ลูกสาวมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเร็วกว่าลูกชายจริงหรือ

เผยแพร่ครั้งแรก 5 ก.พ. 2019 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 8 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ลูกสาวมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเร็วกว่าลูกชายจริงหรือ

หลายคนเชื่อว่า การเลี้ยงลูกสาวจะเลี้ยงง่าย ไม่ซน และยังสามารถส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองได้ง่ายกว่าลูกชาย ความเชื่อเหล่านี้เราเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่คาดว่าอาจจะมาจากการสังเกตจากลูกของตัวเองแล้วนำมาบอกต่อๆ กัน จนเวลาผ่านไปทำให้หาแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือไม่ได้ วันนี้เราได้นำความเชื่อนี้มาพิสูจน์กันบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ค่ะ

ทารกเพศหญิงและทารกเพศชายแตกต่างกันอย่างไร

ทารกเกิดจากการปฏิสนธิของเชื้ออสุจิกับไข่ เพศชายจะมีโครโมโซม XY ส่วนโครโมโซมของเพศหญิงจะเป็น XX โดยในเชื้ออสุจิของผู้ชายจะมีทั้งโครโมโซม X (ซึ่งเมื่อไปรวมกับไข่ จะทำให้ได้ทารกเพศหญิง) และโครโมโซม Y (รวมกับไข่ทำให้เกิดทารกเพศชาย) สถิติที่น่าสนใจคือ โครโมโซม X จะสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้มากกว่าโครโมโซม Y เนื่องจากโครโมโซม Y เคลื่อนที่ได้เร็วแต่ก็มีชีวิตที่สั้นเช่นเดียวกัน ทำให้ส่วนมากแล้วโครโมโซม Y มักไปไม่ถึงไข่ และตัวอ่อนเพศชาย จะมีโอกาสแท้งได้ง่ายกว่า และเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์มากกว่าตัวอ่อนเพศหญิง โดยทางการแพทย์ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุมายืนยันได้ ได้แต่เดาเอาว่าเป็นเพราะตัวอ่อนเพศชายมีความอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อม หรือเกิดจากภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของมารดาเองที่ต่อต้านโครโมโซม Y ซึ่งเป็นโครโมโซมแปลกปลอม

เมื่อปฏิสนธิเรียบร้อย ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ โครโมโซม Y จะทำให้เกิดต่อมเพศชาย ส่วนโครโมโซม X จะเริ่มทำให้เกิดรังไข่ในตัวอ่อนเพศหญิงเมื่อมีอายุ 12 สัปดาห์ โดยจะสามารถระบุเพศของทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน คือตอนหลังจากอายุครรภ์ 18 สัปดาห์เป็นต้นไป ในกรณีที่ทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่สามารถตรวจเพศจากอัลตราซาวน์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งฮอร์โมนที่มีมากในเพศชาย (แอนโดรเจนและเทสโทสเตอโรน และเพศหญิง (เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน) ต่างก็มีผลต่อความแตกต่างระหว่างเพศหญิงและชายได้ทั้งทางบุคลิกภาพ ร่างกาย และส่งผลต่อพฤติกรรมในอนาคต 

เนื่องจากโครโมโซมและฮอร์โมนหลักในร่างกายของเพศหญิงและชายที่ผลิตขึ้นมาแตกต่างกัน ทำให้มีผลต่อความแตกต่างที่แผงเส้นประสาทที่เชื่อมโยงระหว่างสมองซีกซ้ายและขวา (คอร์ปัส คอโลสซัม : corpus callosum) ของเพศหญิงและชาย ซึ่งปกติเพศหญิงจะมีคอร์ปัส คอโลสซัมใหญ่กว่าเพศชาย ทำให้เพศหญิงสามารถใช้งานสมองทั้ง 2 ซีกได้พร้อมกัน แต่สำหรับเพศชายจะใช้สมองทีละซีกอย่างไม่พร้อมกัน

นอกจากนั้นทางการแพทย์ยังยืนยันแล้วว่า สมองซีกซ้ายของทารกเพศหญิงจะเติบโตได้เร็วกว่าทารกเพศชาย ทำให้ทารกเพศหญิงสามารถพัฒนาด้านการพูดเร็วกว่าทารกเพศชาย ในขณะที่สมองซีกขวาในทารกเพศหญิงจะเจริญเติบโตได้ช้ากว่าเพศชาย ทำให้ทารกเพศหญิงมีพัฒนาการด้านการมองและการกะระยะของวัตถุได้ช้ากว่าทารกเพศชาย

พัฒนาการของเด็กหญิงจะทิ้งห่างเด็กชายไปเรื่อยๆ เช่น เมื่อทารกเพศหญิงอายุ 6 เดือน เธอสามารถเพลิดเพลินกับของเล่นชิ้นโปรด (อาจจะเป็นตุ๊กตานุ่มๆ) หรือการดูดนิ้วหัวแม่โป้งของตัวเองอย่างสบายใจ โดยที่เรา อาจจะปล่อยให้เด็กหญิงนอนเล่นคนเดียวได้นานกว่าเด็กชาย นอกจากนั้นฟันน้ำนมก็จะขึ้นเร็วกว่าเด็กชายด้วย

ถึงแม้ว่าด้วยโครงสร้างร่างกายจะทำให้ทารกเพศหญิงจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจได้เร็วกว่าเพศชาย แต่เราก็สามารถกระตุ้นทารกเพศชายให้พัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจได้ ด้วยความใส่ใจและพูดคุย กับลูกอย่างสม่ำเสมอ ปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวแบบโต้ตอบ หลีกเลี่ยงการเปิดโทรทัศน์ให้ลูกดู เพราะเด็กที่ดูโทรทัศน์บ่อยๆ จะมีการพัฒนาของสมองได้ช้ากว่า 


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
When and how can I find out my baby's sex? (https://www.babycenter.com/0_w...), October 2018
Heather Little-White, PhD Contributor (http://jamaica-gleaner.com/gle...), 7 February 2010
Dr Landrum Shettles and David Rorvik, How to Choose the Sex of Your baby

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป