพติด

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสารเสพติด จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Verywell Mind, DSM 5 Criteria for Substance Use Disorders (https://www.verywellmind.com/dsm-5-criteria-for-substance-use-disorders-21926), 28 September 2020.
NHS, Drug addiction: Getting help (https://www.nhs.uk/live-well/healthy-body/drug-addiction-getting-help/) (last reviewed: 24th Mach 2020), 28 September 2020.
National Center for Biotechnology Information, The DSM-5: Classification and criteria changes (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3683251/), 28 September 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ยาเสพติด ทำลายสมอง ก่อให้เกิดอาการทางจิตได้อย่างไร?
ยาเสพติด ทำลายสมอง ก่อให้เกิดอาการทางจิตได้อย่างไร?

การเสพยา หรือสารเสพติดจะเข้าไปทำลายสมองส่วนความคิด ทำให้เกิดการอยากยา กลาย หรือสมองติดยา จนนำไปสู่อาการทางจิตได้

อ่านเพิ่ม
ชุดตรวจหาสารเสพติด มีกี่แบบ และต่างกันอย่างไร?
ชุดตรวจหาสารเสพติด มีกี่แบบ และต่างกันอย่างไร?

การอ่านค่าชุดตรวจสารเสพติด ตรวจวัดระดับสารอะไรได้บ้าง มีชุดตรวจกี่ประเภท หาคำตอบได้ที่นี่

อ่านเพิ่ม