ห้าวิธีที่ลูกน้อยของคุณสามารถใช้เทคโนโลยีทางสุขภาพได้

เผยแพร่ครั้งแรก 5 ก.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ห้าวิธีที่ลูกน้อยของคุณสามารถใช้เทคโนโลยีทางสุขภาพได้

การตามติดชีวิตของทารก (quantified baby-QB) ดูจะเป็นการแผ่ขยายการตามติดชีวิตตนเอง (quantified self)

การตามติดชีวิตทารก หมายถึง การติดตามและเก็บข้อมูลมากมายของกิจกรรมและร่างกายของลูกคุณ การรู้ว่าลูกเป็นปกติดีและมีความสุขจากการเช็กสมาร์ทโฟนของคุณสามารถทำให้สบายใจได้ โดยเฉพาะกับพ่อแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ไม่มีทางออกวิเศษที่จะทำให้สบายใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีเครื่องมือหลายอย่างในปัจจุบันที่ช่วยในการติดตามทารก ซึ่งเครื่องมือที่ว่าบางอย่างก็สามารถทำงานได้ก่อนที่ลูกของพวกเขาจะเกิดเสียอีก

วิดีโอติดตามยามค่ำคืนที่สงบกว่า

มีเครื่องมือติดตามทารกหลายอย่างที่ออกสู่ท้องตลาดในปัจจุบันที่ทำให้คุณเห็นภาพกิจกรรมของลูกได้ บางอย่างมาพร้อมกับคุณภาพของภาพที่คมชัดและสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) เช่นเดียวกับความสามารถในการสื่อสารกับลูกได้ด้วย หากคุณมีลูกน้อยมากกว่าหนึ่งคน คุณสามารถเลือกประเภทที่มีกล้องหลายตัวเพื่อติดตามภาพจากเปลนอนมากเท่าที่ต้องการ ภาพอินฟราเรดทำให้คุณแน่ใจว่าสามารถตรวจสอบลูกในตอนกลางคืนได้ เทคโนโลยีทำให้พ่อแม่แน่ใจได้ว่าแทบจะไม่มีอะไรที่เล็ดลอดสายตาไปได้เลย อย่างไรก็ตาม บางคนแย้งว่าพ่อแม่มือใหม่อาจจะเพียงแค่อยากรอบคอบ ไม่ใช่จมอยู่ในความกลัวและความกังวล การติดตามมีข้อจำกัดของมัน และไม่ควรจะขัดขวางระดับความผ่อนคลายของพ่อแม่

ผ้าอ้อมอัจฉริยะเพื่อป้องกันความไม่สบายตัวและการติดเชื้อ

ผ้าอ้อมส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีตัวบ่งชี้บางอย่างที่ทำให้พ่อแม่รู้ได้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว การทำให้ลูกแห้งอยู่ตลอดเวลาช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ Huggies’ TweetPee ก้าวหน้าไปอีกขั้น รวมถึงเครื่องมือรูปร่างคล้ายนกที่ติดอยู่ซึ่งตรวจสอบความชื้นได้ และแอปพลิเคชั่นบน iPhone ที่ใช้ร่วมกันทำให้พ่อแม่รู้ถึงระดับความเปียกชื้นของลูกได้

แถบข้อมือที่ทำให้ลูกปลอดภัยกว่า

แถบข้อมือดิจิทัลกันน้ำที่มีไว้สำหรับติดตามพฤติกรรมของเด็ก มีตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋วและสามารถสวมใส่ได้ตั้งแต่แรกเกิด

เครื่องมือดังกล่าวสามารถเก็บสะสมข้อมูลได้มากมาย ตั้งแต่ระดับการออกกำลังกายจนถึงรูปแบบการนอนและข้อมูลการแพ้ เครื่องมือเหล่านี้ยังสามารถเตือนพ่อแม่ได้ด้วยหากลูกของพวกเขาหลง ตัวอย่างเช่น The Sync ที่มีทั้งเครื่องมือติดตามสมรรถภาพพื้นฐานและเครื่องมือติดตามความปลอดภัยของเด็ก เครื่องมือที่ว่าสามารถใช้ได้กับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ที่บ้านเท่านั้น

การทำระบบฝึกการนอน

รูปแบบการนอนของทารกเป็นเหตุของความกังวลและความทุกข์ของพ่อแม่หลายราย Boston-based startup กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้เด็กนอนหลับได้ยาวนานขึ้นและไม่ตื่นเป็นช่วง ๆ  ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทที่เรียกว่า Mimo ได้รับการโฆษณาและคำชมก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นชุดให้เด็กสวมใส่และมีเครื่องตรวจจับการหายใจ ความดัน อุณหภูมิ และความชื้น Mimo ยังติดตามการนอนของเด็ก และสามารถแจ้งให้พ่อแม่รู้โดยทำนายช่วงเวลาที่เด็กจะตื่นได้ เพื่อที่จะได้วางแผนช่วงเวลาหยุดทำงานได้ ยิ่งไปกว่านั้น Mimo ยังติดตามคุณภาพการนอนของเด็ก และอาจช่วยป้องกันการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก(sudden infant death syndrome-SIDS) ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย

แอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อแม่

การติดตามทารกสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ก่อนคลอด และผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อแม่หลายรายก็พบว่าตัวเองได้กลายเป็นสมาชิกของชุมชนออนไลน์หลายแห่งไปแล้วเรียบร้อย เครื่องติดตามการเจริญพันธุ์ เช่น แอปพลิเคชั่น Fertility Friend มีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเรื่องการตั้งครรภ์ เมื่อสำเร็จแล้ว เธอสามารถเข้าร่วมกลุ่มกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่น่าจะคลอดในเวลาเดียวกัน มีแอปพลิเคชั่นเกือบทุกแง่มุมของการตั้งครรภ์และพัฒนาการเด็กใน iTunes และ Google Play เช่นเดียวกับเว็บไซต์เตรียมตัวสำหรับการคลอด อย่างไรก็ตาม บางอย่างก็ไม่ได้อ้างอิงวิทยาศาสตร์ ดังนั้นผู้บริโภคที่ฉลาดจึงควรหาข้อมูลมาบ้างก่อนจะซื้อ

การติดตามที่มากเกินไปโดยเฉพาะกับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณเองอาจเกิดผลในทางตรงข้ามได้ ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลทางสุขภาพมีหน้าที่ในการเสริมและพัฒนากระบวนการที่มีอยู่แล้ว เครื่องมือดังกล่าวสามารถช่วยดูแลลูกในบางด้าน แต่ไม่ได้แทนที่การเป็นพ่อแม่ที่ดีและการมีสามัญสำนึก คำเตือนโดยสรุปคือ ผลที่ตามมาของการสัมผัสกับคลื่นความถี่ไมโครเวฟตั้งแต่อายุยังน้อยยังอยู่ในการศึกษา และยังบอกไม่ได้ชัดเจน ซึ่งอาจต้องค้นคว้าเพิ่มเติมก่อนที่จะใช้เครื่องติดตามใด ๆ ที่ส่งข้อมูลแบบไร้สายกับลูกของคุณ


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
20 Top Children’s Hospitals in Innovation and Technology. Parents. (https://www.parents.com/health/doctors/10-best-childrens-hospitals/)
eHealth and innovation in women's and children's health: A baseline review. World Health Organization (WHO). (https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/111922/9789241564724_eng.pdf?sequence=1)
Medical Technology Policy Division, Ministry of Health. Ministry of Health Israel. (https://www.health.gov.il/English/MinistryUnits/HealthDivision/MedicalTechnologies/MTPD/Pages/default.aspx)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป