ยา

กาหลง (Snowy orchid tree)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สรรพคุณส่วนต่างๆ ของกาหลง และวิธีการใช้กาหลงทำยารักษาอาการเจ็บป่วย
เผยแพร่ครั้งแรก 21 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 3 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
กาหลง (Snowy orchid tree)

กาหลง หรือต้นส้มเสี้ยว (ชื่อเรียนทางภาคกลาง) เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์เดียวกันกับพืชตระกูลถั่ว และอยู่ในวงศ์ย่อยของราชพฤกษ์ เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่สาธารณะต่างๆ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของประเทศอินเดีย กัมพูชา พม่า ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และประเทศไทย

ชื่อไทย  กาหลง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ชื่อท้องถิ่นอื่น เสี้ยวน้อย (เชียงใหม่), โยธิกา(นครศรีธรรมราช)  เป็นต้น

ชื่อสามัญ  Snowy orchid tree, Orchid tree

ชื่อวิทยาศาสตร์  Bauhinia acuminata L.

ชื่อวงศ์   CAESALPINIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกาหลง

  • ลำต้น ไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านเล็กน้อย มีขนสีขาวปกคลุมอยู่บริเวณยอดและกิ่งอ่อน  
  • ใบ ลักษณะใบเป็นรูปทรงรีกว้าง ออกใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ปลายใบเว้าลึกเข้ามาเกือบครึ่งใบ คล้ายรูปไต แยกเป็น 2 พู โคนใบมนและเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ท้องใบมีขนสีขาวละเอียด ขนาดใบกว้างประมาณ 7-9 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-11 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างหนา สีเขียวเข้ม ผลัดใบช่วงฤดูหนาว และเริ่มแตกใบอ่อนในช่วงฤดูร้อน
  • ดอก เป็นช่อกระจะแบบสั้น ประมาณช่อละ 4-6 ดอก ที่บริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกย่อยมีลักษณะเป็นรูปไข่  สีขาวบริสุทธิ์ มีใบประดับรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กประมาณ  2-3 ใบอยู่บริเวณโคนก้าน ดอกที่บานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-8 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อน และออกดอกได้ตลอดทั้งปี
  • ผล มีลักษณะฝักแบนรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 1.3-1.6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร ขอบฝักเป็นสันหนา โคนแหลม ปลายฝักป้านมีติ่งแหลม ฝักอ่อนจะมีสีเขียวและเมื่อฝักแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล
  • เมล็ด เมล็ดมีลักษณะแบน ขนาดเล็ก สีน้ำตาล แต่ละฝักจะมีเมล็ดประมาณ 7-10 เมล็ด

วิธีการขยายพันธุ์กาหลง

ขยายพันธุ์โดยวิธีการตอน และการเพาะเมล็ด จะให้ดอกและติดฝักหลังจากปลูกด้วยเมล็ดไปได้ประมาณ 2-4 ปี

สรรพคุณทางยาของกาหลง

  • ราก ช่วยขับเสมหะ ใช้ต้มเป็นยาดื่มช่วยแก้อาการ แก้บิด (โรคลําไส้ใหญ่อักเสบ มีอาการปวดมวนและอุจจาระเป็นมูกเลือด)
  • ต้น ใช้เป็นยาแก้โรคลักปิดลักเปิด (โรคที่มีอาการเลือดออกตามไรฟันและเหงือก) ใช้รักษากามโรค (โรคซึ่งติดต่อกันได้โดยการประกอบกามกิจหรือติดต่อกันโดยใช้สิ่งของร่วมกับคนเป็นกามโรคเป็นต้น)
  • ใบ ใช้เป็นยารักษาแผลในจมูก

วิธีการใช้กาหลง

  • การทำยาพอก นำใบกาหลงมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นตำให้แหลก แล้วนำไปผสมกับเหล้าขาว 40 ดีกรี จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่มีปัญหาโรคผิวหนัง
  • การทำยาต้ม นำส่วนของเปลือกต้น ราก หรือใบ อัตราส่วนอย่างละเท่าๆกัน ใส่หม้อจากนั้นใส่น้ำท่วมตัวยา ตั้งไฟปานกลางจนเดือด และต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที จากนั้นนำน้ำมากรอง รับประทานเป็นยาชงดื่ม
  • การแพทย์อายุรเวท อินเดีย ใช้เปลือกต้นและรากต้มรักษาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ใช้รักษาโรคมาลาเรีย ใช้รักษาแผลที่เกิดในโพรงจมูกโดยวิธีการพอกยา ใช้เปลือกต้นและใบ ต้มรักษากามโรค นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หอบหืด โรคเรื้อน ใช้รากต้มรักษาอาการไอ และรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ใช้พืชชนิดนี้ต้มเพื่อรักษาอาการไอและอาการหวัด นอกจากนี้ยังนำใบกาหลงมาตำ และนำมาพอกบริเวณที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง

ข้อควรระวังในการใช้กาหลง

  • บริเวณใบและกิ่งของต้นกาหลง จะมีขนอ่อนประปราย หากสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงจะทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้ 

  • การทดสอบความเป็นพิษของต้นกาหลง พบว่าความเป็นพิษต่ำ รวมถึงยังไม่พบผลข้างเคียงและอาการไม่พึ่งประสงค์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ไขปริศนา พฤกษาพรรณ (www.il.mahidol.ac.th/e-media/plants), 30 มีนาคม 2562.
นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1, 2547.
คณะกรรมการองค์การสวนพฤษศาสตร์, หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 2, (2538).

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม