7 ข้อผิดพลาดของการแปรงฟันที่รู้แล้วควรเลี่ยงด่วน

เผยแพร่ครั้งแรก 20 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
7 ข้อผิดพลาดของการแปรงฟันที่รู้แล้วควรเลี่ยงด่วน

การแปรงฟันเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่เราทุกคนต่างก็คุ้นเคยกันดี ซึ่งมันถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยทำให้เรามีสุขภาพเหงือกและฟันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม บางคนอาจสงสัยว่า ทำไมตัวเองถึงฟันผุ หรือมีปัญหากับช่องปากทั้งๆ ที่ก็แปรงฟันทุกวัน ไม่แน่ว่า มันอาจเกิดจากความผิดพลาดที่เราเผลอทำโดยไม่รู้ตัว แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูพร้อมกันเลยค่ะ

1. ใช้แปรงสีฟันด้ามเดิมนานเกินไป

แปรงสีฟันที่ถูกใช้งานนานเกินไป ไม่เพียงแต่มีขนแปรงที่เยิน หรือมีสีที่เปลี่ยนไปแล้วเท่านั้น แต่มันยังเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียอีกด้วย ถ้าอยากแปรงฟันได้สะอาดทุกซอกทุกมุม คุณก็อย่าลืมเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นประจำค่ะ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

2. ไม่ใช้ไหมขัดฟัน

หลายคนอาจคุ้นชินกับการทำความสะอาดช่องปากโดยใช้แปรงสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก แต่เราอยากบอกว่ามันยังไม่เพียงพอค่ะ สิ่งที่คุณควรทำเพิ่มก็คือ การใช้ไหมขัดฟัน ซึ่งมันมีความสำคัญไม่แพ้การแปรงฟัน ไหมขัดฟันจะช่วยกำจัดเศษอาหารที่ฝังอยู่ตามซอกฟัน หรือบริเวณที่แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงได้

3. แปรงฟันเพียงแค่ 60 วินาที หรือน้อยกว่านั้น

การแปรงฟันเพียงแค่ 60 วินาที หรือน้อยกว่านั้น สามารถทำให้เกิดปัญหาในช่องปาก ซึ่งทันตแพทย์แนะนำว่า เราควรแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันทำปฏิกิริยากับเคลือบฟัน (Enamel) ก่อนที่เราจะใช้น้ำล้างออก

4. ไม่ล้างแปรงสีฟัน

เราเข้าใจดีว่า ในช่วงเวลาที่แสนเร่งรีบอย่างตอนเช้า คุณจำเป็นต้องรีบทำกิจวัตรต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ไปทำงานได้ทันเวลา แต่คุณก็ไม่ควรรีบจนลืมล้างแปรงสีฟันหลังใช้ค่ะ ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยกำจัดแบคทีเรียบนแปรงสีฟัน และอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับใช้งานในครั้งต่อไป

5. ใช้แปรงสีฟันร่วมกัน

สำหรับคนที่อยู่กับแฟน คุณอาจคิดว่าการใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนรักอาจไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ แต่ความจริงแล้ว การใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่นจะทำให้คุณได้รับแบคทีเรีย หรือไปแพร่แบคทีเรียของตัวเองให้อีกฝ่าย ต่อให้รักกันมากแค่ไหน คุณก็ควรมีแปรงสีฟันส่วนตัว เพื่อสุขอนามัยที่ดีของช่องปากค่ะ

6. ละเลยพื้นที่ด้านใน

การที่คุณจะมีฟันที่แข็งแรงได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีแปรงฟันด้วยค่ะ ทั้งนี้คุณไม่ควรโฟกัสไปที่การแปรงฟันที่ด้านนอกจนลืมแปรงฟันด้านใน เพราะหากคุณละเลยบริเวณนี้ มันก็จะทำให้คราบหินปูนก่อตัวขึ้น และทำให้เกิดปัญหาในช่องปากอื่นๆ ตามมาให้กลุ้มใจอีกเป็นพรวน

7. ใช้แปรงสีฟันในการแปรงลิ้น

นอกจากการทำความสะอาดฟันแล้ว คุณก็ไม่ควรละเลยการดูแลลิ้นเช่นกัน แต่ประเด็นคือ คุณไม่ควรใช้แปรงสีฟันในการแปรงลิ้นค่ะ เพราะนอกจากจะไม่มีประสิทธิผลแล้ว มันก็อาจทำให้แบคทีเรียที่ยากต่อการกำจัดออกไปติดบนขนแปรงอีกด้วย ทางที่ดีคุณควรใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ถูกออกแบบมาเพื่อลิ้นค่ะ

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเคยทำตามสิ่งที่เรากล่าวไป คุณก็ควรรีบปรับปรุงพฤติกรรมของตัวเองเสียใหม่ มิเช่นนั้นคุณจะยิ่งมีโอกาสประสบปัญหาฟันผุ หรือปัญหาที่เกี่ยวกับช่องปากอื่นๆ อย่างแน่นอน


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป